วันนี้ (7 มิถุนายน) พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าดูแลสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม เตรียมเปิดสิทธิประโยชน์ ‘ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ’ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของคนข้ามเพศ และดึงกลุ่มผู้รับบริการเข้าสู่ระบบสุขภาพอย่างปลอดภัย ครอบคลุมทั้งยาฮอร์โมน การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) และการดูแลสุขภาพของ Transgender แบบองค์รวม คาดว่าเร็วที่สุดจะเริ่มกระจายยาได้ภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ไปยังหน่วยบริการรวม 50 แห่ง
พลอยทะเล กล่าวว่า ปัจจุบันชุดบริการสำหรับการข้ามเพศได้ถูกบรรจุไว้ในสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) แล้ว และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ดำเนินการจัดซื้อยาฮอร์โมนเรียบร้อยแล้ว โดยยา ‘ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ’ ทั้ง 8 รายการ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มยาฮอร์โมนเพศหญิง ทั้งชนิดเม็ดและชนิดทา 2. กลุ่มยาฮอร์โมนเพศชาย ชนิดฉีด 3. กลุ่มยาบล็อกฮอร์โมนเพศชาย ชนิดเม็ด และ 4. กลุ่มยาฉีดกดฮอร์โมนส่วนกลาง
นอกจากนี้ สิทธิประโยชน์บริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพยังครอบคลุมการตรวจสุขภาพ การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตั้งแต่การตรวจสุขภาพทั่วไป ระดับฮอร์โมน การทำงานของตับ การทำงานของไต และระบบเผาผลาญของร่างกาย เป็นต้น
พลอยทะเล กล่าวต่อว่า สำหรับหน่วยบริการทั้งหมด ทั้งคลินิกเอกชนของภาคประชาสังคม ศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) ของกรุงเทพมหานคร และโรงพยาบาลของรัฐบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามการประชาสัมพันธ์จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม การให้ยาฮอร์โมนอาจมีผลข้างเคียงต่อสภาพร่างกายและสภาพจิตใจโดยรวม ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพในอนาคตได้ ดังนั้น ก่อนรับฮอร์โมน ผู้รับบริการจะต้องได้รับคำปรึกษาอย่างรอบด้าน และได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น


