กองทัพอิสราเอลได้ยอมรับตัวเลขผู้เสียชีวิตกว่า 70,000 คนในกาซา หลังจากปฏิเสธมานานกว่า 2 ปี ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่กระทรวงสาธารณสุขกาซารวบรวมไว้ และยังมีผู้สูญหายที่คาดว่าถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังอีกกว่า 10,000 คน นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตจากความอดอยากอย่างน้อย 440 ราย เนื่องจากการตัดความช่วยเหลือที่จำเป็น
แม้จะยอมรับตัวเลขรวม แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอล ‘ยังคงไม่ยอมรับ’ ว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นพลเรือน โดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากแหล่งอื่นชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่ต่างออกไป
รายงานทางทหารที่รั่วไหลออกมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ระบุว่ากว่า 80% ของผู้ที่ถูกสังหารเป็น ‘พลเรือน’ ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลที่เคยอ้างว่า มีสัดส่วนการสังหารพลเรือนต่อผู้ก่อการร้ายต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์สงคราม
นอกจากนี้ยังมีรายงานการใช้เทคโนโลยีสังหาร โดยมีการเปิดเผยว่ากองทัพอิสราเอลใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชื่อ ‘Lavender’ ในการระบุเป้าหมายสังหารผู้คนนับหมื่นในกาซา รวมถึงมีการโจมตีจุดแจกจ่ายอาหารอีกด้วย โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่า ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2025 มีชาวปาเลสไตน์กว่า 1,000 คนถูกสังหารที่จุดแจกจ่ายอาหาร แม้กองทัพอิสราเอลจะอ้างว่าเป็นเหตุจากความวุ่นวายที่คุกคามทหารอิสราเอลก็ตาม
เบื้องหลังการเปลี่ยนท่าที ทำไมถึงเพิ่งยอมรับตอนนี้?
นักวิเคราะห์มองว่า การที่อิสราเอลเปลี่ยนจากการปฏิเสธมาเป็นการยอมรับตัวเลขผู้เสียชีวิตนั้นมีเหตุผลเชิงกลยุทธ์หลายประการ ได้แก่
1.หลักฐานเชิงประจักษ์: การที่สหประชาชาติและหน่วยงานบรรเทาทุกข์เข้าถึงพื้นที่ได้มากขึ้น ประกอบกับการเริ่มกำจัดซากปรักหักพัง ทำให้อิสราเอลไม่สามารถปฏิเสธความจริงได้อีกต่อไป
2.ความน่าเชื่อถือ: การยอมรับข้อมูล ‘บางส่วน’ ช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของสถาบันและแสดงความจริงจังต่อพันธมิตรสำคัญของอิสราเอลอย่างสหรัฐฯ และยุโรป
3.การเปลี่ยนประเด็นถกเถียง: การยอมรับตัวเลขดังกล่าวช่วยให้อิสราเอลเปลี่ยนจุดสนใจของประชาคมโลกจากคำถามว่า ‘มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หรือไม่’ ไปสู่ประเด็น ‘การฟื้นฟู’ และบริบทของการทำสงคราม โดยพยายามโยนความรับผิดชอบไปที่พฤติกรรมของฮามาส
4.การป้องกันทางกฎหมาย: การยอมรับความเสียหายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบันทึกข้อมูลเพื่อรองรับการสอบสวนหรือคดีความในอนาคต เช่น ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ โดยไม่ได้หมายความว่ายอมรับความผิด แต่เพื่อซื้อเวลาและเตรียมข้อแก้ต่าง
นักวิเคราะห์ยังมองว่า อิสราเอลมีรูปแบบพฤติกรรมที่มักจะปฏิเสธเหตุการณ์สังหารในตอนแรก (Pattern of Denial) แล้วค่อยยอมรับเมื่อจำนนต่อหลักฐาน อีกทั้งการปฏิเสธในเบื้องต้นเป็นกลยุทธ์สงครามข้อมูลข่าวสาร เพื่อสร้างความสับสนและลดโอกาสในการตรวจสอบโดยอิสระในช่วงเวลาเกิดเหตุ
การที่กองทัพอิสราเอลยอมรับยอดผู้เสียชีวิตกว่า 70,000 คนในครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เกิดจากแรงกดดันด้านหลักฐานในพื้นที่และความจำเป็นทางยุทธศาสตร์และการทูต มากกว่าจะเป็นการยอมรับความผิดทางจริยธรรมโดยตรง
ภาพ: Saeed M. M. T. Jaras / Anadolu via Getty Images
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/news/2026/1/30/israel-accepts-gazas-70000-death-toll-a-record-of-denialism-lies
- https://edition.cnn.com/2026/01/30/middleeast/israeli-military-gaza-killed-numbers-intl
- https://aoav.org.uk/2026/denial-as-strategy-pro-israel-casualty-denialism-and-the-gaza-death-toll/
- https://www.theguardian.com/world/2026/jan/30/israel-military-gaza-death-toll-broadly-accurate


