ฮาจิเมะ โมริยาสุ กุนซือทัพซามูไรบลูส์วัย 57 ปี กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นเฮดโค้ชคนแรกที่คุมทีมชาติญี่ปุ่นลุยศึกฟุตบอลโลกติดต่อกันสองสมัย และล่าสุดเจ้าตัวไม่ปิดบังความทะเยอทะยานว่า เป้าหมายในฟุตบอลโลก 2026 กลางปีนี้ ไม่ใช่เพียงการผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่คือการไปให้ถึงจุดสูงสุด นั่นคือแชมป์โลกที่ชาวญี่ปุ่นใฝ่ฝัน
สำหรับทีมชาติญี่ปุ่นถูกจับสลากอยู่ในกลุ่ม F ร่วมกับเนเธอร์แลนด์, ตูนิเซีย และทีมจากรอบเพลย์ออฟยุโรป โดย โมริยาสุ ยอมรับว่าทางข้างหน้าไม่ง่าย แต่ยืนยันว่าโฟกัสหลักคือผลการแข่งขัน
“ผมจะโฟกัสกับผลการแข่งขันเป็นหลัก และในขณะเดียวกัน ผมก็คิดเสมอว่าจะต่อยอดสิ่งที่เราสร้างมาจนถึงตอนนี้อย่างไร” โมริยาสุกล่าว
ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ด้วยการคัมแบ็กเอาชนะเยอรมนีและสเปน 2-1 ทั้งสองนัด ก่อนที่ทีมของเขาจะเดินหน้าพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่องในเกมอุ่นเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการบุกถล่มเยอรมนี 4-1 ในปี 2023 และการเปิดบ้านแซงชนะบราซิล 3-2 เป็นครั้งแรก เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา
โดยเกมประเดิมสนามฟุตบอลโลก 2026 ของญี่ปุ่น จะมีขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน พบกับเนเธอร์แลนด์ ที่เมืองดัลลัส สหรัฐอเมริกา แม้ผลการแข่งขันจะส่งผลต่อการจัดอันดับในกลุ่ม แต่โมริยาสุย้ำว่าไม่ควรมองเกมแรกเป็นทุกอย่าง
“มันสำคัญ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เรายังสามารถเข้ารอบได้แม้จบอันดับสาม และแชมป์เก่าอย่างอาร์เจนตินาก็เคยแพ้นัดแรกมาแล้ว ผมไม่ยึดติดกับเรื่องโมเมนตัม ถ้าเราแข็งแกร่งจริง ผลลัพธ์จะตามมาเอง”
นอกจากนี้ โมริยาสุยังเผยถึงความทะเยอทะยานส่วนตัวว่า เขาได้เดินทางไปชมสนามรอบชิงชนะเลิศมาแล้ว และภาพของถ้วยแชมป์ก็ผุดขึ้นมาในความคิดอยู่เสมอ
“ผมอยากเห็นเวทีของรอบชิงฯ ถ้วยแชมป์ยังคงวนอยู่ในหัว และผมอยากให้ทีมชาติญี่ปุ่นได้ลงเล่นบนเวทีนั้น”
กุนซือวัย 57 ปียังย้ำว่าญี่ปุ่นชุดนี้แข็งแกร่งกว่าฟุตบอลโลกครั้งก่อนอย่างชัดเจน ทั้งในแง่การกดดันคู่แข่งและความสามารถในการคุมเกม
“ในทัวร์นาเมนต์ก่อน เราเป็นฝ่ายตั้งรับมากกว่า แต่ตอนนี้เราพัฒนาขึ้นมากในการคุมเกมทั้งรุกและรับ”
แม้เป้าหมายระยะยาวของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นจะวางไว้ที่การเป็นทีมเต็งแชมป์โลกในปี 2050 แต่โมริยาสุเชื่อว่าทีมชุดปัจจุบันมีศักยภาพพอจะลุ้นความสำเร็จได้เร็วกว่านั้น
“ตอนนี้เราตั้งเป้าที่จะคว้าแชมป์โลกในฐานะม้ามืด ส่วนเป้าหมายระยะยาวคือการเป็นทีมเต็งในปี 2050 สิ่งที่อยู่ในใจผมตอนนี้คือ การทำให้ทีมแข็งแกร่งกว่าวันนี้
และส่งต่อสิ่งนั้นให้กับอนาคต”
อ้างอิง:


