×

สงครามใหม่ในตะวันออกกลาง? อิหร่าน ปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ซ้อมรบจริง สหรัฐฯ วางกำลังพร้อมโจมตี รอคำสั่งทรัมป์

19.02.2026
  • LOADING...
ภาพถ่ายทางอากาศแสดงเรือรบหลายลำใน ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะ อิหร่าน ปิดน่านน้ำซ้อมรบ ท่ามกลางความตึงเครียดกับ สหรัฐฯ

อิหร่าน ประกาศปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ชั่วคราว เริ่มปฏิบัติการซ้อมรบจริง ขณะที่กองทัพสหรัฐอเมริกาวางกำลังใกล้จุดที่สามารถโจมตีเตหะรานได้ทุกเมื่อ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ โดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางการเจรจาทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้งปมนิวเคลียร์ ณ กรุงเจนีวา

 

เมื่อวานนี้ (18 กุมภาพันธ์) อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อทำการซ้อมรบ ถือเป็นครั้งแรกที่เตหะรานประกาศปิดเส้นทางเดินเรือนานาชาติ ที่มีปริมาณการขนส่งน้ำมัน 20% หลังสหรัฐฯ ข่มขู่และส่งกำลังทหารเข้าภูมิภาค

 

ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เริ่มซ้อมรบตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ ได้แก่ ช่องแคบฮอร์มุซ, อ่าวเปอร์เซีย และอ่าวโอมาน โดยสื่อทางการเตหะรานรายงานว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีการยิงขีปนาวุธบริเวณช่องแคบ ทำให้ต้องปิดเส้นดังกล่าวเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัยและการเดินเรือ

 

อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซครั้งสุดท้าย คือ สงครามอิรัก-อิหร่านในช่วงทศวรรษ 1980 โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่กระทบความมั่นคงพลังงานโลก และอาจเป็นสารถึงเวทีนานาชาติว่า หากเตหะรานถูกโจมตี โลกจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

 

อนึ่ง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านออกมาย้ำเตือนว่า กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก บางครั้งก็อาจถูกตบจนลุกไม่ขึ้น

 

ขณะเดียวกัน ล่าสุด New York Times รายงานความเคลื่อนไหวกองทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง โดยชี้ว่า มีการวางกำลังเตรียมพร้อมโจมตีอิหร่านได้ทุกเมื่อ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทรัมป์เท่านั้น โดยอาวุธยุทโธกรณ์เหล่านี้ได้แก่

 

  • เรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำอย่าง USS Gerald R. Ford ที่กำลังมุ่งหน้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการเดินทางถึงอิหร่าน ขณะที่ USS Abraham Lincoln อยู่ในตะวันออกกลางแล้ว

 

  • เครื่องบินขับไล่ 50 ลำ ได้แก่ F-35, F-22, F-16

 

  • เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ รองรับปฏิบัติการยืดเยื้อ

 

  • ระบบป้องกันขีปนาวุธ Patriot และ THAAD เพื่อคุ้มกันฐานทัพและพันธมิตร

 

รายงานยังระบุว่า เป้าหมายที่สหรัฐฯ อาจโจมตี คือ โครงสร้างพื้นฐานโครงการนิวเคลียร์ แหล่งเก็บขีปนาวุธ ฐานยิง และที่ตั้งของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม

 

ขณะนี้ เพนตากอนประเมินว่า กองทัพสหรัฐฯ สามารถตอบโต้ในระยะสั้นได้ แต่ประเด็นสำคัญคือทางการไม่ต้องการทำสงครามยืดเยื้อ และคาดว่า อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลหรือฐานทัพสหรัฐฯ ทั้งภูมิภาค รวมถึงยังตั้งคำถามว่า ความขัดแย้งจะลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาคในตะวันออกกลางหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม รายงานได้ตั้งข้อสังเกตเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องจับตามอง คือ สหรัฐฯ มีเป้าหมายอะไร ระยะเวลาของปฏิบัติการจะนานแค่ไหน แล้วประเทศอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซียจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

 

น่าสนใจว่า ความขัดแย้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาทางการทูต ณ กรุงเจนีวาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานจาก Reuters ว่า ทั้งสองประเทศบรรลุความเข้าใจในหลักการแก้ไขข้อพิพาทนิวเคลียร์ แต่ยังทำข้อตกลงไม่สำเร็จ

 

“มีการเสนอแนวคิดต่างๆ และได้หารืออย่างจริงจัง สุดท้ายเราสามารถเห็นพ้องกันในภาพรวมบางหลักการชี้นำ”

 

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยย้ำว่า หน้าต่างแห่งโอกาสได้เปิดขึ้น หวังทั้งสองประเทศหาทางออกที่ยั่งยืน ภายใต้เงื่อนไขคือเคารพสิทธิอันชอบธรรมของเตหะราน

 

แฟ้มภาพ: Mcs Jackson Adkins/Planetpix via Reuters

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising