×

InnovestX คาด พรุ่งนี้ กนง. ลดดอกเบี้ย 0.25% หลังเงินเฟ้อชะลอตัว เศรษฐกิจไทยเปราะบาง แถมสภาพคล่องตึงตัวรุนแรงหนักสุดในรอบ 16 ปี

15.10.2024
InnovestX

ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ Head of Economic Research หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Morning Wealth ว่า คาดว่าการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันพรุ่งนี้ (16 ตุลาคม) มีโอกาสจะลดดอกเบี้ยลง 0.25% ไปสู่ระดับ 2.25% เนื่องจากเหตุผล 4 ข้อ ดังนี้

 

  1. ปัจจัยกดดันเงินเฟ้อที่ชะลอลดลงค่อนข้างมาก แม้ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้อาจเริ่มเห็นเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นบ้าง หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนกันยายนปีนี้ที่ออกมาล่าสุดต่ำกว่าคาด เดิมคาดไว้ว่าจะอยู่ที่ 0.75% แต่ออกมา 0.61% ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) จากที่เคยเริ่มฟื้นตัวก่อนหน้านี้ เริ่มกลับมามีสัญญาณหดตัวที่รุนแรงอีกครั้ง ซึ่งหากเข้าไปดูในรายละเอียดจะพบว่า ข้อมูลที่หดตัวหลักคือกลุ่มสินค้ากึ่งสำเร็จรูป ได้แก่ น้ำมันดีเซล, น้ำตาลทราย และเหล็ก ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบจากจีนที่มีสถานการณ์การผลิตสินค้าที่โอเวอร์ซัพพลาย และมีการดัมป์ราคาสินค้าส่งออกเข้ามาขายในไทย

 

ทั้งนี้ จากการศึกษาข้อมูล ทุกครั้งที่ตัวเลข PPI หดตัวจะมีผลกระทบต่อดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรือตัวเลขเงินเฟ้อ มีโอกาสหดตัวในระยะต่อไป ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังจะเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงรอบใหม่

 

นอกจากนี้ เริ่มเห็น CPI มีตัวเลขที่ค่อนข้างนิ่งในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้น มีโอกาสที่เงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปีนี้จะต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ที่ระดับ 0.6% และเงินเฟ้อในปี 2568 มีโอกาสที่จะต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ที่ระดับ 1.4%

 

  1. ภาพเศรษฐกิจไทยยังคงเปราะบางและมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดย GDP ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาขยายตัวลดลงสู่ระดับ 2.5% และหากดูข้อมูลรายละเอียดจะพบว่าการท่องเที่ยวเริ่มชะลอตัวลง ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มหลัก ทั้งชาวจีนและมาเลเซีย รวมถึงเป็นช่วงโลว์ซีซัน อีกทั้งมีการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่ติดลบมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

 

รวมถึงยังมีผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังคงมีแนวโน้มลดลง แม้จะมีปัจจัยจากการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท อีกทั้งยังมองว่ามีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในระยะต่อไปที่เพิ่มมากขึ้น

 

อีกทั้งข้อมูลตัวเลขภาคการผลิตในเดือนสิงหาคมที่กลับมาติดลบ 1.9% หลังจากเริ่มมีสินค้าคงคลังปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการผลิตสินค้า รวมถึงการลงทุนของภาคเอกชนในเดือนสิงหาคมปีนี้ที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ตัวเลขข้อมูลการบริโภคสินค้าคงทนหรือบริการในเดือนสิงหาคมกลับมาหดตัวอีกครั้งตามภาวะทางการเงินที่ตึงตัว

 

จึงกังวลว่าการขยายตัวของ GDP ไทยมีความเสี่ยงที่จะชะลอลง อีกทั้งยังมีความกังวลจากปัจจัยสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจกดดันให้แนวโน้มเศรษฐกิจมีทิศทางที่แย่ลงจากเดิม ซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบต่อ GDP ประมาณ 0.2% ซึ่งเม็ดเงินจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะมาช่วยชดเชยผลกระทบได้ใกล้เคียงกับผลกระทบที่มาจากน้ำท่วมที่มีต่อ GDP ดังนั้น ปัจจัยของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตอาจไม่มีผลต่อการกระตุ้น GDP ให้เพิ่มขึ้น

 

ดร.ปิยศักดิ์ กล่าวต่อว่า ยังมีความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลง จากข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ที่เริ่มมีทิศทางชะลอตัวลง โดยจากการศึกษาพบว่า PMI ของโลก โดยเฉพาะของภาคการผลิต เป็นข้อมูลที่ชี้นำข้อมูลการส่งออกของประเทศไทยประมาณ 6 เดือน โดยตัวเลข PMI ล่าสุดของโลกอยู่ที่ระดับ 48.8 และเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่องในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงที่จะเห็นตัวเลขการส่งออกของไทยชะลอตัวลงชัดเจนขึ้นในระยะถัดไป

 

  1. สภาวะทางการเงินที่มีความตึงตัวค่อนข้างมาก โดยสภาพคล่องทางการเงินของไทยตึงตัวรุนแรงที่สุดในรอบ 16 ปี สาเหตุหลักมาจากค่าเงินบาทที่มีทิศทางแข็งค่าขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับทุกสกุลเงินในต่างประเทศ รวมถึงภาพรวมการปล่อยสินเชื่อที่ชะลอตัวลง อีกทั้งดอกเบี้ยเงินกู้ที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปี

 

  1. ภาวะปัจจุบันเข้าเงื่อนไขลดดอกเบี้ยได้ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มทยอยลดดอกเบี้ย

 

“หาก กนง. ไม่ลดดอกเบี้ยในรอบการประชุมในวันพรุ่งนี้ มีโอกาสที่จะเห็นการลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนธันวาคมปีนี้ หลังจากเริ่มเห็นทิศทางเงินบาทเริ่มอ่อนค่า รวมถึงรอดูผลลัพธ์จากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงติดตามผลกระทบจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีทิศทางเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง” ดร.ปิยศักดิ์ กล่าว 

 

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่ กนง. ต้องการแสดงความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ซึ่งขณะนี้มีประเด็นในการสรรหาประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ธปท.


READ MORE





Latest Stories