วันนี้ (19 สิงหาคม) เวลา 09.45 น. เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดน่าน และการเตรียมความพร้อมบริหารสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมี อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมติดตามสถานการณ์กับ บรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพื้นที่จังหวัดน่าน รวมถึงหัวหน้า ปภ. และเจ้าหน้าที่ ปภ. ในพื้นที่ภาคเหนือ
เจเศรษฐ์ได้หารือร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและปลัดอำเภอปัว ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ โดยกำชับให้เร่งเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง และบริหารการรับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลงไปช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงออกจากพื้นที่โดยด่วน โดยขอให้ติดตามช่องทางโซเชียลมีเดียทั้งหมดที่มีประชาชนโพสต์ขอความช่วยเหลือ แล้วเข้าช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน จากนั้นได้สั่งการให้ทีมจังหวัดน่านเลิกประชุม แล้วลงพื้นที่ไปบัญชาการเหตุการณ์ต่อโดยทันที
หลังจากนั้น เจเศรษฐ์ได้สั่งการกรม ปภ. และหน่วย ปภ. ภาคเหนือตอนล่าง เร่งนำเรือเจ็ตสกีและเรือท้องแบนทั้งหมดไปที่จังหวัดน่านโดยเร่งด่วน พร้อมสั่งการให้เฮลิคอปเตอร์ KA-32 ไปประจำสแตนด์บายช่วยเหลือพื้นที่น่าน และให้ประสานทางหลวง ตำรวจ และอาสาสมัครในพื้นที่ จัดรถนำทาง ยานพาหนะ เครื่องมือและอุปกรณ์เข้าพื้นที่โดยด่วน โดยเฉพาะรถผลิตน้ำดื่ม โรงครัว เครื่องไม้เครื่องมือ และอุปกรณ์กำลังพล หากจังหวัดน่านต้องการรับการสนับสนุนสิ่งใดเพิ่มเติม ขอให้รีบประสานเพื่อขนย้ายจัดส่งโดยด่วน และให้กรม ปภ. ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง หากฝนยังตกต่อเนื่อง คาดว่าน่าจะมีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม
ด้านอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการจังหวัดน่านให้นำความห่วงใยและข้อสั่งการของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนี้ปฏิบัติราชการอยู่ต่างประเทศ โดยให้ประชาชนในศูนย์พักพิงใช้ชีวิตเหมือนอยู่บ้าน และดูแลสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมกำชับทุกจังหวัด ทุกอำเภอ และทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประเมินสถานการณ์ หากคาดว่าน้ำจะเพิ่มขึ้นในจุดไหน ต้องรีบแจ้งเตือนประชาชน แล้วเร่งอพยพจากบ้านเรือนให้เร็วที่สุด ‘ห้ามมีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยครั้งนี้’
บรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รายงานว่า จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและฝนตกหนัก ส่งผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดน่าน 3 อำเภอ คือ ปัว แม่จริม และสันติสุข โดยเฉพาะอำเภอปัว มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ตำบลปัว ตำบลศิลาแลง ตำบลวรนคร ตำบลศิลาเพชร (บางส่วน) ตำบลแยง (บางส่วน) ตำบลอวน และตำบลสถาน รวม 9 ตำบล 35 หมู่บ้าน 8,000 ครัวเรือน ประชาชนประมาณ 16,000 คน ถนนขาด 5 เส้นทาง มีศูนย์อพยพเบื้องต้น 10 จุด อาทิ หอประชุมอำเภอปัว โรงเรียนชุมชนศิลาเพชร อบต.ศิลาเพชร หอประชุมเทศบาลตำบลปัว วัดป่าเหมือง ทต.ศิลาแลง โรงเรียนจอมแจ้งวิทยาคาร อบต.วรนคร โรงเรียนบ้านเสี้ยว อบต.ไชยวัฒนา ที่ว่าการ อบต.ภูคา โรงเรียนมัธยมเมืองแงง และศาลาอเนกประสงค์บ้านหัวเมือง
โดยขณะนี้มีหน่วยทหาร หน่วย ปภ. กองร้อย อส.จ.น่านที่ 1 มูลนิธิสว่าง และมูลนิธิเพชรเกษม กระจายกำลังไปยังพื้นที่ที่ขอรับความช่วยเหลือ สำหรับผู้ที่ติดอยู่ในบ้าน ขณะนี้หน่วยทหารกำลังระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านร้อง มีกำลังพลประมาณ 70–80 นาย คาดว่าจะอพยพประชาชนออกได้ภายใน 1–2 ชั่วโมง
‘วันพรุ่งนี้ น้ำจะไหลไป อ.ท่าวังผา และ อ.เมืองน่าน และในวันรุ่งขึ้น (21 ส.ค. 69) จะไหลไปที่ อ.เวียงสา โดยในห้วงวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้ (20–21 ส.ค. 69) อ.เมืองน่าน และ อ.เวียงสา ต้องเฝ้าระวังสูงสุด โดยเทศบาลในพื้นที่แจ้งเตือนประชาชนให้ยกของขึ้นที่สูง และเตรียมความพร้อมแล้ว’
ด้านสมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยได้ส่งกำลังคนนักกีฬาเจ็ตสกีและเรือเจ็ตสกี รวม 8 ลำ โดยมี เปิ้ล นาคร เป็นผู้บัญชาการ ซึ่งกำลังเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังพื้นที่ในขณะนี้


