×

‘ฝนสีดำ’ ในอิหร่านคืออะไร รู้จักวิกฤตสิ่งแวดล้อมกลางสงคราม เมื่อเหตุโจมตีคลังน้ำมันทำท้องฟ้ากลายเป็นพิษ

09.03.2026
  • LOADING...
ภาพท้องฟ้ากรุงเตหะรานปกคลุมด้วยกลุ่มควันดำหนาทึบจากเหตุโจมตีคลังน้ำมัน สะท้อนปรากฏการณ์ ‘ฝนสีดำ’ ที่เป็นพิษ

อิหร่านกำลังเผชิญกับวิกฤตมลพิษทางอากาศจากปรากฏการณ์ ‘ฝนสีดำ’ อย่างรุนแรง หลังอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และคลังเก็บเชื้อเพลิงหลายแห่งในพื้นที่รอบกรุงเตหะราน ทำให้น้ำมันปริมาณมหาศาลลุกไหม้ จนเกิดกลุ่มควันพิษหนาทึบปกคลุมชั้นบรรยากาศ

 

จากการรายงานของสื่อต่างประเทศหลายแห่ง ประชาชนในพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอาการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ ตา และคอ

 

“สถานการณ์ยากเกินกว่าจะอธิบาย ควันปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง ฉันหายใจลำบาก แสบตาและลำคออย่างรุนแรง ประชาชนจำนวนมากเผชิญสภาวะเดียวกัน แต่หลายคนยังมีความจำเป็นที่ต้องทำกิจกรรมนอกอาคาร เนื่องจากข้อจำกัดในการใช้ชีวิต”

 

เนกิน (นามสมมติ) นักกิจกรรมและอดีตนักโทษการเมืองในกรุงเตหะราน ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian โดยเปรียบเทียบบรรยากาศในเมืองว่า เหมือนกับ ‘วันสิ้นโลก’

 

ฝนสีดำคืออะไร ส่งผลกระทบต่อผู้คนในเตหะรานอย่างไร? THE STANDARD สรุปทุกแง่มุมของปรากฏการณ์ ‘ฝนสีดำ’ และวิกฤตสิ่งแวดล้อมท่ามกลางไฟสงครามไว้ที่นี่

 

ฝนสีดำคืออะไร?

 

ปรากฏการณ์ ‘ฝนสีดำ’ เกิดขึ้นในอิหร่าน หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่จากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่อคลังเก็บน้ำมันในกรุงเตหะราน ส่งผลให้เกิดควันและสารมลพิษจำนวนมากลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

 

ภาพถ่ายและวิดีโอจากกรุงเตหะรานเผยให้เห็นกลุ่มเมฆสีดำหนาทึบปกคลุมท้องฟ้าเหนือเมืองหลวง ขณะที่ประชาชนระบุว่า ฝนที่ตกลงมามีคราบคล้ายน้ำมัน ทำให้ผนังอาคาร รถยนต์ และถนนเปื้อนคราบสีดำ

 

ทั้งนี้ กาเบรียล ดา ซิลวา รองศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์เคมี มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น เขียนบทความใน The Conversation อธิบายว่า มลพิษในควันอาจประกอบด้วยสารหลายชนิด เช่น ไฮโดรคาร์บอนจากน้ำมันดิบ, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5, สารก่อมะเร็งในกลุ่ม PAHs (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons), โลหะหนักและสารเคมีจากโครงสร้างอาคารที่ถูกทำลาย, ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนไดออกไซด์

 

เมื่อเกิดฝนตกลงมา หยดน้ำจะดูดซับสารมลพิษเหล่านี้ ทำให้ฝนมีสีคล้ำ หรือทิ้งคราบน้ำมันบนพื้นผิวต่างๆ และเมื่อก๊าซทำปฏิกิริยากับน้ำในอากาศ ก็จะเกิดกรดซัลฟิวริกหรือกรดไนตริก ทำให้ฝนสีดำมีลักษณะคล้ายคลึงกับ ‘ฝนกรด’

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีระบุว่า การเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘ฝนกรด’ อาจไม่ครอบคลุมความเป็นจริงทั้งหมด เนื่องจากน้ำฝนอาจปนเปื้อนมลพิษอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

 

ผลกระทบเป็นอย่างไร ร้ายแรงขนาดไหน?

 

สภากาชาดอิหร่าน (Iranian Red Crescent: IRC) ออกโรงเตือนประชาชนว่า ฝนที่ตกหลังการโจมตี มีความเป็น ‘อันตราย’ และ ‘เป็นกรด’ สูง โดยอาจทำให้ผู้สัมผัสมีอาการแผลไหม้จากสารเคมีบนผิวหนัง หรือระบบทางเดินหายใจได้รับความเสียหายขั้นรุนแรง พร้อมออกมาตรการป้องกันดังต่อไปนี้

 

1. ห้ามประชาชนออกจากบ้านระหว่างที่มีฝนตกโดยเด็ดขาด

 

2. หากอยู่กลางแจ้ง ให้รีบหลบเข้าใต้หลังคาคอนกรีตหรือโลหะ และหลีกเลี่ยงการหลบใต้ต้นไม้

 

3. หากฝนสัมผัสผิวหนัง ห้ามถูบริเวณที่โดนฝนและให้ล้างออกด้วยน้ำเย็นอย่างต่อเนื่องเท่านั้น

 

4. ให้เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกฝนทันที และใส่ในถุงที่ปิดผนึกให้มิดชิด

 

ชาห์ราม คอร์ดาสติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยาชาวอิหร่านระบุกับ The Guardian ว่า ก๊าซพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาและระบบทางเดินหายใจ โดยอาจทำให้ผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคปอด และโรคหัวใจมีอาการกำเริบ ขณะที่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งบางชนิดได้

 

สำหรับประสบการณ์ตรงของชาวอิหร่าน ไลลา ครูวัย 27 ปีที่อาศัยในกรุงเตหะรานให้สัมภาษณ์กับ TIME ว่า อากาศในเมืองแทบหายใจไม่ได้ เหมือนกับมีแก๊สน้ำตาเจือจางอยู่ในอากาศ โดยเพียงแค่ใช้ชีวิตข้างนอก ขับรถได้ประมาณ 15 นาที ก็มีอาการปวดศีรษะ ระคายเคืองตา แสบผิวหน้าและริมฝีปาก ขณะที่รู้สึกระคายคอจนต้องกระแอมหลายครั้ง

 

ส่วนเนกินเผยประสบการณ์ว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้อิหร่านขาดแคลนหน้ากากอนามัย โดยเธอต้องซื้อยาพ่นรักษาอาการหอบหืดถึง 8.5 แสนโทมัน (ประมาณ 520–580 บาท) ขณะที่หลายคนเริ่มอพยพออกจากกรุงเตหะราน แต่ปรากฏว่า น้ำมันขาดแคลน รัฐบาลจำกัดการเติมน้ำมันได้เพียง 5 ลิตร ส่วนราคาสินค้าที่จำเป็นเริ่มพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว

 

“นี่ไม่ใช่แค่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกต่อไป แต่มันคือการกระทำต่อต้านมนุษยชาติ หากใครมีปัญหากับรัฐบาลอิสลามแห่งอิหร่านก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ใช่กับพวกเราในฐานะประชาชน คุณไม่ควรโจมตีระบบน้ำหรือโรงกลั่นน้ำมัน น้ำส่วนใหญ่ของเตหะรานมาจากเขื่อน ถ้าแหล่งน้ำเหล่านั้นถูกปนเปื้อนจะเกิดอะไรขึ้น รัฐบาลแทบจะปล่อยให้ประชาชนต้องดูแลตัวเองกันอยู่แล้ว” เนกินย้ำ

 

เมห์ดี (นามสมมติ) เจ้าของร้านอาหารวัย 42 ปี ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ว่า ปรากฏการณ์นี้ทำให้นึกถึงช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เขาไม่กล้าแม้แต่ทำความสะอาดหน้าต่างหรือระเบียง แม้จะใส่ถุงมือ เพราะเขม่าอยู่ทุกที่ และทำให้รู้สึกแสบตามาก ขณะที่ยังมีความสงสัยว่า เหตุใดบางคนจึงใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่สวมหน้ากาก เพราะกลิ่นในอากาศแปลกเกินไป

 

สงครามขยายวงสู่พลเรือน เมื่อเป้าหมายคือโครงสร้างพื้นฐาน

 

ท่ามกลางวิกฤตมลพิษ การโจมตีคลังน้ำมันยังสะท้อนแนวโน้มของสงครามครั้งนี้ที่เริ่มขยายเป้าหมายไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและพลเรือน โดยทางการอิหร่านระบุว่า คลังน้ำมัน 4 แห่งถูกโจมตี ได้แก่ คลังน้ำมัน Aghdasieh, Shahran, Karaj และโรงกลั่นน้ำมันทางตอนใต้ สอดคล้องกับรายงานของกองทัพอิสราเอลว่า เชื้อเพลิงเหล่านี้เป็นทรัพยากรสำคัญของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)

 

อย่างไรก็ดี การโจมตีครั้งนี้มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างอุตสาหกรรมพลเรือน โดยมีรายงานว่า พลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน ขณะที่อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายมากกว่า 1 หมื่นแห่ง

 

ขณะที่ทางการอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนไปยังอิสราเอล ประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่มีฐานทัพสหรัฐฯ รวมถึงโครงสร้างพลเรือน เช่น โรงแรม สนามบิน อาคารที่พักอาศัย

 

ภาพ: Majid Asgaripour / Reuters

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising