×
413964

FUN FACTS: รวมเกร็ดน่าสนใจที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับประธานาธิบดีและการเลือกตั้งสหรัฐฯ

29.10.2020
  • LOADING...
FUN FACTS: รวมเกร็ดน่าสนใจที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับประธานาธิบดีและการเลือกตั้งสหรัฐฯ

รู้หรือไม่ อับราฮัม ลินคอล์น เคยเป็นบุรุษไปรษณีย์มาก่อน, Teddy Bear ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดี ธีโอดอร์ โรสเวลต์, เคยสงสัยไหมว่าทำไมภาพวาดของ จอร์จ วอชิงตัน จึงไม่ยิ้ม แถมทำหน้าบึ้งๆ, แล้วนักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนอกโลกเขาเลือกตั้งอย่างไร รวมเกร็ดน่าสนใจที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับประธานาธิบดีและการเลือกตั้งสหรัฐฯ 

 

1. การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จัดขึ้นทุกๆ 4 ปี ในวันอังคารแรกหลังจากวันที่ 1 พฤศจิกายน

 

 

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี ในวันอังคารแรกหลังจากวันที่ 1 พฤศจิกายน ฉะนั้นวันเลือกตั้งจะอยู่ในช่วงวันที่ 2-8 พฤศจิกายน สำหรับปีนี้ วันเลือกตั้งคือวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2020 และเป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาครั้งที่ 59

 


 

2. Teddy Bear ถือกำเนิดเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดี ธีโอดอร์ โรสเวลต์

 

 

เคยสงสัยไหมว่า Teddy Bear มีที่มาอย่างไร

 

ตำนานเกี่ยวกับตุ๊กตาหมีนี้มีต้นกำเนิดมาจาก ธีโอดอร์ โรสเวลต์ 

 

ในปี 1902 ตอนที่ ธีโอดอร์ โรสเวลต์ เข้าป่าไปล่าสัตว์ที่มิสซิสซิปปี ปรากฏว่าเขาไม่เจอหมีเลย จึงมีคนพยายามเอาใจโดยการจับหมีมาผูกกับต้นไม้ แล้วเรียกโรสเวลต์มายิงมัน แต่เขาปฏิเสธที่จะฆ่ามัน เพราะมันไม่สมศักดิ์ศรีเลย เรื่องนี้ออกข่าวไปทั่ว จึงมีช่างทำตุ๊กตาหมีขึ้นมาเพื่อเป็นที่ระลึกของเหตุการณ์นี้ และขอใช้ชื่อเล่นของธีโอดอร์ หรือ เท็ดดี (Teddy) มาเป็นชื่อเรียกของตุ๊กตาที่โด่งดังไปทั่วโลกในเวลาต่อมา

 

อีกเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ ธีโอดอร์ โรสเวลต์ ก็คือเขาเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่เป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง มีการออกกฎหมายพิทักษ์สัตว์ และอุทยานแห่งชาติหลายแห่งทั่วอเมริกา มีป่าสงวนแห่งชาติเพิ่มขึ้นมากว่า 150 แห่ง และสร้างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 51 แห่ง

 

ในปี 1905 ธีโอดอร์ โรสเวลต์ ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากการช่วยเจรจาสงครามระหว่างรัสเซีย-ญี่ปุ่น (Russo-Japanese War) ปี 1904-1905 เกิดเป็นสนธิสัญญาพอร์ตสมัธ (Treaty of Portsmouth) ซึ่งเป็นสงครามเพื่อควบคุมพื้นที่บริเวณทางใต้ของแมนจูเรียและบริเวณคาบสมุทรเกาหลี ญี่ปุ่นชนะในสงครามครั้งนี้ จึงก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมหาอำนาจในเวลานั้น

 

เรื่องที่น่าเหลือเชื่อของประธานาธิบดีคนนี้อีกเรื่องก็คือ ธีโอดอร์ โรสเวลต์ เคยถูกยิงตอนที่กำลังเดินสายหาเสียงอยู่ แต่โชคดีที่ในกระเป๋าเสื้อมีบทพูดที่เตรียมเอาไว้ ซึ่งหนาถึง 50 หน้า แถมยังพับครึ่งเอาไว้ ประกอบกับมีกล่องแว่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อด้วย จึงช่วยลดแรงของกระสุนที่ยิงมา แต่เขาก็ยังได้รับบาดเจ็บอยู่ดี ทว่า โรสเวลต์ปฏิเสธที่จะยกเลิกการปราศรัย และขึ้นพูดกับประชาชนตามที่เตรียมการเอาไว้ โดยใช้เวลาถึงชั่วโมงครึ่งกว่าที่จะลงจากเวทีและเข้ารับการรักษา

 


 

3. มีประธานาธิบดี 5 คนที่ไม่ชนะ Popular Vote แต่ได้เป็นประธานาธิบดีจากคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) 

 

 

จากการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ผ่านมาทั้งหมด 58 ครั้ง (ยังไม่นับรวมครั้งนี้) มีประธานาธิบดี 5 คนที่ไม่ชนะ Popular Vote (คะแนนดิบทั่วประเทศ) แต่ชนะเลือกตั้งจากคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ได้แก่ จอห์น อดัมส์ (1824), รัทเทอร์ฟอร์ด บี. เฮส์ (1876), เบนจามิน แฮร์ริสัน (1888), จอร์จ ดับเบิลยู. บุช (2000) และ โดนัลด์ ทรัมป์ (2016)

 

การเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาจะต่างจากประเทศอื่น เพราะไม่ได้นับจากคะแนนดิบหรือ Popular Vote ว่าใครได้คะแนนมากที่สุดแล้วจะชนะ แต่ว่าประชาชนในแต่ละรัฐจะลงคะแนนให้ฝ่ายที่ตนเลือก แล้วคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐจะไปเลือกประธานาธิบดีอีกครั้งหนึ่ง โดยแต่ละรัฐจะมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งไม่เท่ากัน รัฐใหญ่ประชากรเยอะ ก็จะมีจำนวนผู้แทนมากกว่า เช่น แคลิฟอร์เนียมี 55 คน, เท็กซัส 38 คน ส่วนรัฐที่ประชากรน้อยอย่างอะแลสกาจะมีแค่ 3 คน ส่วนใหญ่แล้วแต่ละรัฐจะใช้ระบบ Winner-Take-All คือถ้าประชาชนเลือกเดโมแครตหรือรีพับลิกัน คณะผู้เลือกตั้งก็จะเลือกพรรคนั้นเช่นกัน 

 

แต่จาก 50 รัฐ มีเพียง 2 รัฐ คือ เมนและเนแบรสกาเท่านั้นที่ไม่ได้ใช้วิธีการนี้ แต่เลือกใช้ระบบ Congressional District Method ซึ่งจะมีการแบ่งคะแนนโหวตของคณะผู้เลือกตั้งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกตามคะแนน Popular Vote แบบผลรวมของรัฐ โดยจะได้ตัวแทน 2 คน ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ คะแนน Popular Vote ตามเขต เขตละ 1 คน (เมนมี 2 เขต และเนแบรสกา 3 เขต)

 

ผู้ที่จะชนะการเลือกตั้ง ต้องได้คะแนนเสียง Electoral College มากกว่าครึ่งหนึ่งของคณะผู้เลือกตั้ง ซึ่งทั้งประเทศมีอยู่ 538 คน หากฝ่ายใดได้รับเสียงโหวต 270 เสียงขึ้นไป ก็จะได้ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไป

 


 

4. แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ เป็นประธานาธิบดีคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ดำรงตำแหน่งเกิน 2 สมัย (รวม 4 สมัย) เพราะเป็นช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

 

 

ตามปกติแล้วประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัย (สมัยละ 4 ปี คือไม่เกิน 8 ปี) แต่มีเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือกถึง 4 สมัย ซึ่งก็คือ แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ (ปี 1933-1945) สาเหตุก็เพราะโรสเวลต์เป็นประธานาธิบดีในยุคที่สภาวะบ้านเมืองไม่มั่นคง ตอนแรกเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) จากนั้นในสมัยหลังก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่โรสเวลต์เสียชีวิตในช่วงต้นของสมัยที่ 4 ดังนั้น แฮร์รี เอส. ทรูแมน รองประธานาธิบดีในขณะนั้นจึงขึ้นดำรงตำแหน่งแทน

 


 

5. จอร์จ วอชิงตัน เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์

 

 

นอกจาก จอร์จ วอชิงตัน จะเป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาแล้ว เขายังเป็นประธานาธิบดีคนเดียวที่ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ โดยได้คะแนนเสียง 69 คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง 69 คนในเวลานั้น

 


 

6. โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 แต่จริงๆ แล้วสหรัฐฯ มีประธานาธิบดี 44 คน เพราะ โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ ดำรงตำแหน่ง 2 สมัยไม่ติดกัน

 

 

โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 45 แต่หากนับจริงๆ แล้ว สหรัฐฯ มีประธานาธิบดี 44 คน เพราะ โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ ได้ตำแหน่ง 2 สมัยไม่ติดกัน คือเป็นคนที่ 22 และ 24 (หากได้ตำแหน่ง 2 สมัยติดกันจะนับเป็น 1)

 


 

7. นักบินอวกาศที่ประจำอยู่สถานีอวกาศนอกโลกสามารถเลือกตั้งผ่านอีเมลได้ 

 

 

การโหวตเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนอเมริกัน แม้แต่คนที่ไม่สามารถมาด้วยตนเองได้ ก็ลงคะแนนผ่านทางไปรษณีย์ได้ หรือแม้แต่นักบินอวกาศที่ประจำอยู่สถานีอวกาศนานาชาตินอกโลกก็ยังสามารถโหวตผ่านระบบอีเมลที่ปลอดภัยได้ โดยกฎหมายการเลือกตั้งของนักบินอวกาศนี้ออกมาเมื่อปี 1997 ที่รัฐเท็กซัส ซึ่งสมัยนั้น จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ยังเป็นผู้ว่าการรัฐและเป็นคนเซ็นผ่านร่างกฎหมายนี้ โดยในขณะนั้น บิล คลินตัน เป็นประธานาธิบดี 

 


 

8. ประธานาธิบดีคนแรกที่ได้นั่งรถไฟ รถยนต์ เครื่องบิน เรือดำน้ำ

 

 

  • ปี 1833 แอนดรูว์ แจ็กสัน (ประธานาธิบดีคนที่ 7) เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้ขึ้นรถไฟ และเรียกรถไฟว่า ‘ม้าเหล็ก’ ด้วย
  • ปี 1843 ธุรกิจยานยนต์เริ่มถือกำเนิดในสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีคนแรกที่ได้นั่งรถยนต์ก็คือ วิลเลียม แมคคินลีย์ (ประธานาธิบดีคนที่ 25)
  • ปี 1905 ธีโอดอร์ โรสเวลต์ (ประธานาธิบดีคนที่ 26) เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้ลงเรือดำน้ำและบังคับเรือเองด้วย โดยได้ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงในการทดสอบเรือดำน้ำ
  • ปี 1910 ธีโอดอร์ โรสเวลต์ ได้นั่งเครื่องบินรุ่นแรกๆ กับพี่น้องตระกูลไรท์ แต่ประธานาธิบดีที่ได้เดินทางโดยเครื่องบินแบบเต็มรูปแบบและข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกคือประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ ในปี 1943

 


 

9. จอห์น เอฟ. เคนเนดี เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่บินด้วยเครื่องบิน Air Force One ที่ใช้สำหรับประธานาธิบดีโดยเฉพาะ

 

 

ปี 1962 จอห์น เอฟ. เคนเนดี เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่บินด้วยเครื่องบินที่สร้างขึ้นสำหรับประธานาธิบดีโดยเฉพาะอย่าง Air Force One (ยุคนั้นเป็นเครื่องบิน Boeing 707 ก่อนที่ต่อมาจะเปลี่ยนเป็น Boeing 747)

 


 

10. อับราฮัม ลินคอล์น เคยเป็นบุรุษไปรษณีย์, จิมมี คาร์เตอร์ เคยเป็นเกษตรกร

 

 

ประธานาธิบดีหลายคนไม่ได้มีพื้นเพมาจากการเป็นนักการเมืองมาก่อน แต่มีหลากหลายอาชีพก่อนหน้านั้น 

 

อับราฮัม ลินคอล์น (ประธานาธิบดีคนที่ 16) ทำมาแล้วหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นบุรุษไปรษณีย์ พนักงานพายเรือ พนักงานขายของ ทหาร ทนาย จนมาเป็นสมาชิกรัฐสภา และประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้รับการจารึกเรื่องการเลิกทาส 

 

แอนดรูว์ จอห์นสัน (ประธานาธิบดีคนที่ 17) เคยทำอาชีพช่างตัดเสื้อมาก่อน ตอนเด็กๆ ครอบครัวเขายากจนมากจึงไม่ได้เรียนหนังสือ เมื่อแต่งงานกับ เอลิซา แมคคาร์เดิล เธออ่านหนังสือและสอนทั้งการเขียน การสะกดคำ และการลงทุน ให้กับประธานาธิบดีคนนี้ จนทั้งสองสร้างตัวขึ้นมาได้

 

วอร์เรน จี. ฮาร์ดิง (ประธานาธิบดีคนที่ 29) เคยเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ เขาบอกว่าอาชีพนี้รวมความน่าสนใจทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันคือ การเขียนและโอกาสในการเปลี่ยนแปลงโลก

 

เฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ (ประธานาธิบดีคนที่ 31) เคยเป็นวิศวกรเหมืองแร่มาก่อน และเดินทางไปสำรวจเหมืองแร่ในหลายทวีป เช่น ออสเตรเลียและจีน

 

ลินดอน บี. จอห์นสัน (ประธานาธิบดีคนที่ 36) ตอนอายุ 12 ปี เคยพูดกับเพื่อนในห้องเรียนว่า สักวันหนึ่งเขาจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยก่อนจะมาทำงานการเมืองนั้น เขาเคยเป็นครูมาก่อน และยังเคยใช้เงินส่วนตัวซื้ออุปกรณ์กีฬาให้กับนักเรียนที่ยากไร้อีกด้วย

 

จิมมี คาร์เตอร์ (ประธานาธิบดีคนที่ 39) เคยเป็นเกษตรกรทำไร่

 


 

11. ภาพของ จอร์จ วอชิงตัน มักไม่ค่อยยิ้ม เพราะเขาใส่ฟันปลอมแทบทั้งปาก 

 

 

จอร์จ วอชิงตัน มักไม่ค่อยยิ้ม ในภาพวาดต่างๆ จะเป็นหน้าหันข้าง หน้าบึ้งๆ เพราะประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐฯ ผู้นี้ใส่ฟันปลอมแทบทั้งปาก ตอนที่เข้าพิธีสาบานตน ตอนนั้นเขาเหลือฟันแท้เพียงซี่เดียว แล้วใส่ฟันปลอมชุดพิเศษของเขาที่ทำจากฟันของสัตว์และทองคำ ในสมัยโบราณวัสดุที่เอามาทำฟันปลอมหลากหลายมากๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ ฟันฮิปโป ทอง โลหะ หรือแม้แต่ฟันของทาส

 


 

12. ทรัมป์เคยเป็นนักแสดงรับเชิญในหนัง Home Alone

 

 

หลายคนอาจเคยเห็น โดนัลด์ ทรัมป์ ปรากฏตัวในศึกมวยปล้ำของสหรัฐฯ แต่ทรัมป์ยังเคยเป็นนักแสดงรับเชิญในภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่องด้วย เช่น Home Alone, Sex and the City เป็นต้น และยังเคยได้รับรางวัลนักแสดงสมทบยอดแย่ (Razzie Award) จากเรื่อง Ghosts Can’t Do It ด้วย

 


 

13. ประธานาธิบดี 4 คน เกี่ยวข้องกับวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันชาติสหรัฐฯ 

 

 

 

มี 1 คนเกิดในวันนี้

  • แคลวิน คูลิดจ์ (ประธานาธิบดีคนที่ 30) เกิดวันที่ 4 กรกฎาคม 1872 เขาเป็นคนพูดน้อยมาก จนได้รับสมญานามว่า Silent Cal เคยมีคนพนันกันว่าจะทำให้ประธานาธิบดีพูดมากกว่า 2 คำให้ได้ ซึ่งคูลิดจ์ตอบกลับว่า “You lose” – คุณแพ้ (แล้ว) 

 

อดีตประธานาธิบดี 3 คน เสียชีวิตในวันนี้ 

  • จอห์น อดัมส์ (ประธานาธิบดีคนที่ 2) เขาเป็นผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญแมสซาชูเซตส์ ซึ่งยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน และเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้เข้าไปอยู่ในทำเนียบขาวด้วย

 

  • โทมัส เจฟเฟอร์สัน (ประธานาธิบดีคนที่ 3) เป็นนักคิด นักเขียน เก่งทั้งด้านเศรษฐศาสตร์ ปรัชญา และการคำนวณ พูดได้ถึง 6 ภาษา คือ อังกฤษ ฝรั่งเศส กรีก ลาติน อิตาเลียน และสเปน นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เขียนคำประกาศอิสรภาพ Declaration of Independence อีกด้วย

 

  • เจมส์ มอนโร (ประธานาธิบดีคนที่ 5) ดำรงตำแหน่งในสมัยที่ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข เรียกว่ายุค Era of Good Feelings โดยมีการแผ่ขยายอาณาเขตของอเมริกาออกไป โดยการเจรจาซื้อแผ่นดินบริเวณรัฐฟลอริดาจากสเปนมาในราคา 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 1819 และในการเลือกตั้งสมัยที่ 2 มอนโรชนะการเลือกตั้งแบบไม่มีคู่แข่ง ทั้งยังเป็นผู้เขียนหลักการมอนโร ‘Monroe Doctrine’ เกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ ต้องการดำรงอยู่อย่างสงบและโดดเดี่ยว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอาณานิคมของทางฝั่งยุโรป แต่ก็ไม่ยอมให้ประเทศใดมาแทรกแซงอเมริกาเช่นกัน
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories