Goldman Sachs ปรับเพิ่มความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (recession) เป็น 35% จากเดิม 20% และคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น เนื่องจากมาตรการภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและทำให้ตลาดการเงินปั่นป่วน
บริษัทยังได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตของ GDP สหรัฐฯ ในปี 2025 ลงเหลือ 1.5% จากเดิม 2.0% และคาดการณ์ว่าทั้ง Fed และธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง แทนที่การคาดการณ์เดิมที่ 2 ครั้ง
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (30 มีนาคม) ที่ผ่านมาว่ามาตรการภาษีตอบโต้ของเขา ซึ่งจะมีการประกาศในสัปดาห์นี้ จะครอบคลุมทุกประเทศ ไม่ใช่เพียงบางประเทศเท่านั้น สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดการเงินทั่วโลก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ในอีกรายงาน Goldman Sachs ได้ปรับลดเป้าหมายดัชนี S&P 500 สิ้นปีลงเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนนี้ เหลือ 5,700 จุด จากเดิม 6,200 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในบรรดาโบรกเกอร์ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเป้าหมายของ Barclay ตามมาอยู่ที่ 5,900 จุด
Goldman Sachs คาดว่าอัตราภาษีเฉลี่ยของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น 15% ในปี 2025 ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์เดิม 5% และคาดว่า ทรัมป์จะประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ในวันที่ 2 เมษายน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 15% สำหรับคู่ค้าทุกประเทศของสหรัฐฯ
Goldman Sachs เขียนไว้ในบันทึกเมื่อวันอาทิตย์ว่า “การปรับอัตราภาษีเกือบทั้งหมดสะท้อนให้เห็นสมมติฐานที่เข้มงวดยิ่งขึ้นสำหรับภาษีแบบตอบโต้” นอกจากนี้ยังคาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันในเดือนกรกฎาคม กันยายน และพฤศจิกายน เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ปรับลด 2 ครั้งในเดือนมิถุนายนและธันวาคม
Goldman เตือนว่ายุโรปจะมีสถานการณ์ที่แย่กว่าสหรัฐฯ เนื่องจากคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของภูมิภาคอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค (technical recession)ในปีนี้ บริษัทนายหน้าคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตเพียงเล็กน้อยในช่วงที่เหลือของปี 2025 โดยการเติบโตแบบไม่คำนวณรายปีจะอยู่ที่ 0.1%, 0.0% และ 0.2% ในไตรมาสที่ 2, 3 และ 4 ตามลำดับ
อีกทั้งคาดว่า ทรัมป์จะบังคับใช้ภาษีตอบโต้ต่อสหภาพยุโรปในอัตรา 15% ส่งผลให้ภาษีที่แท้จริงเพิ่มขึ้นรวม 20%
“เราคาดว่าการปรับสมมติฐานภาษีใหม่ของเราจะลด GDP ที่แท้จริงของยูโรโซนลงเพิ่มเติม 0.25% เมื่อเทียบกับคาดการณ์เดิม ส่งผลให้ GDP ลดลงรวม 0.7% เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่ไม่มีการตั้งกำแพงภาษี ภายในสิ้นปี 2026”
อย่างไรก็ตาม ในกรณีเลวร้ายกว่านั้น Goldman Sachs คาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนอาจได้รับผลกระทบรวม 1.2% ซึ่งอาจทำให้ยูโรโซนเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคในปี 2025 เมื่อเทียบกับสถานการณ์ไม่มีภาษี นอกจากนี้ Goldman ยังปรับคาดการณ์ว่า ECB จะลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในเดือนกรกฎาคม นอกเหนือจากการลดดอกเบี้ยที่คาดไว้ในเดือนเมษายนและมิถุนายนอีกด้วย
ภาพ: Spencer Platt / Getty Images
อ้างอิง: