×

เปิดข้อมูลเทรนด์ฉีดฟิลเลอร์น่าสนใจฉบับได้ผล เติมเต็มความดูดีให้งานผิวในทุกมิติ

25.04.2024
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

  • เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ที่ผ่านมา สื่อด้านความสวยความงามจากสหรัฐฯ อย่าง ‘Byrdie’ ได้กล่าวถึงฟิลเลอร์ไว้อย่างน่าสนใจ โดยบอกเอาไว้ว่า การฉีดฟิลเลอร์ในสหรัฐฯ บริเวณใบหน้ายังคงได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคอยู่พอสมควร
  • ฟิลเลอร์ไฮยาค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เพราะให้ผลลัพธ์ที่ดูมีความเป็นธรรมชาติด้วยเท็กซ์เจอร์ที่เบาบาง โดยที่ HA ยังเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายเรา มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ ทำให้ผิวชุ่มชื้นและเต่งตึง
  • วิธีที่จะใช้ฟิลเลอร์ให้ได้ผลที่สุด นอกเหนือจากการใช้งานผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองโดย FDA (เช่น Allergan) คือการใช้ประเภทฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับความต้องการหรือผลลัพธ์ให้ถูกกับเรา และในปริมาณที่เหมาะสม

ครั้งหนึ่ง ผู้เขียนเคยมีโอกาสได้สัมภาษณ์กับผู้บริหารระดับสูงแห่งแบรนด์ความงามระดับต้นๆ ของโลก ซึ่งมุมมองที่เธอสะท้อนออกมามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก

 

แม้จะดูเป็นผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจสกินแคร์ที่เธอดูแลไม่น้อย แต่เธอก็บอกอย่างตรงไปตรงมาว่า การทำหัตถการ ณ ปัจจุบันเป็นเรื่องที่ผู้คนทำกันอย่างแพร่หลายแล้ว และไม่ใช่เรื่องแปลกเลย 

 

อย่างไรก็ดี การทำหัตถการที่ได้ผลก็จำเป็นต้องพึ่งพาการใช้สกินแคร์ที่มีคุณภาพดูแลควบคู่เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในระยะยาว

 

จะเห็นได้ว่า ค่านิยมของการทำหัตถการทั้งเพื่อมุ่งเป้าไปที่ความสวยความงาม ความหล่อดูดี หรือการชะลอวัยในมุมมองของผู้บริโภค ณ วันนี้ได้เปิดกว้าง ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายให้เป็นเรื่องปกติ ความเป็นธรรมชาติที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ (ทั้งที่จริงๆ การทำหัตถการก็ไม่เคยเป็นเรื่องที่แปลกหรือผิดเลยด้วยซ้ำ)

 

เช่นเดียวกันกับ ‘การฉีดฟิลเลอร์ (Filler)’ ที่ในความเป็นจริงนั้นเป็นรูปแบบการทำหัตถการชนิดหนึ่งที่สามารถทำได้ และให้ผลลัพธ์ที่ดีไม่แตกต่างจากการทำหัตถการประเภทอื่นๆ หากเลือกคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญ และเลือกผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานโดย FDA ของสหรัฐอเมริกา

 

แล้วมุมมองเรื่องการฉีดฟิลเลอร์ในเทรนด์ระดับโลกขับเคลื่อนไปในทิศทางใดบ้าง จะรู้ได้อย่างไรว่าฟิลเลอร์ที่ใช้ผ่านการรับรองมาตรฐานโดย FDA ของสหรัฐอเมริกา?

 

 

เลือกใช้ฟิลเลอร์ประเภทที่ใช่กับคนไข้แต่ละคนด้วยปริมาณที่เหมาะสม บทสรุปที่สามัญแต่จริงใจ

 

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ที่ผ่านมา สื่อด้านความสวยความงามจากสหรัฐฯ อย่าง Byrdie ได้กล่าวถึงฟิลเลอร์ไว้อย่างน่าสนใจ โดยบอกเอาไว้ว่า การฉีดฟิลเลอร์ในสหรัฐฯ บริเวณใบหน้ายังคงได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคอยู่พอสมควร

 

แต่ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญก็คือ ฟิลเลอร์ในปัจจุบันมีชนิดและตัวเลือกที่ค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งบางทีไม่ได้ต่างกันแค่ส่วนประกอบเพียงอย่างเดียว เพราะ Byrdie ใช้คำว่าฟิลเลอร์บางชนิดก็มีความต่างกันลึกถึงระดับ ‘โมเลกุล’ 

 

นั่นหมายความว่า ผลลัพธ์ที่คุณได้จากฟิลเลอร์แต่ละรูปแบบก็อาจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับฟิลเลอร์ที่คุณเลือกใช้

 

ปัจจุบัน บริษัทอย่าง ‘Allergan’ ถือเป็นหนึ่งในสองผู้ผลิตฟิลเลอร์หลักรายใหญ่ของโลกที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในวงการการแพทย์ ทั้งยังผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพความน่าเชื่อถือโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ​ (FDA) จากการเปิดเผยโดย Byrdie ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่การันตีได้ถึงผลลัพธ์ที่เป็นมาตรฐานและความปลอดภัยที่เราในฐานะผู้รับการฉีดจะได้รับ

 

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ทาง Byrdie ยังได้สัมภาษณ์คุณหมอ Marnie Nussbaum แพทย์ผิวหนังเพื่อความงาม และคุณหมอ Jonathan Cabin ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้า ถึงความเห็นและข้อแนะนำที่คุณหมอทั้งสองท่านมีต่อการฉีดฟิลเลอร์ในปัจจุบัน โดยผู้เชี่ยวชาญทั้งสองรายได้ให้คำแนะนำถึงฟิลเลอร์ทั้ง 5 ชนิดที่กำลังได้รับความสนใจในเทรนด์ ณ ปัจจุบัน

 

1. Hyaluronic Acid (HA) – สำหรับฟิลเลอร์ไฮยานี้ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เพราะให้ผลลัพธ์ที่ดูมีความเป็นธรรมชาติด้วยเท็กซ์เจอร์ที่เบาบาง โดยที่ HA ยังเป็นสารที่สามารถพบได้ในร่างกายมนุษย์เราอีกด้วย ซึ่งเมื่อฉีดเข้าไปยังร่างกายตามบริเวณที่ต้องการแล้ว ฟิลเลอร์ชนิดนี้จะค่อยๆ เจือจางลงตามกาลเวลาอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉลี่ยจะมีระยะเวลาอยู่ที่ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับร่างกายของผู้ฉีดและโปรดักต์ของบริษัทที่เลือกใช้ (คุณหมอทั้งสองท่านและ Byrdie แนะนำว่าฟิลเลอร์ของ Allergan ในกลุ่ม HA ก็ค่อนข้างได้รับความนิยมและแพร่หลายมาก)

 

ในเชิงการใช้งาน ฟิลเลอร์ไฮยาสามารถนำไปฉีดยังบริเวณต่างๆ ของใบหน้าได้หลากหลาย เช่น การรักษาริ้วรอยบริเวณใต้ตา, เติมเต็มร่องลึกบริเวณแก้มและริมฝีปาก ขมับ และการปรับรูปหน้า หรือการสร้างกรอบหน้าบริเวณคาง

 

2. Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ตามมาด้วยฟิลเลอร์แบบ CaHA ซึ่งความคล้ายคลึงกับ HA คือสารชนิดนี้เป็นสารที่สามารถพบได้ในร่างกายมนุษย์เรา โดยมากมักพบในบริเวณกระดูก และด้วยความที่มีอนุภาคหลักเป็นแคลเซียม ตัวฟิลเลอร์จึงมีความแข็งกว่า HA พอสมควร และจะอยู่ได้นานมากถึงหนึ่งปีเลยทีเดียว มักใช้งานในการเติมเต็มให้ร่องแก้มและรอยพับระหว่างจมูกดูเรียบเนียน เติมเต็ม รวมถึงใช้ปรับรูปทรงของแนวสันกราม

 

3. Poly-L-lactic Acid – แม้ฟิลเลอร์ชนิดนี้จะเป็นสารสังเคราะห์ที่ไม่สามารถพบได้ในร่างกายเหมือนกับ HA และ CaHA แต่ Poly-L-lactic Acid ก็ถือเป็นสารสังเคราะห์ที่มีความปลอดภัยสูง สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพทั้งยังให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานมากไม่ต่ำกว่า 2 ปีขึ้นไป 

 

โดยมากนิยมฉีดกันเพื่อเติมเต็มความสวยงามเวลาที่ยิ้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ริ้วรอยบริเวณคาง รวมถึงแก้มและขมับ ทั้งยังมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้คืนสู่ผิวหน้าอีกด้วย

 

4. Polymethylmethacrylate (PMMA) – คล้ายคลึงกับ Poly-L-lactic Acid ตรงที่เป็นฟิลเลอร์จากสารสังเคราะห์ทางชีวภาพ ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าฟิลเลอร์แบบไฮยา (เป็นฟิลเลอร์ชนิดเดียวที่ FDA รับรองผลว่าให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่า 5 ปีเต็ม) นิยมใช้เพื่อเพิ่มและเติมเต็มรอยยิ้มให้ได้รูปสวยงาม เติมเต็มร่องหลุมสิวให้เรียบเนียน และยังสามารถช่วยร่างกายให้กระตุ้นสร้างคอลลาเจนเพื่อ Maintain ความอ่อนเยาว์ให้ผิวหน้าได้ไม่ต่างจาก Poly-L-lactic Acid 

 

5. Autologous fat injections (facial fat grafting) – แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั้ง 4 ชนิดที่กล่าวมาข้างต้นตรงที่เป็นการนำไขมันส่วนอื่นในร่างกายเรามาฉีดที่บริเวณใบหน้า นั่นหมายความว่าคุณจะต้องเข้าสู่กระบวนการผ่าตัดหากต้องการใช้วิธีการนี้ในการเติมเต็มร่องรอย ริ้วรอย หรือแก้ปัญหาต่างๆ บนใบหน้า (อาจไม่ได้จบแค่ครั้งเดียว) แต่ข้อดีคือ คุณหมอทั้งสองท่านและ Byrdie ระบุว่าฟิลเลอร์แบบนี้อาจให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า และบางเคสอาจได้ผลลัพธ์แบบคงทนถาวรเลยก็ว่าได้!

 

 

ถึงกระนั้นก็ดี คุณหมอ Marnie Nussbaum ย้ำว่า วิธีที่จะใช้ฟิลเลอร์ให้ได้ผลที่สุด นอกเหนือจากการใช้งานผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองโดย FDA (เช่น Allergan) คือการใช้ประเภทฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับความต้องการหรือผลลัพธ์ให้ถูกกับเรา และในปริมาณที่เหมาะสม

 

‘Skin Boosters’ เทรนด์ ‘เติมความฉ่ำผิว’ รูปแบบใหม่ที่แม้แต่ Harper’s BAZAAR ยกให้เป็นหนึ่งในเทรนด์ความสวยความงามที่น่าสนใจประจำปี 2024

 

นอกเหนือจากข้อมูลที่เผยแพร่โดย Byrdie นิตยสารหัวดังอย่าง Harper’s BAZAAR ก็เคยออกมาเปิดเผยเทรนด์ความสวยความงามที่น่าจับตาประจำปี 2024 (The Biggest 2024 Beauty Trends for a Head-to-Toe Glow Up) เช่นกัน

 

หนึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจคือ การฉีด Skin Booster หรือ Skin Hydrator เพื่อเติมความฉ่ำ ชุ่มชื้นให้กับผิว

 

โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้มีความพิเศษตรงที่ถือเป็น Hyaluronic Acid สำหรับงานผิวตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับการอนุมัติ FDA สหรัฐฯ มีคุณสมบัติเด่นในการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือเติมเต็มชั้นผิวแต่อย่างใด

 

เรียกง่ายๆ ว่าการทำหัตถการด้วยการฉีด Skin Booster จะทำหน้าที่เป็นเหมือนการบำรุงผิวขั้นพื้นฐานที่ฉีดเข้าผิวโดยตรง ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น เรียบเนียน อิ่มน้ำฉ่ำวาวโกลว (แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ทาง Allergan ก็เป็นผู้พัฒนาเช่นกัน)

 

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.allerganaesthetics.co.th/ 

 

อ้างอิง:

 

TH-JUV-240090

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising