×

อุตสาหกรรมฯ กางผลตรวจ 5 จังหวัด สั่งฟัน 64 โรงงานขยะ เล็งเพิกถอนใบอนุญาตอีก 3 แห่ง ‘วราวุธ’ จี้ชดเชยสารเคมีรั่วปราจีนฯ-ยันรับทุนจีนไร้ช่องโหว่นำเข้าขยะพิษ

โดย THE STANDARD TEAM
03.11.2026
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบโรงงานและเหตุสารเคมีรั่ว

วันนี้ (3 พฤศจิกายน) วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับรายงานจาก ภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, พรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ถึงความคืบหน้าปฏิบัติการตรวจสอบ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด สำหรับการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 เพื่อเร่งจัดระเบียบโรงงานเป้าหมาย 3,049 แห่งทั่วประเทศให้อยู่ภายใต้มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

 

สำหรับปฏิบัติการวันแรก เป็นการปูพรมลงพื้นที่กลุ่ม A ใน 5 จังหวัดเสี่ยง ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ โดยแบ่งกำลังเป็นจังหวัดละ 10 ทีม รวม 50 ทีม บูรณาการความร่วมมือกับ กอ.รมน., กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย

 

ผลการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานรวม 80 แห่ง (แบ่งเป็นโรงงานลำดับที่ 105 จำนวน 26 แห่ง, ลำดับที่ 106 จำนวน 52 แห่ง และโรงงานอัดเศษโลหะ/หลอมพลาสติกอีก 2 แห่ง) พบการกระทำผิดที่เข้าข่ายต้องออกคำสั่งตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ดังนี้

 

  • สั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราวและปรับปรุงแก้ไข (มาตรา 39 วรรคหนึ่ง): จำนวน 1 โรงงาน
  • สั่งปรับปรุงแก้ไขโรงงาน (มาตรา 37 วรรคหนึ่ง): จำนวน 63 โรงงาน

 

นอกจากนี้ ทีมปฏิบัติการเฉพาะกิจจากส่วนกลางยังอยู่ระหว่างเสนอคำสั่ง ‘ปิดโรงงาน’ ซึ่งจะมีผลให้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตอีกจำนวน 3 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ชลบุรี และฉะเชิงเทรา โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่ง วราวุธได้กำชับให้ชุดปฏิบัติการทำงานด้วยความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจภายใต้กรอบกฎหมาย และยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยจะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะครบเป้าหมาย

 

วราวุธ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสารเคมีรั่วไหลในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องปริมาณสารตกค้างในลำน้ำและพื้นที่เกษตรกรรมที่อาจมีความเข้มข้นสูงขึ้นหลังน้ำลด ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำและดินเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา คาดว่าจะทราบผลในอีก 2-3 วันนี้

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ย้ำว่า ได้สั่งการให้บริษัทต้นเหตุรับผิดชอบเยียวยาประชาชนทุกบาททุกสตางค์ โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาค่าเสียหายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเยียวยาครอบคลุมประชาชนในทุกพื้นที่อย่างเป็นธรรม

 

ส่วนกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 อนุมัติให้กระทรวงอุตสาหกรรมรับเงินสนับสนุนจากประเทศจีน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเป็นช่องโหว่ในการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์นั้น

 

วราวุธชี้แจงว่า จำนวนเงินสนับสนุนดังกล่าวคือ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ไม่ใช่ 3 แสนล้านตามที่มีกระแสข่าว) และเป็นความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อศึกษาแนวทางการกำจัดขยะอุตสาหกรรมอย่างถูกวิธี ยืนยันว่าจะไม่นำไปสู่การทิ้งกากอุตสาหกรรมอย่างผิดกฎหมายแต่อย่างใด

 

ทั้งนี้ สิ่งที่น่ากังวลและต้องเฝ้าระวังอย่างหนักคือ การลักลอบนำเข้าขยะพิษโดยไม่มีเอกสาร การสำแดงเท็จ และการซุกซ่อนในตู้คอนเทนเนอร์หรือผ่านช่องทางธรรมชาติ ซึ่งตรวจสอบได้ยากท่ามกลางปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่นำเข้าประเทศหลายหมื่นตู้ต่อวัน


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories