Menu
248415

ลอร์ดวาริส เจ้าแห่งเสียงกระซิบ และคนทรยศผู้ภักดี

14.05.2019
  • LOADING...
  • Loading...
Lord Varys

**บทความนี้อ้างอิงจากเวอร์ชันซีรีส์เป็นหลัก และเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของซีรีส์**

 

ตามปกติของซีรีส์ที่ว่าด้วยเรื่องมนุษย์ที่ผูกพันกับ ‘การเมือง’ และ ‘การปกครอง’ ที่มักจะเชิดชูตัวละครผู้นำแสนดีที่พยายามทำทุกอย่างด้วยความขาวสะอาดเพื่อนำพาความสงบสุขมาสู่ผู้คน

 

จะต้องมีตัวละครที่คอยทำภารกิจที่มักจะถูกตั้งคำถามเรื่องศีลธรรม เพื่อเช็ดล้างทำความสะอาดเรื่องราวที่ไม่อาจเปิดเผย อย่างที่ดันโซในเรื่อง นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ หัวหน้าหน่วยรากที่ใช้ความรุนแรงทำงานสกปรกเพื่อปกป้องความสงบของหมู่บ้านอยู่เบื้องหลัง หรืออย่างที่แครอลในซีรีส์ The Walking Dead ที่ยอมให้มือตัวเองเปื้อนเลือดเพื่อให้สมาชิกในกลุ่มปลอดภัยจากโรคระบาด ฯลฯ

 

รวมทั้งลอร์ดวาริส แมงมุมเจ้าแห่งเสียงกระซิบในซีรีส์ Game of Thrones ขุนนางจอมเจ้าเล่ห์ที่เปลี่ยนผู้ปกครองหลายคน โดยมีข้อมูลข่าวสารและความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ เป็น ‘อำนาจ’ สำคัญที่เขาเลือกนำมาใช้ชักใยอยู่เบื้องหลังภารกิจมากมาย (รู้ทันและมีความสามารถไม่แพ้ลิตเติลฟิงเกอร์และไทวิน แลนนิสเตอร์)

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลอร์ดวาริสปรากฏตัวในฐานะตัวละคร ‘สีเทา’ ที่มีพฤติกรรมชวนให้ตั้งคำถามเต็มไปหมด เขาเริ่มจากเด็กกำพร้าที่เติบโตมาในคณะละครใบ้ ถูกพ่อมดหลอกตัดอวัยวะเพศเพื่อพิธีกรรมบางอย่าง กลายเป็นขอทาน สร้างตัวด้วยธุรกิจโจรกรรมกับเพื่อนรัก อิลเลียริโอ โมพาทิสในเมืองเพนทอส เริ่มสร้างเครือข่ายสายลับ ‘กลุ่มนกน้อย’ จนกลายเป็นหนึ่งในคนที่ทรงอิทธิพลที่สุด เพราะกุม ‘อำนาจ’ ของข่าวสารและความลับที่มีมูลค่ามากกว่าทองหรืออัญมณีใดๆ

 

เขาเริ่มทำงานรับใช้กษัตริย์แอริส ทาร์แกเรียนที่ 2 ในฐานะหัวหน้าหน่วยข้อมูลข่าวสารในสภาเล็ก ก่อนจะมารับใช้กษัตริย์โรเบิร์ต บาราเธียน, จอฟฟรีย์ และทอมเมนตามลำดับ การทำงานที่ต้องรู้ความลับทุกอย่าง ทำให้เขาได้รับรู้ความทุกข์ของประชาชน รวมทั้งรู้จักราชาและราชินีมากกว่ามนุษย์คนใดทั้งหมด

 

ถึงแม้จะไม่มีการบอกกล่าวอย่างชัดเจน แต่ในซีรีส์ก็พอจะส่งสัญญาณบอกลักษณะนิสัยลึกๆ ของลอร์ดวาริสอยู่เป็นระยะ จากการพยายามช่วยเหลือเน็ด สตาร์ก และทีเรียน แลนนิสเตอร์ให้พ้นจากโทษประหาร เพราะเชื่อว่าเน็ดคือคนดี และเห็นความห้าวหาญของทีเรียนตอนเสี่ยงชีวิตปกป้องคิงส์แลนดิ้งในสงคราม Blackwater

 

รวมทั้งการสร้างกลุ่มนกน้อย ที่นำเด็กกำพร้ามาฝึกอ่านหนังสือทักษะโจรกรรม เอาตัวรอด ที่ถึงทำไปเพื่อการรวบรวมข่าวสารให้เขา แต่อย่างน้อยวันหนึ่งหากวาริสไม่อยู่ เด็กเหล่านี้ก็ยังมีทักษะในการใช้ชีวิตต่อไปได้ และไม่ว่าเขาจะปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างไร แต่เขาก็ไม่เคยทำร้าย และดูแลนกน้อยเหล่านั้นเป็นอย่างดี  

 

แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เคยวางแผนให้แดเนริสแต่งงานกับคาร์ล โดรโก เพื่อหวังใช้กองทัพนักรบโดธรากีมาทำสงครามที่คิงส์แลนดิ้ง และก็เคยส่งคนไปจัดการแดเนริสตามคำสั่งของโรเบิร์ต รวมทั้งพฤติกรรมและบทสนทนาอีกหลายอย่างที่น่าสงสัย

 

จนทำให้ทุกคนตั้งคำถาม กระทั่งวันที่เขาเลือกยืนอยู่เคียงข้างและพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้แดเนริส ทาร์แกเรียน คนที่เขาเชื่อว่าเหมาะสมได้ครองบัลลังก์เหล็ก ว่าแท้จริงแล้ววัตถุประสงค์ของเขาคืออะไรกันแน่

 

เขาเก็บความลับนั้นไว้เนิ่นนาน กระทั่งได้เปิดใจคุยกับทีเรียน แลนนิสเตอร์ในช่วงเวลาที่ทั้งคู่เริ่มตั้งคำถามกับแผนการบุกพิชิตเซอร์ซี ด้วยความเหี้ยมโหดที่อาจทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องเสียชีวิตใน Game of Thrones ซีซัน 8 เอพิโสด 4 ว่า

 

“ท่านรู้ว่าข้าภักดีต่อผู้ใด ท่านรู้ว่าข้าไม่มีทางทรยศอาณาจักรนี้ คนนับล้านจะตายหากเลือกคนครองบัลลังก์ผิด เราไม่รู้จักชื่อเขาก็จริง แต่พวกเขาก็มีตัวตนเช่นเดียวกับข้าและท่าน พวกเขาควรจะได้มีชีวิต พวกเขาควรจะมีอาหารเลี้ยงดูลูก ข้าจะทำเพื่อประโยชน์ของพวกเขา ไม่ว่าตัวข้าเองจะต้องสละสิ่งใด”

 

นี่อาจจะเป็นคำพูดที่ ‘จริงใจ’ ที่สุดที่เคยออกจากปากคนเจ้าเล่ห์อย่างวาริส แต่เขาจริงใจถึงขนาดเป็นคนเดียวที่ทำตามคำสาบานที่ว่า จะมองตาของแม่มังกรแล้วพูดความจริงหากเธอเริ่มเดินบนเส้นทางที่ผิดพลาด ถึงแม้จะรู้ว่าเขาอาจต้องรับผิดชอบต่อความซื่อสัตย์ครั้งนั้นด้วยชีวิต

 

และเมื่อทำหน้าที่โน้มน้าวราชินีที่ถูกความแค้นครอบงำไม่สำเร็จ เขาก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่รู้ว่าจะต้องถูกตราหน้า และต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยงยิ่งกว่าครั้งใดๆ ทั้งหมด ด้วยการ ‘ทรยศ’ และหันไปสนับสนุนจอน สโนว์ หรือเอกอน ทาร์แกเรียน ที่เขาคิดว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมในการเป็นผู้นำมากที่สุดในเวลานี้แทน

 

ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้น ถ้าตีความจากคำพูด “ยิ่งเสี่ยงมาก ยิ่งได้ผลมาก” ในบทสนทนากับนกน้อยมาร์ธาที่ทำงานอยู่ในครัวตอนเริ่มต้นเอพิโสด 5 มีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อย ที่เขาอาจจะวางยาพิษในอาหารของแม่มังกร แต่แม่มังกรอยู่ในภาวะตรอมใจเลยไม่ยอมกินอาหาร เขายอมทำในสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุด เพื่ออุดมการณ์เพียงหนึ่งเดียวที่ยึดมั่น

 

ถึงแม้สุดท้าย จอน สโนว์ ผู้นำที่วาริสคิดว่าเหมาะสมจะไม่ยอมรับการทรยศอันแสนภักดีที่เขามอบให้ เพราะตัวเขาไม่เคยต้องการครอบครองบัลลังก์ และยังเชื่อมั่นในตัวราชินีคนนี้ยิ่งกว่าสิ่งใด

 

สิ่งที่ลอร์ดวาริสทำก็มีเพียงแค่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมอย่างเงียบสงบ ไม่ต่างจากเสียงกระซิบที่ก่อร่างสร้างตัวเขามาจนถึงทุกวันนี้

 

ณ วินาทีที่ยืนจ้องตากับมัจจุราช น้ำตาที่คลอออกมาเต็มสองตา อาจไม่ได้บ่งบอกว่าเขากำลังเสียดายชีวิต หากแต่เสียใจที่ไม่อาจอยู่ถึงวันที่ความ ‘ภักดี’ ต่ออาณาจักรของเขาผลิดอกออกผล และนำชีวิตที่เป็นสุขคืนให้กับประชาชนที่เขาไม่รู้จักชื่อได้เท่านั้นเอง

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR