×

รัฐบาลสั่ง สธ. เร่งตรวจสอบเชิงรุกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 1,203 แห่งทั่วประเทศ ขีดเส้น 2 เดือน สางข้อร้องเรียนกักขัง-ทำร้ายร่างกาย

โดย THE STANDARD TEAM
11.10.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบการตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

วันนี้ (11 ตุลาคม) พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีการร้องเรียนสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ในประเด็นการกักขังและทำร้ายร่างกายผู้รับบริการ ว่า รัฐบาลมิได้นิ่งนอนใจต่อข้อร้องเรียนดังกล่าว และได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งดำเนินการควบคุม กำกับดูแล และส่งเสริมมาตรฐานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันการกระทำที่ผิดกฎหมายและคุ้มครองสิทธิความปลอดภัยของผู้รับบริการ

 

ปัจจุบันมีสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จำนวน 1,203 แห่งทั่วประเทศ โดย พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับลูกนโยบายจากรัฐบาล สั่งการให้ สบส. ทั้งส่วนกลางและศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพ 12 แห่ง ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินสถานประกอบการทุกแห่งทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 2 เดือน

 

การตรวจสอบดังกล่าวจะเน้นย้ำความเข้มงวดใน 3 มาตรฐานหลัก ตามกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2563 ได้แก่

 

  1. มาตรฐานด้านสถานที่: ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สะอาด ปลอดภัย มีทางเข้าออกและสิ่งอำนวยความสะดวกที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้สูงอายุ
  2. มาตรฐานด้านความปลอดภัย: ต้องมีระบบป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน พร้อมด้วยอุปกรณ์และมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างรัดกุม
  3. มาตรฐานด้านการให้บริการ: ต้องจัดระบบการดูแลที่เหมาะสม มีบุคลากรที่ได้มาตรฐาน และให้บริการอยู่ภายในขอบเขตของกิจการที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า รัฐบาลขอเตือนผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

นอกจากนี้ หากพบการแอบอ้างรับผู้ป่วยจิตเวชเข้ารับการรักษา จะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ฐานประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising