อิหร่าน ประกาศปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ชั่วคราว เริ่มปฏิบัติการซ้อมรบจริง ขณะที่กองทัพสหรัฐอเมริกาวางกำลังใกล้จุดที่สามารถโจมตีเตหะรานได้ทุกเมื่อ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ โดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางการเจรจาทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้งปมนิวเคลียร์ ณ กรุงเจนีวา
เมื่อวานนี้ (18 กุมภาพันธ์) อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อทำการซ้อมรบ ถือเป็นครั้งแรกที่เตหะรานประกาศปิดเส้นทางเดินเรือนานาชาติ ที่มีปริมาณการขนส่งน้ำมัน 20% หลังสหรัฐฯ ข่มขู่และส่งกำลังทหารเข้าภูมิภาค
ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เริ่มซ้อมรบตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ ได้แก่ ช่องแคบฮอร์มุซ, อ่าวเปอร์เซีย และอ่าวโอมาน โดยสื่อทางการเตหะรานรายงานว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีการยิงขีปนาวุธบริเวณช่องแคบ ทำให้ต้องปิดเส้นดังกล่าวเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัยและการเดินเรือ
อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซครั้งสุดท้าย คือ สงครามอิรัก-อิหร่านในช่วงทศวรรษ 1980 โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่กระทบความมั่นคงพลังงานโลก และอาจเป็นสารถึงเวทีนานาชาติว่า หากเตหะรานถูกโจมตี โลกจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
อนึ่ง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านออกมาย้ำเตือนว่า กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก บางครั้งก็อาจถูกตบจนลุกไม่ขึ้น
ขณะเดียวกัน ล่าสุด New York Times รายงานความเคลื่อนไหวกองทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง โดยชี้ว่า มีการวางกำลังเตรียมพร้อมโจมตีอิหร่านได้ทุกเมื่อ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทรัมป์เท่านั้น โดยอาวุธยุทโธกรณ์เหล่านี้ได้แก่
- เรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำอย่าง USS Gerald R. Ford ที่กำลังมุ่งหน้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการเดินทางถึงอิหร่าน ขณะที่ USS Abraham Lincoln อยู่ในตะวันออกกลางแล้ว
- เครื่องบินขับไล่ 50 ลำ ได้แก่ F-35, F-22, F-16
- เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ รองรับปฏิบัติการยืดเยื้อ
- ระบบป้องกันขีปนาวุธ Patriot และ THAAD เพื่อคุ้มกันฐานทัพและพันธมิตร
รายงานยังระบุว่า เป้าหมายที่สหรัฐฯ อาจโจมตี คือ โครงสร้างพื้นฐานโครงการนิวเคลียร์ แหล่งเก็บขีปนาวุธ ฐานยิง และที่ตั้งของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม
ขณะนี้ เพนตากอนประเมินว่า กองทัพสหรัฐฯ สามารถตอบโต้ในระยะสั้นได้ แต่ประเด็นสำคัญคือทางการไม่ต้องการทำสงครามยืดเยื้อ และคาดว่า อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลหรือฐานทัพสหรัฐฯ ทั้งภูมิภาค รวมถึงยังตั้งคำถามว่า ความขัดแย้งจะลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาคในตะวันออกกลางหรือไม่
อย่างไรก็ตาม รายงานได้ตั้งข้อสังเกตเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องจับตามอง คือ สหรัฐฯ มีเป้าหมายอะไร ระยะเวลาของปฏิบัติการจะนานแค่ไหน แล้วประเทศอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซียจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
น่าสนใจว่า ความขัดแย้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาทางการทูต ณ กรุงเจนีวาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานจาก Reuters ว่า ทั้งสองประเทศบรรลุความเข้าใจในหลักการแก้ไขข้อพิพาทนิวเคลียร์ แต่ยังทำข้อตกลงไม่สำเร็จ
“มีการเสนอแนวคิดต่างๆ และได้หารืออย่างจริงจัง สุดท้ายเราสามารถเห็นพ้องกันในภาพรวมบางหลักการชี้นำ”
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยย้ำว่า หน้าต่างแห่งโอกาสได้เปิดขึ้น หวังทั้งสองประเทศหาทางออกที่ยั่งยืน ภายใต้เงื่อนไขคือเคารพสิทธิอันชอบธรรมของเตหะราน
แฟ้มภาพ: Mcs Jackson Adkins/Planetpix via Reuters
อ้างอิง:
- https://www.nytimes.com/2026/02/18/us/politics/us-military-iran.html
- https://apnews.com/article/iran-us-nuclear-talks-iaea-dbed41b78ce2ddabc8a04349e72abeba
- https://apnews.com/article/iran-us-nuclear-talks-iaea-dbed41b78ce2ddabc8a04349e72abeba
- https://www.aljazeera.com/news/2026/2/17/irans-khamenei-maintains-tough-rhetoric-with-us-despite-nuclear-talks


