Menu
178445

Tried & Tested: เมื่อ iPhone XR ลงสนามทดสอบคำวิจารณ์ คุณค่าที่เหมาะสมราคา…จริงหรือ?

11.01.2019
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • iPhone XR คือหนึ่งในสมาร์ทโฟนของ Apple ที่เปิดตัวพร้อมกับรุ่น XS Max และ XS เมื่อวันที่ 12 กันยายน ปี 2018 ที่ผ่านมา
  • จุดที่หลายคนวิจารณ์โทรศัพท์รุ่นนี้คือหน้าจอ LCD และกล้องตัวเดียว แต่หลังจากทดลองใช้ ปรากฏว่ารุ่น XR นั้นสามารถใช้งานได้เหนือกว่าตัวเลขที่ปรากฏบนหน้ากระดาษ
  • แบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ครบวันโดยไม่ต้องชาร์จ บวกกับโหมด Portrait และชิป A12 อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนใช้ iPhone รุ่นต่ำกว่า 7 ลงไปหันมาสนใจรุ่น XR กันแทน

iPhone XR เป็นหนึ่งใน 3 รุ่นของ iPhone ที่เปิดตัวใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2018 โดยเป็นรุ่นที่นักรีวิวทั้งไทยและต่างประเทศหลายสำนักยกให้เป็นรุ่นที่คุ้มค่าที่สุดจากสามรุ่นที่ออกมา (XS Max, XS และ XR)  

 

ราคาจากเดิมนั้น ถ้าเราลองเสิร์ชในโลกออนไลน์จะค้นพบว่าราคาเริ่มต้นจากบนเว็บไซต์ของ Apple ประเทศไทยนั้นอยู่ที่ 29,900 บาท ตัวความจุ 64GB ของรุ่น XR มีราคาถูกกว่ารุ่น XS ที่สเปกสูงกว่าถึง 10,000 บาท ซึ่งเป็นราคาเครื่องเปล่าโดยไม่ผูกสัญญากับเครือข่ายใดๆ จึงนำมาสู่คำถามที่ว่า “ราคา 10,000 บาทที่ต่างกันนั้นคุ้มค่าแก่การอัปเกรดไปเป็นรุ่น XS หรือไม่?”

 

 

หน้าจอ LCD vs OLED

สิ่งแรกที่นักวิจารณ์หลายคนรวมถึง Unbox Therapy นักรีวิวสินค้าชาวสหรัฐฯ​ ได้ออกมาโจมตีความชัดของหน้าจอ iPhone XR ซึ่งหากเปรียบเทียบตัวเลขบนกระดาษแล้ว ระหว่างหน้าจอ Super Retina HD แบบ OLED 5.8 นิ้ว ที่มีค่า PPI หรือ Pixel Per Inch ที่ 458 ของ iPhone XS กับหน้าจอ Liquid Retina HD แบบ LCD 6.1 นิ้ว พร้อมค่า PPI ที่ 326 หลายคนคงจะรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อยที่ต้องซื้อมือถือในปี 2018 พร้อมกับหน้าจอที่ไม่ได้คมชัด ความละเอียดสูงมากแบบ OLED บวกกับค่า PPI ที่ 326 ของ XR เท่ากับ PPI ของ iPhone 4 (ปี 2009) ที่มีค่า PPI ที่ 330 ด้วยซ้ำ…

 

 

แต่หลังจากอ่านคำวิจารณ์มามากมาย ผมกลับพบว่าอาจจะไม่ยุติธรรมสำหรับการทำงานจริงของเครื่องเท่าไรนัก เพราะจากที่ได้ทดลองใช้งานจริงพบว่าหน้าจอมีความชัดและละเอียดกว่ารุ่นก่อนๆ ที่เคยใช้งานมา (ก่อนหน้านั้นใช้ iPhone 7) และกลับพบว่าไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดใจที่ XR เป็นเพียงหน้าจอ LCD แต่อย่างใด

 

โดยหลังจากการใช้งานเป็นเวลาหลายวันยังค้นพบอีกว่าการชมภาพถ่ายจากกล้อง DSLR มีความสวยงามและสมจริงด้วยเทคโนโลยี True Tone ที่ใช้เซนเซอร์ตรวจวัดแสงโดยรอบ 6 ช่องสัญญาณ และปรับ White Balance บนหน้าจอให้ตรงกับอุณหภูมิสีของแสงรอบๆ และไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดใจกับตัวเลข 326 PPI เลยด้วยซ้ำ

 

 

ชิป A12 กับความเร็วที่มีสะดุดบ้าง

อีกหนึ่งจุดเด่นของ XR คือแม้ว่าหน้าจอจากข้อมูลเครื่อง อาจจะสู้ XS ไม่ได้ แต่สำหรับชิปขับเคลื่อนทุกการปฏิบัติการนั้นมีความเร็วเท่ากันจากชิป A12 Bionic ตัวล่าสุดของ Apple ทั้งเล่นเกม ตัดต่อวิดีโอ แต่งภาพ และใช้ทำงานพร้อมกันหลายๆ ฟังก์ชัน แต่เราก็ยังค้นพบว่ามีแอปพลิเคชันค้างบ้างในบางครั้ง แต่ก็ไม่ถึงกับสร้างปัญหาให้กับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

 

ตัวอย่างภาพจาก XR โหมดพาโนรามา

 

กล้อง 12 ล้าน Pixel F1.8

เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทำให้คนอาจตัดสินใจยอมควักเงินเพิ่มเพื่ออัปเกรดไปสู่ XS หรือแม้กระทั่งไปคว้าตัวเก่าอย่าง iPhone X เนื่องจากทุกรุ่นตั้งแต่ X, XS และ XS Max มีทั้งหมด 2 กล้อง ยังไม่นับรวมคู่แข่งค่ายอื่นๆ ที่ตอนนี้มีถึง 4 กล้องแล้วสำหรับ Samsung A9

 

แต่สำหรับกล้องตัวเดียวอาจทำให้คนที่เคยได้ใช้กล้อง 2 ตัวมารู้สึกแปลกๆ หากสมาร์ทโฟนของคุณมีกล้องเพียงตัวเดียวที่ความชัด 12MP F1.8 แต่สำหรับผู้ที่อัปรุ่นขึ้นมาจาก iPhone 7 ลงไปจะค้นพบว่าตัวเดียวก็เกินพอ สำหรับสิ่งต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นมา ทั้งโหมด Portrait ที่มีมาตั้งแต่รุ่น X สร้างความตื่นเต้นให้ได้ไม่น้อย

 

ตัวอย่างภาพจาก XR แบบโหมดทั่วไป

 

แบตเตอรี่ที่อยู่ได้ครบวันโดยไม่ต้องชาร์จเพิ่ม

น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกใจที่สุดจากการใช้งาน XR มา เนื่องจากปกติแล้ว ภายในครึ่งวันแบตเตอรี่ก็ลงไปแตะเกือบ 50% แล้ว แต่สำหรับ XR แล้ว ผมพบว่าหลังจากกลับบ้านมายังคงถ่ายรูป เล่นเกมเล็กน้อย และใช้งานมาทั้งวัน แต่แบตยังคงเหลือมากกว่า 20 % ซึ่งถือว่าเป็นแบตเตอรี่ที่ทนทานในระดับหนึ่ง และทำให้เราบางครั้งออกจากบ้านได้โดยไม่ต้องยืดอกพกพาวเวอร์แบงก์ได้อย่างสบายใจในระดับหนึ่งทีเดียว

 

ส่วนบางวันในฐานะนักข่าวอย่างผม มีบ้างที่ใช้งานเยอะจากการเปิด Personal Hotspot ใช้งานหลายชั่วโมง รวมถึงถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอนั้น ทำให้แบตของเครื่องที่แม้จะอึดกว่ารุ่นก่อนๆ ก็จริง แต่ก็ไม่สามารถอยู่ได้ครบวันอยู่ดี

 

 

Face ID ระบบที่ยังต้องถูกทดสอบ

หากจะมีจุดหนึ่งที่ต้องพูดถึงของ XR คือระบบจดจำใบหน้าในการปลดล็อกและใช้งานต่างๆ ซึ่งผมพบว่าระบบสามารถใช้งานได้ดี 8-90% มีบ้างในบางครั้งที่อยู่ในที่ร่ม แล้ว Face ID เกิดจดจำใบหน้าของเราไม่ได้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น นี่เป็นจุดเดียวในสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ที่ผิดหวังเล็กน้อย บวกกับบางแอปพลิเคชันที่อาจยังต้องอัปเกรดให้เข้ากับระบบใหม่ของ Apple

 

ทั้งนี้โดยรวมแล้วสำหรับ iPhone XR จากการใช้งานมาสักพักใหญ่ถือว่าเป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่คุ้มกับราคาที่ต่ำกว่ารุ่น XS ถึง 10,000 บาท ด้วยชิปความเร็วสูง A12 Bionic ด้วยกล้อง 12MP F1.8 และด้วยแบตเตอรี่ที่อยู่ได้ครบวันโดยไม่ต้องเสียบชาร์จระหว่างทาง แต่สำหรับคนที่ต้องการอัปเกรดไปสู่ XS ก็ต้องตอบตัวเองว่ากล้องเลนส์เทเลโฟโต้ที่มีรูรับแสง f/2.4 อีกตัวหนึ่งในรุ่น XS, XS MAX บวกกับหน้าจอ OLED และดีไซน์ตัวเครื่องสเตนเลสนั้นคุ้มค่าต่อการอัปเกรดหรือไม่

 

ส่วนจะเพราะอะไรก็ตาม หากมองว่าเหมาะสมคุ้มค่าสำหรับการใช้งานและชีวิตประจำวันของคุณ มันก็คงไม่มีคำว่า ‘แพงเกินไป’

 

ภาพ: Courtesy of Apple Thailand, ดิษยุตม์ ธนบุญชัย

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US