โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นคำขาด 48 ชั่วโมงให้อิหร่านเปิดเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ หากอิหร่านปฏิเสธ สหรัฐฯ จะโจมตีทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน โดยจะเริ่มจากโรงที่ใหญ่ที่สุดก่อน หากปฏิเสธ สหรัฐฯ จะโจมตีทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน โดยจะเริ่มจากโรงที่ใหญ่ที่สุดก่อน ซึ่งต่อมาทรัมป์ตัดสินใจสั่งระงับ (Pause) แผนการโจมตีไว้ชั่วคราวเป็นเวลา 5 วัน
ด้านอิหร่านเน้นย้ำจุดยืนของตนอีกครั้ง โดยยืนยันว่า ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเฉพาะ สำหรับเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอล (ประเทศศัตรู) เท่านั้น ส่วนเรือของประเทศอื่นยังผ่านได้ตามปกติ ความตึงเครียดนี้ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อิหร่านยังประกาศกร้าวว่า จะตอบโต้ในระดับเดียวกันกับความเสียหายที่ได้รับ โดยระบุว่า “หากคุณโจมตีโรงไฟฟ้า เราก็จะโจมตีโรงไฟฟ้าคืน” และช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดอย่างสมบูรณ์ จนกว่าโรงไฟฟ้าของอิหร่านที่ถูกทำลายจะได้รับการซ่อมแซม
เป้าหมายการโจมตีของอิหร่าน หากทรัมป์ตัดสินใจโจมตีแหล่งพลังงาน
1. โรงไฟฟ้าของอิสราเอลและแหล่งจ่ายไฟให้สหรัฐฯ
อิหร่านจะพุ่งเป้าไปที่โรงไฟฟ้าในอิสราเอล เช่น โรงไฟฟ้า Orot Rabin และ Rutenberg รวมถึง โรงไฟฟ้าใดๆ ก็ตามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับฐานทัพและทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ
2. โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำมันทั่วภูมิภาค
โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ รวมถึงแหล่งพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันทั้งหมดในภูมิภาคจะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม และจะถูกทำลายทิ้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีแหล่งน้ำมันหลายแห่งในประเทศเพื่อนบ้านแถบตะวันออกกลางที่ถูกอิหร่านโจมตีแล้วบางส่วน ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่พลังงานโลก
3. สถาบันการเงินและองค์กรธุรกิจของสหรัฐฯ
หน่วยงานทางการเงินที่มีส่วนในการสนับสนุนงบประมาณทางทหารของสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ผู้ที่ซื้อหรือถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เช่น Berkshire Hathaway, Tether และ Circle ตลอดจนศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและธนาคารของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาคตะวันออกกลางจะถูกมองว่า เป็นศัตรูและตกเป็นเป้าหมายของอิหร่าน
4. โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี
อิหร่านได้ขึ้นบัญชี สำนักงานและโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอลและถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการทหาร เช่น Google, Microsoft, Palantir, IBM, Nvidia และ Oracle ซึ่งตั้งอยู่ในอิสราเอลและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ให้เป็น ‘เป้าหมายใหม่’ ของอิหร่าน
5. โรงผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล (Desalination Plants)
อิหร่านขู่ที่จะโจมตี โรงผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลของสหรัฐฯ และของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการดำรงชีวิตในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้น้ำของประชากรรวมกันกว่า 62 ล้านคน เนื่องจากประเทศเหล่านี้ไม่มีแม่น้ำถาวรและต้องพึ่งพาน้ำจืดที่ผ่านกระบวนการผลิตจากน้ำทะเลถึง 50-100% โดยบาห์เรนและกาตาร์พึ่งพาการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลเกือบ 100% ขณะที่ยูเออีพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อผลิตน้ำดื่มกว่า 80%
นักวิเคราะห์มองว่า หากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ถูกโจมตี ประชากรจะไม่มีน้ำดื่มทันที ซึ่งเป็นวิกฤตมนุษยธรรมที่รุนแรงกว่าการไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้
หลายฝ่ายจับตามองว่า คู่ขัดแย้งจะหันหาสู่โต๊ะเจรจา เพื่อหาทางลงให้กับสงครามในครั้งนี้ หรือจะมีการยกระดับความรุนแรงขึ้นอีก ซึ่งนั่นอาจยิ่งทำให้วิกฤตพลังงาน รวมถึงวิกฤตน้ำดื่มในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
แฟ้มภาพ: Hassan Ghaedi / Anadolu via Getty Images
อ้างอิง:
- https://www.japantimes.co.jp/news/2026/03/22/world/politics/trump-threat-hormuz-blockade/
- https://www.aljazeera.com/news/2026/3/23/energy-water-bonds-what-are-irans-targets-if-trump-hits-power-plants
- https://www.aljazeera.com/news/2026/3/12/how-much-of-the-gulfs-water-comes-from-desalination-plants


