Gen X อาจเป็นกลุ่มเศรษฐีหน้าใหม่ในอนาคตหรือไม่? เมื่อพวกเขากำลังจะได้รับมรดกตกทอดจากพ่อแม่ที่ร่ำรวยในยุคก่อนไปเต็มๆ ขณะที่ Millennials และ Gen Z ก็อาจได้รับเงินก้อนโตในฐานะหลานแต่น้อยกว่า เรื่องนี้มีผลต่อบริษัทที่ดูแลสินทรัพย์แค่ไหน?
รายงานข่าวจาก CNBC ผลการศึกษา Wealth-X ระบุว่า Gen X อาจเป็นผู้รับผลประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดจากมรดกครั้งใหญ่ด้วยมูลค่า 84 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า
ขณะที่คนรุ่น Millennials และ Gen Z คาดหวังว่าจะได้รับมรดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเช่นกัน เพราะถึงเวลาที่กลุ่มเศรษฐี Baby Boomer (คือคนที่เกิดปี 1946-1964 หรือคนที่มีอายุ 56-74 ปี เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2) เตรียมสละทรัพย์สินและส่งมอบมรดกให้ลูกๆ หลานๆ แต่กลุ่ม Gen X ที่เป็นรุ่นลูกมีแนวโน้มจะได้รับโชคลาภก้อนใหญ่ในระยะเวลาอันใกล้นี้มากกว่า
Wealth-X ระบุอีกว่า อายุเฉลี่ยของชาวอเมริกาเหนือกำหนดให้สามารถรับมรดกจากพ่อแม่ที่มีมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป เป็นกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 46 ปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- ทำไม ‘Gen Z’ ทุ่มไปกับการซื้อของแบรนด์เนม มองการซื้อบ้านสักหลังและออมเกษียณเป็นเรื่องยากและไกลเกินฝัน?
- Gen Z ‘ไม่กลัว’ ที่จะออกมาพูดต่อต้านความอยุติธรรมในที่ทำงาน แม้สุดท้ายจะ ‘ตกงาน’ ก็ตาม
- ชมคลิป: ถ้าผู้ประกอบการไม่เข้าใจ Gen Z จะพลาดโอกาสและคนคุณภาพ | Economic Forum 2023
โดยอายุเฉลี่ยผู้ที่คาดว่าจะได้รับมรดกจากพ่อแม่ที่มีมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป คืออายุ 47.6 ปี (ชาว Gen X อายุระหว่าง 44-59 ปี กลุ่ม Millennials อายุระหว่าง 28-43 ปี)
Alliant Credit Union ระบุว่า ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพความมั่งคั่งอันมหาศาลของกลุ่ม Gen X ซึ่งมักถูกมองข้าม เพราะบริษัทบริหารความมั่งคั่งและธนาคารเอกชนต่างให้ความสำคัญกับผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าเป็นส่วนใหญ่ในช่วงอายุหนุ่มสาว 20-30 ปี ที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่ม Millennials คาดหวังว่าจะได้รับมรดกอย่างน้อย 350,000 ดอลลาร์
Wealth-X ยังเผยอีกว่า บริษัทบริหารจัดการความมั่งคั่ง บริษัทที่ดูแลกลุ่มลักชัวรีและบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีเป้าหมายเจาะไปที่ลูกค้าที่มีฐานะร่ำรวยรุ่นต่อไปควรเริ่มพิจารณา Gen X ด้วย
“เพราะสื่อต่างๆ มักเจาะไปที่กลุ่มทายาทรุ่น Millennials และ Gen Z แต่ในความเป็นจริงแล้ว Gen X จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับมรดกจากพ่อแม่ที่ร่ำรวยของพวกเขาในยุคก่อน”
อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่ม Millennials และ Gen Z ก็มีแนวโน้มที่จะได้รับเงินก้อนโตในฐานะหลาน แต่จะมีจำนวนที่น้อยกว่า
รายงานระบุอีกว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า ทรัพย์สินมรดกจะยิ่งเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกว่า 1.2 ล้านคนเป็นผู้มีทรัพย์สินมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป และจะส่งต่อความมั่งคั่งรวมกว่า 31 ล้านล้านดอลลาร์
กว่า 2 ใน 3 หรือ 64% จะมาจากกลุ่มผู้มีฐานะร่ำรวยเป็นพิเศษ ซึ่งหมายถึงกลุ่มที่มีทรัพย์สินมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป และที่เหลือจำนวนนี้ กว่า 20 ล้านล้านดอลลาร์จะถูกส่งต่อให้ 155,000 คน ซึ่งมีความมั่งคั่งระดับสูง
นอกจากนี้ มหาเศรษฐีหรือผู้ที่มีทรัพย์สินมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป จะมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของเงินทั้งหมด 31 ล้านล้านดอลลาร์ และบรรดามหาเศรษฐีอาจสละเงินจำนวนนี้ไปประมาณ 5 ล้านล้านดอลลาร์
ดังนั้น อนาคตการรับมรดกของทายาทผู้สืบทอดจะมีลำดับความสำคัญที่แตกต่างกว่าคนรุ่นก่อน ซึ่งผู้จัดการความมั่งคั่ง บรรดาบริษัทหรู และผู้ใจบุญจำเป็นต้องปรับตัวตาม ขณะที่นักลงทุนรุ่นต่อไปที่จะได้รับอิทธิพลทางเทคโนโลยีมากขึ้น และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ความยุติธรรมทางสังคม และทั่วโลก มากขึ้นกว่าคนยุคก่อนๆ
สำหรับ Generation X หรือ Gen X คือคนที่เกิดในช่วงปี 1965-1979 Gen X นั้นมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Yuppie หรือ Young Urban Professionals หมายถึงคนที่เกิดมาในยุคมั่งคั่ง ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เติบโตมากับการพัฒนาของวิดีโอเกม คอมพิวเตอร์ สไตล์เพลงแบบฮิปฮอป และเป็นยุคที่ควบคุมอัตราการเกิดของประชากร เนื่องจากค่านิยมยุค Baby Boomer ส่งผลให้มีเด็กเกิดมากเกินไป ปัญหาตามมาคือเรื่องของทรัพยากรที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากร ปัจจุบันคน Gen X เป็นคนวัยทำงาน มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป
อ้างอิง: