×

จาก ‘กรีนแลนด์’ ถึง ‘กาซา’ จับทิศภูมิรัฐศาสตร์โลกบนเวที World Economic Forum 2026

19.01.2026
  • LOADING...
ตามกฎการเว้นวรรคที่ระบุ (เพิ่มช่องว่างหน้าคำนามเฉพาะที่ตามหลังคำกริยา) ในพาดหัวนี้ ไม่มีคำนามเฉพาะใดที่ตามหลังคำกริยาโดยตรง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามกฎดังกล่าว Headline: จาก ‘กรีนแลนด์’ ถึง ‘กาซา’ จับทิศภูมิรัฐศาสตร์โลกบนเวที World Economic Forum 2026

ทุกต้นปี เมืองเล็กๆ กลางเทือกเขาแอลป์อย่างดาวอส จะกลายเป็นจุดที่สายตาของโลกจับจ้อง เมื่อผู้นำประเทศ นักธุรกิจ และผู้ทรงอิทธิพลจากทั่วโลก ต่างเดินทางมารวมตัวกันใน World Economic Forum หรือเวทีที่หลายคนเปรียบเปรยว่า เป็นการตั้ง ‘ปณิธาน’ หลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่ว่า โลกควรเดินต่อไปอย่างไร

 

ทว่าปี 2026 ไม่ได้เริ่มต้นด้วยบรรยากาศของความหวัง หากแต่เต็มไปด้วยคำถามใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสงครามและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันทางอำนาจระหว่างมหาอำนาจ เศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง ไปจนถึงบทบาทของเทคโนโลยีอย่าง AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงทุกมิติของชีวิต

 

ภายใต้ธีมหลัก ‘A Spirit of Dialogue’ หรือ ‘จิตวิญญาณแห่งบทสนทนา’ การประชุม World Economic Forum 2026 ระหว่างวันที่ 19-23 มกราคม ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จึงไม่ใช่แค่เวทีพูดคุยของชนชั้นนำ แต่คือความพยายามของโลกในการกลับมาพูดคุยกันให้รู้เรื่องอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ความไว้วางใจกำลังสั่นคลอน

 

THE STANDARD ชวนทุกคนจับสัญญาณชีพจรโลกปี 2026 ผ่านไฮไลต์สำคัญที่คาดว่า จะเกิดขึ้นในการประชุมดาวอสไปพร้อมกัน

 

A Spirit of Dialogue กับ 5 คำถามที่ผู้นำโลกต้องตอบ

 

สำหรับที่มาที่ไปของธีมหลักของการประชุมอย่าง A Spirit of Dialogue บอร์เกอ บรันเดอ (Børge Brende) ประธานและ CEO ของ World Economic Forum อธิบายไว้ว่า การมีบทสนทนาหรือได้พูดคุยร่วมกันเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในยามที่โลกกำลังเผชิญช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

 

บรันเดอมองว่า World Economic Forum ครั้งนี้ คือหนึ่งในการประชุมที่สำคัญที่สุดของโลก เพราะเปิดโอกาสให้ผู้นำและผู้มาเยือนทั่วโลกได้ทำงานร่วมกัน ทั้งการพูดคุยเพื่อก้าวข้ามความแตกแยก การทำความเข้าใจภูมิทัศน์โลก และการผลักดันหาทางออกจากความท้าทายอย่างเร่งด่วน

 

ด้าน แลร์รี ฟิงก์ (Larry Fink) ประธานร่วมชั่วคราว World Economic Forum ระบุว่า การประชุมครั้งนี้ได้รวบรวมผู้นำ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเป็นจำนวนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่การพูดคุยเจรจามีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมทำความเข้าใจเพื่อขับเคลื่อนประเด็นสำคัญร่วมกัน

 

ขณะที่เว็บไซต์ทางการของ World Economic Forum หมายเหตุว่า การประชุมครั้งนี้จะมีบทบาทสำคัญอย่างการเป็น ‘เวทีกลาง’ สำหรับการพูดคุย ความร่วมมือ เพื่อไปสู่การลงมือทำอย่างแท้จริง ท่ามกลางในช่วงที่โลกเผชิญความเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และสังคม

 

อนึ่ง ประเด็นในการพูดคุยของเวทีประชุมครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูความร่วมมือ การรับมือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม และการใช้เทคโนโลยีอย่าง AI อย่างมีความรับผิดชอบ

 

นอกจากนี้ บทสนทนาดังกล่าวยังครอบคลุมในมิติการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ เช่น เมื่ออุตสาหกรรมพัฒนา เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง ภาครัฐหรือธุรกิจควรลงทุนกับคนอย่างไร แล้วผู้นำจะจัดการภาพรวมของโลกอย่างไรต่อ ซึ่งเป็นการมองจากระดับปัจเจกสู่ปัญหาเชิงโครงสร้าง

 

ทั้งหมดนี้สามารถแบ่งออกมาเป็น 5 คำถามใหญ่ที่ผู้นำโลกและทุกฝ่ายต้องตอบร่วมกันในการประชุม ได้แก่

 

  • 1. โลกจะร่วมมือกันอย่างไรในโลกที่มีความขัดแย้งมากขึ้น?
  • 2. โลกจะปลดล็อกแหล่งการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ได้อย่างไร?
  • 3. โลกจะลงทุนกับ ‘คน’ ให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร?
  • 4. โลกจะขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบได้อย่างไร?
  • 5. โลกจะสร้างความมั่งคั่งภายใต้ข้อจำกัด (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ได้อย่างไร?

 

ผู้นำคนไหนจะเข้าร่วม World Economic Forum 2026 บ้าง

 

การประชุมดาวอส 2026 ครั้งนี้ จะมีผู้นำเข้าร่วมมากกว่า 3,000 คนจาก 130 ประเทศทั่วโลก โดยแบ่งเป็นผู้นำการเมืองระดับสูงราว 400 คน, ผู้นำระดับรัฐ 65 คน รวมถึงผู้นำจากกลุ่ม G7 จำนวน 6 คน

 

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม CEO และประธานบริษัทชั้นนำของโลกเกือบ 850 คน รวมถึงกลุ่มยูนิคอร์นและผู้บุกเบิกเทคโนโลยีราว 100 คน ยังไม่รวมภาคส่วนอื่นๆ เช่น ภาคประชาสังคม, ตัวแทนแรงงาน, องค์กรศาสนา, บุคคลสำคัญทางวัฒนธรรม, ผู้ประกอบการเพื่อสังคม, นักวิชาการ, ผู้เชี่ยวชาญ และ Think Tank โดยจะมีการถ่ายทอดมากกว่า 200 เซสชัน

 

สำหรับลิสต์รายชื่อผู้นำทุกภาคส่วนที่มีการเปิดเผย ได้แก่

 

  • ผู้นำระดับโลก: โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา, มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา, ฟรีดริช เมิร์ซ นายกฯ เยอรมนี, เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป, เหอ ลี่เฟิง รองนายกฯ จีน, ฮาเวียร์ มิเลย์ ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา, ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย, ตรรมัน จัณมุกรัตตินัม ประธานาธิบดีสิงคโปร์, เปโดร ซานเชซ นายกฯ สเปน, ไอแซก แฮร์ซ็อก ประธานาธิบดีอิสราเอล, โมฮัมเหม็ด มุสตาฟา ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ และ โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน

 

  • ผู้นำองค์การระหว่างประเทศ: อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการ UN, เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวอาลา ผู้อำนวยการใหญ่ WTO , อาเจย์ บังกา ประธานกลุ่ม World Bank, คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการ IMF, มาร์ก รุตเตอ เลขาธิการ NATO, เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการ WHO และมาธิอัส คอร์มันน์ เลขาธิการ OECD

 

  • ผู้นำด้านเทคโนโลยี: เจนเซน หวง จาก NVIDIA, สัตยา นาเดลลา จาก Microsoft, ดีนา พาวเวลล์ แม็คคอร์มิก จาก Meta, เดมิส ฮัสซาบิส จาก Google DeepMind, ซาราห์ ไฟรเออร์ จาก OpenAI และ เผิง เสี่ยว จาก G42

 

  • ผู้นำภาคประชาสังคม: เดวิด มิลลิแบนด์ จาก International Rescue Committee, ลุค ไทรแองเกิล จาก ITUC, เคียร์สเตน ชูอิต จาก WWF International, โมฮัมหมัด อัล-อิสซา จาก Muslim World League, คอมฟอร์ต เอโร จาก International Crisis Group, ปีเตอร์ แซนด์ส จาก The Global Fund), อมิตาภ เบฮาร์ จาก Oxfam และ โอเล็กซานดรา มัตวิอิชุก เจ้าของได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพปี 2022

 

ส่วนประเทศไทยในนาม ‘ทีมไทยแลนด์’ นำโดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI

 

นอกจากนี้ เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ บรรณาธิการบริหารของ THE STANDARD ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้

 

จับตามองประเด็นเดือดทางภูมิรัฐศาสตร์ในดาวอส จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

 

1.ยุโรปเปิดบ้านรับ ‘ทรัมป์’ ถกกรีนแลนด์ – ประเด็นที่พูดถึงกันมากที่สุด คือ การปรากฏตัวของทรัมป์ในฐานะ ‘ผู้มาเยือน’ ท่ามกลางความตึงเครียดอย่าง ‘วิกฤตกรีนแลนด์’ หลังในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศขู่ขึ้นภาษีพันธมิตรชาติยุโรป หากไม่สนับสนุนให้สหรัฐฯ ครอบครองกรีนแลนด์

 

เบื้องต้น เลขาธิการ NATO พยายามผ่อนคลายความตึงเครียด โดยระบุว่า รอพบกับผู้นำสหรัฐฯ ที่ดาวอส หากแต่กลุ่มชาติยุโรป ได้แก่ สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน รวมตัวออกแถลงการณ์ร่วมว่า การกระทำของทรัมป์อาจนำไปสู่ความเสื่อมถอย และบ่อนทำลายพันธมิตรทรานส์แอตแลนติก ถือเป็นหนึ่งในถ้อยแถลงที่แข็งกร้าวที่สุดต่อสหรัฐฯในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งต้องจับตาดูกันต่อไปว่า จะเกิดอะไรขึ้นในการประชุมครั้งนี้

 

2. เปิดตัว USA House เวทีเจรจานอกระบบของสหรัฐฯ – ความพิเศษของการประชุมครั้งนี้ คือ สหรัฐฯ จะเปิด USA House หรือเวทีพบปะระหว่างผู้นำสหรัฐฯ, ผู้นำประเทศอื่นๆ, CEO และนักลงทุน ซึ่งก็คือ ‘โบสถ์’ ที่อยู่ใกล้กับศูนย์ประชุมดาวอส ตั้งอยู่บนถนน Promenade (ปีนี้มีอีก 1 สถานที่ แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน)

 

ความน่าสนใจคือ มีการตั้งข้อสังเกตว่า USA House คือเวทีสื่อสารวาระของสหรัฐฯ โดยตรง เพราะทรัมป์สามารถคุมบรรยากาศ วาระ และผู้เข้าร่วมได้เอง โดยถูกนิยามว่า เป็น ‘เวทีนอกระบบ’ ที่สหรัฐฯ ตั้งใจใช้ขับเคลื่อนอิทธิพลและการทูต ซึ่งไม่จำเป็นต้องสนกติกาหรือกฎระเบียบภายใต้เวทีดาวอส

 

3. แผนเจรจาสันติภาพ ยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน – เซเลนสกีเข้าร่วมกับการประชุมดาวอสครั้งนี้ โดยหวังลงนามร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อบรรลุหลักประกันความมั่นคง ซึ่งเป็นเงื่อนไขส่วนหนึ่งของในการการันตีความมั่นคงของยูเครน ขณะที่ผู้นำ G7 ก็พยายามผลักดันให้มีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพสงบศึกเช่นกัน

 

ทั้งนี้มีรายงานว่า คณะผู้แทนสหรัฐฯ ที่จะเดินทางมาดาวอส ถือเป็นคณะใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา นำโดยมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ, สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ ซึ่งล้วนมีบทบาทในประเด็นยูเครน

 

เบื้องต้นทำเนียบขาวระบุว่า ยังไม่มีการนัดหมายการประชุมทวิภาคีใดๆ แต่การปรากฏตัวของวิตคอฟฟ์และคุชเนอร์ถูกมองว่า เป็นกุญแจสำคัญในการเจรจายุติสงครามครั้งนี้ โดยแหล่งข่าวของ Euronews เชื่อว่า ข้อตกลงระหว่างทรัมป์กับเซเลนสกีอาจบรรลุ และลงนามอย่างสมบูรณ์ที่ดาวอส

 

4. ภารกิจเฟ้นหากรรมการสันติภาพ (Board of Peace) – ล่าสุดมีรายงานว่า ทรัมป์กำลังพิจารณาตั้งคณะกรรมการสันติภาพ ซึ่งเป็นแผนที่ 2 ของข้อตกลงหยุดยิงอิสราเอล-กาซา ด้วยตนเอง โดยรายชื่อเบื้องต้น ได้แก่ รูบิโอ, วิตคอฟฟ์, คุชเนอร์, เซอร์ โทนี แบลร์ อดีตนายกฯ สหราชอาณาจักร, วิกเตอร์ ออร์บาน นายกฯ ฮังการี (ตอบรับคำเชิญแล้ว), มาร์ค โรวัน CEO Apollo Global Management, อเจย์ บังกา, โรเบิร์ต กาเบรียล ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ

 

นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อผู้นำโลกคนอื่นๆ อีก เช่น แคนาดา, ตุรกี, อียิปต์, ปารากวัย อาร์เจนตินา และแอลเบเนีย ซึ่งคาดว่า ทรัมป์อาจเจรจาเพิ่มเติมในการประชุมดาวอส

 

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขของคณะกรรมการสันติภาพ หากเป็นสมาชิกถาวรต้องสมทบเงินอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปีแรกตั้งแต่วันที่กฎบัตรมีผลบังคับใช้ แต่หากไม่จ่าย ประเทศสมาชิกดำรงวาระได้ไม่เกิน 3 ปี และต่ออายุได้โดยได้รับการอนุมัติจากประธาน (ซึ่งก็คือทรัมป์ที่มีอำนาจคัดเลือกสมาชิก กำหนดวาระประชุม อนุมัติการตัดสินใจ รวมถึงควบคุมเงินทุน และมีอำนาจถอดถอนสมาชิกได้)

 

อนึ่ง เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่า เงินที่ระดมได้จะถูกนำไปใช้เพื่อฟื้นฟูกาซาโดยตรง และย้ำว่า จะมีการใช้เงินอย่างโปร่งใส แม้จะมีการตั้งถามถึงความชอบธรรมว่า ทรัมป์พยายามสร้างระเบียบคู่แข่งกับเสาหลักโลกอย่าง UN

 

5. เจรจาหลังฉากเวเนซุเอลา-อิหร่าน: นอกเหนือจากประเด็นข้างต้น สื่อต่างชาติยังคาดว่า ผู้นำคนอื่นๆ คงตั้งคำถามมากมายต่อทรัมป์ โดยเฉพาะสถานการณ์เวเนซุเอลาและอิหร่าน โดยมีการคาดการณ์ว่า การที่รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเข้าร่วม อาจนำไปสู่การเจรจาหลังบ้านกับสหรัฐฯ ถึงกรณีการปราบปรามประท้วงครั้งใหญ่ และแนวโน้มการโค่นล้อมระบบอำนาจนิยมในเตหะราน

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising