×

ลุ้นรัฐรื้อสัญญา Adder โรงไฟฟ้าเอกชน ‘กกพ.’ ชี้คนไทยแบกค่าไฟเกินจริง 13-17 สตางค์

18.05.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบสัญญารับซื้อไฟฟ้าเอกชน และประเด็นค่าไฟฟ้า

กกพ. หนุนรัฐทบทวนสัญญารับซื้อไฟฟ้าเอกชน หวังลดภาระค่าไฟระยะยาว ชี้สัญญา Adder และ FiT บางส่วนไม่สอดคล้องต้นทุนผลิตไฟ หลังต้นทุนลดลง แต่ยังรับซื้อราคาเดิม เผยประชาชนอาจแบกรับค่าไฟเกินจริง 13-17 สตางค์ต่อหน่วย สูญหลายหมื่นล้านบาทต่อปี

 

พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งที่ 137/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนนั้น

 

กกพ. พร้อมสนับสนุนข้อมูลและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เนื่องจากจะเป็นแนวทางที่สามารถลดค่าไฟฟ้าได้อย่างแท้จริง และสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย

 

ทั้งนี้ พูลพัฒน์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ กกพ. เคยนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ให้พิจารณาปรับปรุงราคารับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าในกลุ่ม Adder และ FiT

 

“โดยเป็นสัญญาที่ไม่มีวันหมดอายุ ทำให้ต้นทุนการผลิตและราคารับซื้อไฟฟ้าในอดีตไม่สอดคล้องกับปัจจุบันที่ต้นทุนลดลงมากหลายเท่าตัว แต่ยังรับซื้อในราคาเดิม ส่งผลให้ประชาชนแบกรับค่าไฟฟ้าเกินจริง ประมาณหน่วยละ 13-17 สตางค์”

 

ดังนั้น อาจทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลตอบแทนในระดับสูง โดยมีมูลค่ารวมในระดับหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตไฟฟ้าในแต่ละปี

 

โดยก่อนหน้านี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับข้อเสนอของ กกพ. ไปพิจารณา โดยยังมีประเด็นข้อกฎหมายและเงื่อนไขสัญญาที่เกี่ยวข้อง

 

กกพ. จึงเห็นควรให้พิจารณาตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 65(1) ที่กำหนดให้อัตราค่าไฟฟ้าต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และมาตรา 65(4) ที่กำหนดให้อัตราค่าไฟฟ้าต้องเป็นธรรมทั้งต่อผู้ใช้พลังงานและผู้ประกอบการ

 

“ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ เงื่อนไขในสัญญาขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายได้หรือไม่ หากพิจารณาแล้วว่า เงื่อนไขในสัญญาไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายจะต้องพิจารณาว่าควรยึดตามเงื่อนไขในสัญญา หรือหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” พูลพัฒน์ กล่าว

 

สำหรับ คณะกรรมการดังกล่าว ประกอบด้วย ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นรองประธานกรรมการ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญด้านพลังงาน กฎหมาย เศรษฐกิจ และการคุ้มครองผู้บริโภคร่วมเป็นกรรมการ รวมถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานร่วมเป็นกรรมการด้วย

 

อำนาจหน้าที่สำคัญของคณะกรรมการฯ ได้แก่ การกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเงื่อนไขสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนที่อาจไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันและหลักความเป็นธรรม โดยเฉพาะในส่วนค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment: AP) และค่าพลังงานไฟฟ้า (Energy Payment: EP) เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎหมาย ความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาทุกฝ่าย และช่วยดูแลภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องแบกรับในระยะยาว

 

การดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ในครั้งนี้นับเป็นอีกกลไกสำคัญในการทบทวนแนวทางบริหารจัดการต้นทุนด้านพลังงานของประเทศ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ควบคู่กับการดูแลภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน

 

รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า แนวทางดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนกลุ่มที่ได้รับการส่งเสริมในรูปแบบ Adder เพื่อลดราคารับซื้อไฟฟ้า ซึ่งมีภาระกำลังผลิตรวมกว่า 4,000 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นประมาณ 10% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ

 

พร้อมย้ำว่า ราคาโซลาร์ไม่ควร 2.20 บาทต่อหน่วย ส่วนไบโอแมสก็ต้องมาเจรจาราคาใหม่ เพราะหลายโครงการคืนทุนไปแล้ว

 

ขณะที่ต้นทุนพลังงานเปลี่ยนไปมาก “หากคุยไม่รู้เรื่องก็ต้องยกเลิก จะฟ้องก็ยินดี แต่จะปล่อยให้ค่าไฟแพงไม่ได้” เอกนัฏ กล่าว

 

ภาพ: Krisana Antharith / Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories