หลังเชนร้านอาหาร ฟาสต์ฟู้ด รายใหญ่ในอเมริกาอย่าง McDonald’s และ Burger King ต่างพากันงัดชุดเมนูสุดคุ้มราคาถูกออกมาดึงลูกค้าเข้าร้าน ฝ่าสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อซบเซา แต่ผู้บริโภคมองว่าบางเมนูอาจให้คุณค่าอาหารไม่มากพอ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นความเคลื่อนไหวของร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่เริ่มตั้งแต่ McDonald’s และ Burger King เปิดตัวชุดเมนูสุดคุ้ม มีให้เลือกทั้งชีสเบอร์เกอร์ แซนด์วิช จับคู่กับเฟรนช์ฟรายส์ ตามด้วยนักเก็ตไก่ 4 ชิ้น และน้ำอัดลมแก้วเล็ก จำหน่ายในราคา 5 ดอลลาร์ต่อชุด หรือประมาณ 180 บาท
รวมไปถึง Taco Bell ได้เปิดให้สั่งเมนูแซนด์วิชและเครื่องดื่มพร้อมกัน จำหน่ายในราคา 7 ดอลลาร์ หรือประมาณ 253 บาท ซึ่งถูกกว่าการสั่งซื้อทีละรายการถึง 50%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- เงินเฟ้อ ตลาดงานทรุด! เชนร้านอาหารทั่วโลกต้องปรับตัว ลดราคา-หั่นต้นทุน สู้วิกฤตเศรษฐกิจซบเซา
- ซีอีโอ McDonald’s แจง เมนู Big Mac และเฟรนช์ฟรายในสหรัฐฯ แพงขึ้น 9.29 ดอลลาร์ (339 บาท) อ้างต้นทุนเป็นปัญหาใหญ่
- ไม่หวั่นเศรษฐกิจจีนชะลอ ‘McDonald’s’ ลุยเพิ่มสาขากว่า 1,000 แห่งในปีนี้ พร้อมขายชุดเบอร์เกอร์ราคาถูกดึงลูกค้า
ทั้งนี้ ในมุมของผู้บริโภคมักจะมองว่าราคาเข้าถึงง่ายและคุ้มค่าต่อการบริโภค แต่จริงๆ แล้วบางเมนูอาจให้คุณค่าอาหารไม่มากพอ ด้วยราคาอาหารที่ถูกลงในช่วงที่ราคาวัตถุดิบผันผวนอย่างมาก ผู้ผลิตอาจต้องลดส่วนผสมสำคัญหลายอย่างลง เพื่อให้สอดรับกับค่าใช้จ่ายต่างๆ และวางแผนเปิดจำหน่ายชุดเมนูสุดคุ้มแค่ระยะสั้นเท่านั้น เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
โดยเฉพาะปีนี้ ทิศทางต้นทุนวัตถุดิบคาดว่าราคาเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น 3.5% โดยเฉพาะเนื้อวัวมีราคาสูงสุดในบรรดาสัตว์ทุกประเภท ส่วนเนื้อหมูเพิ่มขึ้น 3.8% ตามด้วยเนื้อไก่เพิ่มขึ้นแค่เล็กน้อย ซึ่งยังเป็นผลดีที่ฝั่งชีส มันฝรั่ง และมะเขือเทศ มีราคาลดลง
สะท้อนให้เห็นว่า บางเมนูที่มีราคาถูกอาจไม่ได้คุณค่าทางอาหารมากพอต่อความต้องการของผู้บริโภค
อ้างอิง: