×

คลื่นความร้อนโลกพุ่งระดับอันตราย มนุษย์เสี่ยงอยู่ไม่ได้ ‘กรุงเทพฯ’ ติดโผพื้นที่เสี่ยงปี 2024

10.04.2026
  • LOADING...
ภาพแสดงผลกระทบจากคลื่นความร้อนในเมืองกรุงเทพฯ ปี 2024

โลกกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง มนุษย์เสี่ยงอยู่ไม่รอดในสภาพอากาศสุดขั้วจากภาวะโลกรวน โดย ‘กรุงเทพฯ’ ติดโผพื้นที่เสี่ยงในปี 2024 ร่วมกับเมืองเมกกะในซาอุดีอาระเบีย

 

เมื่อวานนี้ (9 เมษายน) The Guardian รายงานอ้างอิงถึงงานวิจัยของ Nature Communications ที่ผ่านการวิเคราะห์คลื่นความร้อนตั้งแต่ปี 2003-2024 ว่า โลกกำลังเผชิญคลื่นความร้อนระดับอันตรายที่มนุษย์ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ โดยผ่านการคำนวณอุณหภูมิ ความชื้น และความสามารถของร่างกาย พร้อมกับศึกษาสภาพอากาศในหลายประเทศ

 

ปรากฏว่า ผลการศึกษาครั้งนี้ตั้งคำถามไปยังความเชื่อเดิมทางวิทยาศาสตร์ คือ มนุษย์มีขีดจำกัดในการทนความร้อนชื้นหรืออุณหภูมิกะเปาะเปียก (Wet-bulb Temperature) ได้ที่ 35 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 6 ชั่วโมง โดยพบว่า ระดับอันตรายอาจเกิดขึ้นในอุณหภูมิต่ำกว่านั้น เพราะสภาพอากาศร้อนจัดในปัจจุบันสามารถคร่าชีวิตมนุษย์ได้แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีความสามารถในการระบายความร้อนลดลง ทำให้ร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ทัน และเสี่ยงต่อภาวะฮีตสโตรกจนถึงเสียชีวิต

 

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ในบางพื้นที่ของโลก ได้แก่ เมืองเมกกะในซาอุดีอาระเบีย, กรุงเทพฯ, เมืองฟีนิกซ์ในสหรัฐฯ, เมืองลาร์คานาในปากีสถาน และเมืองเซบีญาในสเปน เผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง จนมีช่วงเวลาที่อยู่ในระดับเสี่ยงต่อชีวิตมนุษย์

 

ขณะที่ในบางกรณี เช่น เมืองลาร์คานาในปากีสถานและฟีนิกซ์ในสหรัฐฯ มีช่วงเวลาคลื่นความร้อนพุ่งสูงผิดปกติ แม้บางครั้งจะอยู่ในที่ร่ม ก็ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

 

ทั้งนี้ เพอร์กินส์-เคิร์กแพทริก ศาสตราจารย์และหัวหน้าทีมวิจัยจาก Australian National University ระบุว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวน่าตกใจมาก โดยไม่คาดคิดว่า ภาวะดังกล่าวจะเกิดขึ้นชัดเจนในระดับเมือง พร้อมตั้งคำถามต่อว่า หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปัจจุบัน แล้วโลกในอนาคตที่ร้อนขึ้นอีก 2-3 องศาจะเป็นอย่างไรต่อ

 

อนึ่ง นักวิทยาศาสตร์ยังระบุว่า การที่มนุษย์กำลังเข้าใกล้ขีดจำกัดทางสรีรวิทยาเช่นนี้ ทำให้การลดภาวะโลกร้อนเป็นสิ่งจำเป็น หากมนุษย์ยังต้องการอาศัยอยู่ในพื้นที่ร้อนชื้น เช่น เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และเขตร้อนทั่วโลก

 

ภาพ: ฐานิส สุดโต

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising