×

DSI ทลายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ กลางกรุง เปิดบริษัทคาร์โก้บังหน้า ความเสียหายกว่า 2 พันล้านบาท

โดย THE STANDARD TEAM
29.05.2025
แก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ

วันนี้ (29 พฤษภาคม) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร.ต.อ. วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย ร.ต.อ. เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ สนธิกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่แฝงตัวเปิดบริษัทคาร์โก้บังหน้า 

 

โดยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโกดังของบริษัท ฟอลคอน จูเนียร์ เอ็กซ์สปอร์ต คาร์โก้ จำกัด ภายในซอยเพชรบุรี 13 แยก 1 แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น โดยชั้นบนเป็นสำนักงาน และชั้นล่างเป็นที่เก็บของ

 

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม ลีวินุส มาสดูอบูซูดุ อาเคเอบูชิ อายุ 55 ปี สัญชาติไนจีเรีย ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทและผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน

 

ร.ต.อ. วิษณุ เปิดเผยว่า ขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาตินี้เริ่มระบาดมาตั้งแต่ช่วงโควิดประมาณปี 2563 โดยมีภรรยาเป็นคนไทย และหลอกลวงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อ้างว่าขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือแพทย์ รวมถึงชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจที่ไม่เป็นจริง 

 

ซึ่งมีรายได้ไม่สอดคล้องกับเงินหมุนเวียนจำนวนมาก โดยมีการใช้บัญชีม้ารับโอนเงิน และปลายทางมีการแลกเปลี่ยนสกุลเงินเป็นคริปโต คาดว่ามีผู้เสียหายประมาณ 30 รายจากหลายประเทศ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,000 ล้านบาท โดยในวันนี้มีผู้เสียหายชาวเวียดนามรายหนึ่งที่ถูกหลอกลงทุนไปกว่า 8 ล้านบาทเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย

 

ในการตรวจค้น 5 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล, นครปฐม, กระบี่, กาญจนบุรี และจันทบุรี รวม 11 จุด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้ 3 ราย เป็นชาวไนจีเรีย 2 ราย ในกรุงเทพฯ และจังหวัดจันทบุรี และชาวแคเมอรูน 1 ราย ซึ่งมีอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ถูกจับกุมที่จังหวัดกระบี่ 

 

นอกจากนี้ยังมีคนไทยอีก 4 รายร่วมขบวนการ โดยผู้ต้องหาทั้งหมดมีหมายจับรวม 24 หมาย

 

ร.ต.อ. เขมชาติ เสริมว่า DSI ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนมาตั้งแต่ช่วงโควิด และรับเป็นคดีพิเศษเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยประสานงานกับหลายฝ่ายและใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ร่วมตรวจสอบ สำหรับของกลางที่ยึดได้มีทั้งรถยนต์ เงินสด และคริปโต และในส่วนของคดีแพ่ง จะมีการส่งทรัพย์สินไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อเฉลี่ยคืนแก่ผู้เสียหายต่อไป

 

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ในระหว่างการเข้าตรวจค้นโกดัง เจ้าหน้าที่พบว่าประตูถูกปิดล็อก และไม่มีเสียงตอบรับ เมื่อพยายามเรียกให้เปิด เจ้าหน้าที่จึงงัดประตูเข้าไปและพบชาวไนจีเรีย 2 รายหลบซ่อนตัวอยู่ใต้บันได จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเบื้องต้น


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising