×

แกร็บ เร่งเครื่องอีโคซิสเต็ม EV รับมือวิกฤตพลังงาน เผยยอดคนขับใช้รถไฟฟ้าพุ่งแตะ 30,000 คัน พร้อมผนึก 9 พันธมิตรใหม่ ชูโปรแกรม ‘เช่า-ผ่อน’ รายวัน เริ่มต้นเพียง 105 บาท ดันเป้า Net Zero ปี 2040

03.04.2026
  • LOADING...
ภาพ Grab (แกร็บ) เร่งเครื่องผลักดันโครงการ Grab EV เพื่อคนขับและเป้าหมาย Net Zero ปี 2040

แกร็บ ประเทศไทย เร่งเครื่องผลักดันโครงการ Grab EV เต็มสูบ ฝ่าวิกฤตพลังงาน เผยล่าสุดมียอดคนขับ-ไรเดอร์ใช้รถ EV ให้บริการบนแพลตฟอร์มทะลุ 30,000 คัน ขณะที่ผู้ใช้บริการเลือกใช้ฟีเจอร์ Grab EV Ride เพิ่มขึ้นกว่า 35% ล่าสุดผนึก 9 พันธมิตรใหม่ ซึ่งรวมถึงสหกรณ์แท็กซี่ต่างๆ เพื่อขยายการเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าให้กับคนขับทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ผ่านโปรแกรม ‘เช่าครบจบบนแอป’ และ ‘ผ่อนขับรับรถ’ หวังเพิ่มทางเลือก-ลดต้นทุนการให้บริการ

 

จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า แกร็บถือเป็นแพลตฟอร์มแรกที่ส่งเสริมและผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้บริการในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2563 โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรในหลายภาคส่วน ทั้งบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่าย EV ผู้ให้บริการสถานีชาร์จและระบบบริหารจัดการชาร์จแบตเตอรี่ ตลอดจนสถาบันการเงิน เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงรถ EV ในกลุ่มคนขับและไรเดอร์ พร้อมพัฒนาความร่วมมือและปรับปรุงการดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน โครงการ Grab EV มีคนขับที่ให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารและไรเดอร์จัดส่งอาหาร-สินค้าด้วย EV ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมแล้วมากกว่า 30,000 คัน

 

ขณะเดียวกัน ผู้ใช้บริการก็ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สะท้อนผ่านยอดการเปิดฟีเจอร์เลือกใช้รถอีวี (Grab EV Rides) เพิ่มขึ้นกว่า 35% (เปรียบเทียบไตรมาสแรกของปี 2569 กับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า)

 

“จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความท้าทายด้านต้นทุนในอุตสาหกรรมการเดินทางและภาคการขนส่ง ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มเรียกรถและเดลิเวอรีที่มีคนขับให้บริการหลายแสนคนในประเทศไทย แกร็บจึงเร่งเดินหน้าโครงการ Grab EV อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เพียงเปิดโอกาสให้คนที่มีรถ EV สามารถให้บริการผ่านแพลตฟอร์มได้ แต่ยังส่งเสริมให้คนขับในระบบที่มีความสนใจสามารถเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าผ่านการเช่าหรือผ่อนกับบริษัทพันธมิตร ล่าสุด แกร็บ ประเทศไทย ได้ผนึกความร่วมมือกับ 9 พันธมิตรรายใหม่ ครอบคลุมทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึง EV ให้กับคนขับทั่วประเทศ พร้อมร่วมกันสร้างอีโคซิสเต็มของยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจรมากขึ้น”

 

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ แกร็บยังคงสนับสนุนให้คนขับและไรเดอร์สามารถให้บริการด้วยรถ EV ผ่าน 2 โปรแกรมหลัก นั่นคือ

 

  • โปรแกรม ‘เช่าครบจบบนแอป’: แกร็บผนึกจับมือกับ 5 พันธมิตรผู้ให้บริการเช่าแท็กซี่ไฟฟ้า อันได้แก่ อีวีเซเว่น (EV7) ช.พัฒนาแท็กซี่ สหกรณ์สยามแท็กซี่ สหกรณ์มิตรแท้แท็กซี่ และ พี-ไบค์ (P-bike) เปิดให้บริการเช่ารถแท็กซี่ไฟฟ้าเพื่อให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน Grab ด้วยค่าเช่าเริ่มต้นที่ 800 บาทต่อวัน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับ สลีกอีวี (SLEEK EV) เปิดให้บริการเช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้บริการเดลิเวอรี ด้วยค่าเช่าเริ่มต้นที่ 125 บาทต่อวัน
  • โปรแกรม ‘ผ่อนขับรับรถ’: โดยแกร็บได้ผนึกความร่วมมือกับ 2 พันธมิตรใหม่อย่าง ซีแอล แอนด์ วี กรุ๊ป คาร์เร้นท์ (CL & V GROUP CAR RENT) และ บอร์โรว์ โมบิลิตี้ (โดย บี ออโต้เฮาส์) (BORROW MOBILITY By B Autohaus) เปิดโอกาสให้คนขับแกร็บสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้ โดยพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากประวัติในการให้บริการ ด้วยอัตราผ่อนจ่ายรายวันเริ่มต้นที่ 600 บาท ในระยะสัญญา 5 ปี พร้อมสิทธิประโยชน์อื่นๆ อาทิ ประกันรถยนต์สาธารณะ (ชั้น1) ฟรีค่าบำรุงรักษาตามรอบ รับประกันแบตเตอรี่พิเศษสูงสุด 8 ปีหรือ 600,000 กิโลเมตร และเปลี่ยนยางฟรี 4 เส้นต่อปี ตลอดระยะเวลา 5 ปี (20 เส้น) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับ อีเอ็ม มอเตอร์ (EM Motor) เพื่อให้ไรเดอร์สามารถเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้ ด้วยอัตราผ่อนจ่ายรายวันเริ่มต้นเพียง 105 บาท ในระยะสัญญา 2-3 ปี พร้อมสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ ฟรีค่าเปลี่ยนยาง 1 คู่ (2 เส้น) และผ้าเบรก 4 คู่ (8 ชิ้น) เป็นต้น

 

นอกจากนี้ แกร็บยังพยายามเพิ่มการเข้าถึงสถานีชาร์จ EV เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับคนขับผ่านการผนึกพันธมิตรกับสถานีชาร์จชั้นนำที่มีเครือข่ายจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น สถานี Sharge โดย บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด สถานี Spark EV ที่ตั้งในสถานีบริการน้ำมันบางจาก (BCP) และ สถานี Altervim Super Charge

 

โครงการ Grab EV ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจ ‘GrabForGood’ ที่มุ่งส่งเสริมให้คนขับแกร็บเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ยานยนต์ที่มีคาร์บอนต่ำหรือเป็นศูนย์ เพื่อบรรลุเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ให้ได้ภายในปี 2583 ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในสำนักงาน การปรับรูปแบบการดำเนินงานและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ แกร็บ ประเทศไทย ยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม (Winning Sustainable Impact) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเป้าหมายหลักของการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ภายใต้แนวคิด ‘Winning with Purpose Together’ ที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีเป้าหมาย

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories