×

เจนทรี แบรดลีย์ กับภารกิจยกระดับ ‘บิว ภูริพล’ และทีมลมกรดไทย สู่เวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม

12.03.2026
  • LOADING...
เจนทรี แบรดลีย์ โค้ชกรีฑาชาวอเมริกัน เบื้องหลังความสำเร็จของ บิว ภูริพล บุญสอน และทีมลมกรดไทย

หลังมีส่วนสำคัญในการพา บิว-ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์ทลายกำแพง 10 วินาที เป็นคนแรกของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเวลา 9.94 วินาที ในรอบคัดเลือก ก่อนคว้าเหรียญทองด้วยเวลา 9.99 วินาที ในศึกซีเกมส์ 2025 ที่สนามศุภชลาศัย

 

ล่าสุด เจนทรี แบรดลีย์ โค้ชชาวอเมริกันผู้มีบทบาทสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว ได้กลับมาต่อสัญญาคุมทีมลมกรดไทยอีกครั้ง และ THE STANDARD SPORT มีโอกาสพูดคุยกับเขาถึงมุมมองต่อศักยภาพของนักวิ่งไทย รวมถึงเป้าหมายในการพัฒนาฝีเท้าทีมกรีฑาไทย ก่อนลุยเอเชียนเกมส์ 2026 ที่จังหวัดไอจิและเมืองนาโงยะ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนกันยายนนี้

 

ในซีเกมส์ที่ผ่านมา คุณพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านักวิ่งไทยไปได้ไกลระดับโลก อะไรคือกลยุทธ์สำคัญที่คุณใช้ในการดึงศักยภาพทีมผลัดและนักวิ่งระยะสั้นออกมา?

 

“ในซีเกมส์ที่ผ่านมา ผมมีแผนการที่แตกต่างจากปกติเล็กน้อย เช่น การจัดตำแหน่งนักวิ่งในทีมผลัดที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะแต่ละปีสถานการณ์และความพร้อมของนักกีฬาก็แตกต่างกัน

 

สำหรับผม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพัฒนาการของนักกีฬาแต่ละคน เป้าหมายสำคัญที่สุดคือการทำให้ทุกคนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

 

ในการทำงานกับนักกีฬาไทย มายด์เซ็ตแบบไหนที่คุณพยายามปลูกฝังเพื่อให้พวกเขาก้าวข้ามขีดจำกัด ในกรอบเวลาทำงานที่มากขึ้น?

 

“ตอนนี้นักกีฬาหลายคนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเรียนรู้ครับ พวกเขายังมีพื้นที่ให้ขัดเกลาอีกมาก หน้าที่ของผมคือการเฝ้าสังเกตพัฒนาการและ ‘จัดระเบียบ’ บทบาทให้ลงตัว ใครเหมาะกับการเป็นตัวออกตัว ใครคือนักวิ่งช่วงกลาง หรือใครคือมือปิดกล่องช่วงเข้าเส้นชัย

 

“สิ่งสำคัญที่ผมย้ำเสมอคือการทำให้ทุกคนตระหนักว่า เมื่อวางตำแหน่งได้ถูกต้องและทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ นั่นคือหัวใจที่จะทำให้ทีมผลัดประสบความสำเร็จ”

 

“ซึ่งในระยะยาว เมื่อทีมของผมเริ่มคุ้นเคยกับโปรแกรมการฝึกซ้อมที่ผมวางไว้แล้ว สิ่งที่ผมคาดหวังหลังจากนี้คือ ‘วินัย’ ที่เข้มข้นขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือความเชื่อมั่นในแผนการฝึกที่ผมเตรียมไว้ให้พวกเขา”

 

หลังจากพาบิววิ่งต่ำกว่า 10 วินาทีได้สำเร็จ ความท้าทายต่อไปที่คุณตั้งเป้าไว้คืออะไร?

 

“ปีที่แล้วโปรแกรมการฝึกของผมถือว่าใหม่สำหรับบิว เขายังไม่คุ้นเคยและยังไม่มั่นใจเต็มที่ แต่ตอนนี้เขาเห็นผลลัพธ์ของมันแล้ว

 

“ผมคาดหวังว่าปีนี้เขาจะเข้ารับการฝึกซ้อมด้วยความมั่นใจมากขึ้น และเมื่อความมั่นใจเพิ่มขึ้น คุณภาพของการฝึกก็จะดีขึ้นด้วย เป้าหมายของผมคือการเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อยากเห็นสถิติระดับเอเชีย และอยากเห็นทุกย่างก้าวของเขาก้าวไปไกลกว่าที่เคยทำได้”

 

หลายคนอยากเห็นบิวในเวอร์ชันที่แข็งแกร่งกว่านี้ คุณวางแผนจะพัฒนาเขาต่อในทิศทางไหน?

 

“แน่นอนว่าเขายังพัฒนาได้อีกมากครับ ปีที่แล้วเรามีเวลาจำกัด ผมจึงต้องเลือกโฟกัสแค่บางจุดเพื่อสร้างความสำเร็จในระยะสั้น แต่ตอนนี้เรามีเวลามากขึ้น ผมจะลงรายละเอียดเพื่อพัฒนาศักยภาพของเขาให้รอบด้านกว่าเดิม เป้าหมายคือการทำให้เขาเป็นนักวิ่งที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบ ทั้งในระยะ 100 เมตร และ 200 เมตร

 

“ที่สำคัญ ภายใน 190 วันต่อจากนี้ คุณจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของบิวในทุกๆ มิติ เพราะเทคนิคที่ถูกต้องต้องใช้เวลาในการสร้าง และเมื่อถึงเวลาลงสนาม ทุกคนจะได้เห็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงนั้น”

 

ความสำเร็จของบิวภายใต้การดูแลของคุณ ได้ปลุกกระแสให้เยาวชนไทยอยากลุกขึ้นมาวิ่งกันอีกมาก หากมีโอกาสบอกต่อเด็กที่มีความฝันเหล่านั้น พวกเขาควรมีหลักคิดอย่างไรเพื่อจะเติบโตเป็นนักวิ่งที่ยอดเยี่ยม?

 

“สิ่งแรกคือคุณต้องเชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อมั่นในโค้ช รวมถึงโปรแกรมการฝึกซ้อม

 

“อีกสิ่งที่สำคัญมากคือ ความอดทน นักกีฬาหลายคนคิดว่าถ้าซ้อมหนักขึ้นก็จะเห็นผลทันที แต่มันไม่ใช่แบบนั้น คุณต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และทำงานอย่างชาญฉลาด

 

“ดังนั้นจงอดทน และทำงานให้ฉลาดขึ้น นั่นคือกุญแจสำคัญ”

 

ตอนนี้คุณกลับมาไทยอีกครั้ง และนายกสมาคมฯ ใช้คำว่า “Welcome back home” ความรู้สึกของการกลับมาหนนี้แตกต่างจากครั้งแรกอย่างไร?

 

“ตอนนี้ประเทศไทยเหมือนบ้านหลังที่สองของผม ผมดีใจมากที่ได้กลับมา

 

“ตั้งแต่วันที่ผมจากไป ผมก็รอวันที่จะได้กลับมาอีกครั้ง ที่นี่มีบรรยากาศที่ดี มีนักกีฬาที่ยอดเยี่ยม มีผู้ช่วยโค้ชที่ดี และยังได้รับการสนับสนุนจากสมาคมกีฬาอย่างเต็มที่

 

“ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการทำงาน ผมดีใจจริงๆ ที่ได้กลับมาอยู่ที่นี่”

 

“สุดท้ายผมหวังว่าจะสร้างผลงานที่ทำให้แฟนกีฬาไทยมีความสุข และรู้สึกภูมิใจกับประเทศของตัวเอง ผมบอกนักกีฬาเสมอว่า พวกเขาไม่ได้วิ่งเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่พวกเขากำลังวิ่งเพื่อคนทั้งชาติ

 

“เป้าหมายของผมคือการตอบแทนความไว้วางใจที่สมาคมฯ และคนไทยมอบให้ ด้วยการสร้างความภาคภูมิใจให้เกิดขึ้นกับวงการกรีฑาไทยอีกครั้ง”

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising