Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO, GU และ Theory ออกมาเผยรายได้ไตรมาสแรกของปี 2026 (ตามปฏิทินการเงินของบริษัท) ที่นับตั้งแต่เดือนกันยายน จนถึงพฤศจิกายน ปี 2025 พบรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 14.8% หรือคิดเป็นตัวเลข 1.027 ล้านล้านเยน หรือราว 205 แสนล้านบาท
โดยในรายงานผลประกอบการระบุออกเป็น 4 หมวดใหญ่ด้วยกัน เริ่มที่ UNIQLO Japan ที่สะท้อนตลาดภายในบ้านเกิดของแบรนด์ ทำรายได้รวมไป 2.99 แสนล้านเยน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 12.2% ซึ่งในตัวเลขนี้คือกำไรของธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 20% หรือราว 6.24 หมื่นล้านเยน
ข้ามมาที่ฝั่ง UNIQLO International ที่กินตลาดต่างประเทศทั้งหมด และ เป็นแหล่งรายได้ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท ทำได้รายได้รวมไป 6.038 แสนล้านเยน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 20.3% และคิดเป็นกำไรผลประกอบการธุรกิจ 38% หรือมากถึง 1.17 แสนล้านเยนจากตัวเลขดังกล่าว
ซึ่งจากตัวเลขนั้นเป็นผลมาจากผลตอบรับที่ดีในทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นประเทศ จีน (คิดรวมฮ่องกง ไต้หวัน และจีนแผ่นดินใหญ่) ที่เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์และมีสาขามากที่สุดถึง 1,002 สาขาพบตัวเลขที่เพิ่มขึ้นแบบสองหลัก รวมไปถึงเกาหลีใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกาเหนือก็เพิ่มขึ้นสองหลักเช่นกัน
ส่วนแบรนด์น้องสาวอย่าง GU ที่ก็ทำรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 9.13 หมื่นล้านเยน เพิ่มขึ้น 0.8% แต่พบว่าสามารถทำกำไรได้มากขึ้น 20% เนื่องจากการสินค้าขาดแคลนน้อยลง และมาตรการการลดราคาที่ดีขึ้น พร้อมกับข่าวดีที่ได้ Francesco Risso อดีตครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Marni มาเป็นดีไซเนอร์ประจำแบรนด์คนใหม่
นอกจากสองแบรนด์ใหญ่นี้แล้ว ฝั่งแบรนด์เล็กที่จัดอยู่ใน Global Brands ไม่ว่าจะเป็น Theory, Comptoir des Cotonniers, Princesse tam.tam ยังอยู่ในแดนลบ ลดลง 7.6% มาอยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านเยน มีเพียงแบรนด์ PLST เท่านั้นที่บริษัทระบุว่าอยู่ในแดนบวก
ภาพ:UNIQLO
อ้างอิง:


