×

ITD เสี่ยงตั้งสำรองเงินลงทุน ‘ทวาย’ 7.8 พันล้าน กดมูลค่าทางบัญชี เหลือ 0.85 บาทต่อหุ้น

13.01.2021
  • LOADING...
ITD เสี่ยงตั้งสำรองเงินลงทุน ‘ทวาย’ 7.8 พันล้าน กดมูลค่าทางบัญชี เหลือ 0.85 บาทต่อหุ้น

จากกรณีที่ บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ได้แจ้งว่า บริษัทได้รับหนังสือแจ้งการบอกเลิกสัญญาสัมปทานรวม 7 ฉบับจากคณะกรรมการบริหารงานพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (DSEZ MC) โดย DSEZ MC อ้างว่า บริษัทและคู่สัญญากลุ่มธุรกิจร่วมทุนภายใต้บริษัทที่จดทะเบียนในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (Project Companies) รวม 5 บริษัท ผิดนัดไม่ชำระค่าสิทธิตามสัญญาสัมปทาน และไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขบังคับก่อนบางประการในการเริ่มดำเนินการตามสัญญาสัมปทานได้

 

ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ITD เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 ได้มีมติให้ที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทดำเนินการจัดทำหนังสือชี้แจงและโต้แย้งข้อกล่าวหาของ DSEZ MC ข้างต้นโดยด่วน

 

อย่างไรก็ตาม จากประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้น ITD เปิดกระโดดปรับตัวลดลง -7% ในวันนี้ แตะระดับต่ำสุดที่ 1.05 บาท ก่อนที่ราคาหุ้นจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ในช่วง 1.09-1.11 บาท

 

สุรชัย ประมวลเจริญกิจ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวคือโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งเป็นโครงการที่ไม่ได้มีพัฒนาการคืบหน้ามาสักระยะหนึ่งแล้ว หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลพม่า โดยก่อนหน้านี้ ITD ได้ลงทุนในโครงการดังกล่าวไปแล้วประมาณ 7.8 พันล้านบาท ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงที่จะต้องตั้งสำรองเงินลงทุนในส่วนนี้

 

เมื่อพิจารณาจากส่วนทุนของ ITD ในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ราว 1.2 หมื่นล้านบาท หากมีการตั้งสำรองเกิดขึ้น ส่วนทุนของ ITD จะลดลงเหลือเพียงกว่า 4 พันล้านบาท ส่วนผลให้มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (Book Value) จะลดลงจาก 2.30 บาท เหลือ 0.85 บาท

 

“ผลกระทบที่จะตามมาหลังจากนั้นคือเรื่องของเงินกู้ ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีการกำหนด Debt Governance ไม่เกินสามเท่า โดยปัจจุบัน ITD มีหนี้สินราว 4.86 หมื่นล้านบาท หากส่วนทุนลดลงเหลือเพียงกว่า 4 พันล้านบาท จะทำให้อัตราส่วนดังกล่าวเกินสามเท่า ซึ่งคงต้องติดตามว่าบริษัทจะสามารถเจรจากับเจ้าหนี้ได้หรือไม่ รวมถึงอาจจะกระทบต่อต้นทุนการเงินของบริษัท”

 

นอกจากนี้ ITD ยังมีความเสี่ยงที่อาจจะต้องเพิ่มทุนตามมา แต่การเพิ่มทุนของ ITD อาจจะไม่ง่ายนัก ด้วยสถานะของบริษัทในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ในแง่กระแสเงินสดของบริษัทยังถือว่าเพียงพอต่อการชำระหนี้ โดยจากผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทมี EBITDA กว่า 4 พันล้านบาท ขณะที่มีภาระดอกเบี้ยราว 1.9 พันล้านบาท ทำให้บริษัทยังไม่มีความเสี่ยงถึงขั้นล้มละลาย 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories