×

ทำไมอิสราเอลเพิ่งยอมรับตัวเลขผู้เสียชีวิตกว่า 70,000 คนในกาซา หลังปฏิเสธมานานกว่า 2 ปี

02.02.2026
  • LOADING...
ภาพมุมสูงแสดงพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงในฉนวน กาซา ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและกลุ่มควัน บ่งบอกถึงวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่

กองทัพอิสราเอลได้ยอมรับตัวเลขผู้เสียชีวิตกว่า 70,000 คนในกาซา หลังจากปฏิเสธมานานกว่า 2 ปี ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่กระทรวงสาธารณสุขกาซารวบรวมไว้ และยังมีผู้สูญหายที่คาดว่าถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังอีกกว่า 10,000 คน นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตจากความอดอยากอย่างน้อย 440 ราย เนื่องจากการตัดความช่วยเหลือที่จำเป็น

 

แม้จะยอมรับตัวเลขรวม แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอล ‘ยังคงไม่ยอมรับ’ ว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นพลเรือน โดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากแหล่งอื่นชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่ต่างออกไป

 

รายงานทางทหารที่รั่วไหลออกมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ระบุว่ากว่า 80% ของผู้ที่ถูกสังหารเป็น ‘พลเรือน’ ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลที่เคยอ้างว่า มีสัดส่วนการสังหารพลเรือนต่อผู้ก่อการร้ายต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์สงคราม

 

นอกจากนี้ยังมีรายงานการใช้เทคโนโลยีสังหาร โดยมีการเปิดเผยว่ากองทัพอิสราเอลใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชื่อ ‘Lavender’ ในการระบุเป้าหมายสังหารผู้คนนับหมื่นในกาซา รวมถึงมีการโจมตีจุดแจกจ่ายอาหารอีกด้วย โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่า ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2025 มีชาวปาเลสไตน์กว่า 1,000 คนถูกสังหารที่จุดแจกจ่ายอาหาร แม้กองทัพอิสราเอลจะอ้างว่าเป็นเหตุจากความวุ่นวายที่คุกคามทหารอิสราเอลก็ตาม

 

เบื้องหลังการเปลี่ยนท่าที ทำไมถึงเพิ่งยอมรับตอนนี้?

 

นักวิเคราะห์มองว่า การที่อิสราเอลเปลี่ยนจากการปฏิเสธมาเป็นการยอมรับตัวเลขผู้เสียชีวิตนั้นมีเหตุผลเชิงกลยุทธ์หลายประการ ได้แก่

 

1.หลักฐานเชิงประจักษ์: การที่สหประชาชาติและหน่วยงานบรรเทาทุกข์เข้าถึงพื้นที่ได้มากขึ้น ประกอบกับการเริ่มกำจัดซากปรักหักพัง ทำให้อิสราเอลไม่สามารถปฏิเสธความจริงได้อีกต่อไป

 

2.ความน่าเชื่อถือ: การยอมรับข้อมูล ‘บางส่วน’ ช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของสถาบันและแสดงความจริงจังต่อพันธมิตรสำคัญของอิสราเอลอย่างสหรัฐฯ และยุโรป

 

3.การเปลี่ยนประเด็นถกเถียง: การยอมรับตัวเลขดังกล่าวช่วยให้อิสราเอลเปลี่ยนจุดสนใจของประชาคมโลกจากคำถามว่า ‘มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หรือไม่’ ไปสู่ประเด็น ‘การฟื้นฟู’ และบริบทของการทำสงคราม โดยพยายามโยนความรับผิดชอบไปที่พฤติกรรมของฮามาส

 

4.การป้องกันทางกฎหมาย: การยอมรับความเสียหายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบันทึกข้อมูลเพื่อรองรับการสอบสวนหรือคดีความในอนาคต เช่น ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ โดยไม่ได้หมายความว่ายอมรับความผิด แต่เพื่อซื้อเวลาและเตรียมข้อแก้ต่าง

 

นักวิเคราะห์ยังมองว่า อิสราเอลมีรูปแบบพฤติกรรมที่มักจะปฏิเสธเหตุการณ์สังหารในตอนแรก (Pattern of Denial) แล้วค่อยยอมรับเมื่อจำนนต่อหลักฐาน อีกทั้งการปฏิเสธในเบื้องต้นเป็นกลยุทธ์สงครามข้อมูลข่าวสาร เพื่อสร้างความสับสนและลดโอกาสในการตรวจสอบโดยอิสระในช่วงเวลาเกิดเหตุ

 

การที่กองทัพอิสราเอลยอมรับยอดผู้เสียชีวิตกว่า 70,000 คนในครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เกิดจากแรงกดดันด้านหลักฐานในพื้นที่และความจำเป็นทางยุทธศาสตร์และการทูต มากกว่าจะเป็นการยอมรับความผิดทางจริยธรรมโดยตรง

 

ภาพ: Saeed M. M. T. Jaras / Anadolu via Getty Images

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising