×

ตลาด ‘หุ้นยุโรป’ ยังโดดเด่นสุด ส่วน ‘ทองคำ’ ต้องระวังการแข็งค่าของเงินดอลลาร์

07.06.2021
  • LOADING...
ตลาด ‘หุ้นยุโรป’ ยังโดดเด่นสุด ส่วน ‘ทองคำ’ ต้องระวังการแข็งค่าของเงินดอลลาร์

HIGHLIGHTS

8 mins. read
  • สัปดาห์นี้ต้องติดตามการประชุมของ ECB ซึ่งตลาดยังคาดการณ์ว่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้เช่นเดิม แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือ การส่งสัญญาณเรื่องการถอนมาตรการซื้อสินทรัพย์
  • การลงทุนในตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว ยังมีความน่าสนใจจากนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายอยู่ รวมถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนที่ดีต่อเนื่อง และผลดำเนินงานของ บจ. ออกมาดีกว่าคาด โดยตลาดหุ้นยุโรปน่าสนใจสุดในเชิงของ Valuation และยังมีความผันผวนที่ต่ำกว่าตลาดอื่นๆ
  • ‘ทองคำ’ ยังเป็นสินทรัพย์ที่ถูกกดดันจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และแนวโน้มเงินดอลลาร์ที่อาจกลับมาแข็งค่า ในขณะที่ ‘น้ำมัน’ ราคายังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น จากกิจกรรมการเดินทางที่ทยอยกลับสู่ภาวะปกติ และกลุ่ม OPEC+ ยังเพิ่มกำลังผลิตแบบค่อยเป็นค่อยไป 

เหตุการณ์สำคัญรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามแบนบริษัทของจีน 59 แห่ง

  • ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งห้ามบริษัทจีน 59 แห่งที่เกี่ยวข้องกองทัพจีนหรือในอุตสาหกรรมการเฝ้าระวังลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรการเดิมที่ริเริ่มในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 สิงหาคม โดยนักลงทุนมีเวลา 1 ปีเพื่อถอนการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ 
  • ประเด็นนี้ทำให้ความเสี่ยงของความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และยังทำให้การย้ายฐานการผลิตโยกย้ายมายัง ASEAN มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวียดนามที่มีแรงงานและค่าแรงที่ถูกกว่าไทย

 

อุปสงค์น้ำมันฟื้นเร็วกว่าที่คาด แต่อุปทานยังไม่ปรับขึ้นแรง

  • ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี จากประเด็นที่กลุ่ม OPEC จะปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอย่างค่อยเป็นค่อยไป และ IEA ปรับเพิ่มแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันสูงกว่าที่คาด 
  • นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการที่อิหร่านยังไม่มีแนวโน้มที่จะส่งน้ำมันออกสู่ตลาดในระยะสั้น จึงยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดน้ำมัน โดยมองว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับขึ้นได้ในไตรมาสที่ 3 ตามการเปิดประเทศ และจะลดลงในระยะถัดไปจากภาพอุปทาน

 

จีนปรับนโยบายมีลูกจาก 1 คนเป็น 3 คน

  • ทางการจีนประกาศว่าจะอนุญาตให้คู่สามีภรรยาสามารถมีบุตรได้ถึง 3 คน หวังกระตุ้นจำนวนประชากรให้เพิ่มขึ้น ซึ่งนโยบายนี้คาดว่าจะทำได้ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากค่าครองชีพปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก การมีลูกเพิ่มขึ้นจาก 1 คนเป็น 2 คน จึงมีความน่าจะเป็นมากกว่า จึงมองว่าหุ้นกลุ่ม Consumer Staple ประกันและการศึกษาจะได้ประโยชน์ในระยะยาว แต่ในระยะสั้นกลุ่ม Healthcare และอุปกรณ์การแพทย์จะได้ประโยชน์ในระยะสั้น

 

ประเด็นการลงทุนที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้

  1. การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยตลาดคาดการณ์ว่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.00% และคงดอกเบี้ยเงินฝากของสถาบันการเงินที่ระดับ -0.50% รวมถึงรอฟังสัญญาณการถอนมาตรการซื้อสินทรัพย์
  2. ติดตามรายละเอียดแผนการบริจาควัคซีนโควิด-19 รวม 80 ล้านโดสให้แก่ประเทศต่างๆ ของสหรัฐฯ ผ่านโครงการ COVAX ซึ่งจะดีต่อตลาด EM
  3. การพิจารณา พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของโควิด-19 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 วงเงิน 5 แสนล้านบาท

 

มุมมองต่อตลาดต่างๆ 

 

ตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว

ความน่าสนใจระดับ: 4 

 

ภาพรวมของตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว ยังได้รับแรงหนุนจากการดำเนินนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลาย ความคืบหน้าการฉีดวัคซีน และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มออกมาดีกว่าที่ตลาดได้คาดการณ์เอาไว้ 

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นพัฒนาแล้วมีแนวโน้มผันผวนในระยะสั้นจากแรงขายทำกำไร หลังมูลค่าหุ้นในแต่ละตลาดที่เริ่มตึงตัว รวมไปถึงความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) รุ่นอายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น 

 

กองทุนแนะนำ

 

 

  • SCB Global Experts Fund หรือ SCBGEX(A) 

กองทุน SCBGEX(A) เป็นกองทุนหุ้นทั่วโลกที่ลงทุนในสไตล์ Core-Satellite Portfolio คัดเลือกกองทุนโดยบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ ซึ่งกองทุนหลัก (Core) ลงทุนในกองทุน Julius Baer Global Excellence Equity เน้นลงทุนในหุ้นคุณภาพ เติบโต และกำไรสูง และกองทุนเสริม (Satellite) ในหุ้นธีมเมกะเทรนด์หลักของโลก

 

 

  • TMB Global Quality Growth Fund หรือ TMBGQG 

กองทุน TMBGQG ลงทุนในกองทุน Wellington Global Quality Growth Fund  ซึ่งเป็นกองทุนหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่คุณภาพดีทั่วโลก คัดเลือกหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูง กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) มีคุณภาพ มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ความน่าสนใจระดับ: 4 

 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มได้รับปัจจัยหนุนจากความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 การทยอยเปิดเมือง และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัวดีขึ้น รวมทั้งมาตรการกระตุ้นจากแผนการลงทุนระยะยาวของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ (American Jobs Plan และ American Families Plan) ซึ่งจะส่งผลบวกกับหุ้นกลุ่มวัฏจักร ที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี มีแนวโน้มถูกกดดันจากความกังวลเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ Fed อาจส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด ในขณะที่ Bond Yield ระยะยาวของสหรัฐฯ มีแนวโน้มทยอยปรับเพิ่มขึ้น

 

กองทุนแนะนำ

 

 

  • SCB US Equity DJI Fund หรือ SCBDJI(A)

กองทุน SCBDJI(A) เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ โดยลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี Dow Jones Industrial Average ประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่ 30 บริษัท ซึ่งเป็นธุรกิจชั้นนำของประเทศ และผู้นำในอุตสาหกรรมต่างๆ|

 

 

ตลาดหุ้นยุโรป

ความน่าสนใจระดับ: 5

 

ตลาดหุ้นยุโรปมี Valuation ที่น่าสนใจ และมีความผันผวนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นพัฒนาแล้วอื่นๆ และอัตราส่วนกำไรต่อหุ้น (EPS) ในปี 2021 และ 2022 มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น เศรษฐกิจได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นการคลัง และ ECB ยังคงซื้อสินทรัพย์ผ่านมาตรการ PEPP ต่อเนื่อง

 

ในขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาด GDP ของยูโรโซนในปีนี้และปีหน้าจะขยายตัว 4.2% และ 4.1% ตัวเลขเศรษฐกิจ เช่น PMI ภาคการผลิตฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่ความคืบหน้าการฉีดวัคซีนเด่นชัด และแผนการเปิดประเทศหนุนการฟื้นตัวภาคบริการ

 

กองทุนแนะนำ

 

 

  • SCB European Equity Fund หรือ SCBEUEQ  

กองทุน SCBEUEQ เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นทวีปยุโรป โดยลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี Europe STOXX 600 ซึ่งประกอบด้วยหุ้นในทวีปยุโรปจำนวน 600 บริษัท ทั้งหุ้นขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่

 

 

  • MFC Continental European Equity Fund หรือ MEURO

กองทุน MEURO ลงทุนในกองทุน BGF Continental European Flexible Fund ซึ่งลงทุนในหุ้นยุโรปภาคพื้น (ไม่รวมสหราชอาณาจักร) โดดเด่นในการสร้างผลตอบแทนย้อนหลัง รวมทั้งลงทุนแบบยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนสไตล์การลงทุนและขนาดของหุ้นได้ตามสภาวะตลาด

 

 

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ความน่าสนใจระดับ: 4  

 

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประเมินเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวแล้วในหลายภูมิภาค ขณะเดียวกันยังได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการผลิตโลกที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ผลประกอบการของ บจ. มีแนวโน้มออกมาดี ขณะที่การปรับเพิ่มขึ้นของ Bond Yield ไม่ส่งผลต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น เนื่องจาก BOJ ใช้มาตรการ Yield Curve Control

นอกจากนี้เงินเยนที่อ่อนค่ายังช่วยสนับสนุนหุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่น ส่วนการระบาดของโรคโควิด-19 รอบล่าสุด และการประกาศภาวะฉุกเฉินส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไม่มาก

 

กองทุนแนะนำ

 

 

  • SCB Japan Equity Fund หรือ SCBNK225

กองทุน SCBNK225 เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น โดยลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี Nikkei 225 ซึ่งประกอบด้วยหุ้นของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมต่างๆ ของญี่ปุ่น จำนวน 225 บริษัท

 

 

ตลาดหุ้นจีน

ความน่าสนใจระดับ: 4 

 

ตลาดหุ้นจีนนับว่ามีความน่าสนใจมากขึ้น หลังจากทางการจีนมีแนวโน้มทยอยออกมาตรการต่างๆ ที่สอดรับตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแบบใหม่ 


นอกจากนี้ ตลาดฯ ยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการ บจ. ของจีนในไตรมาสแรกปี 2021 ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด รวมทั้ง Sentiment ของนักลงทุนรายย่อยของจีนที่ดีขึ้น สะท้อนจากการใช้ Margin Financing ที่ทยอยฟื้นตัว ประกอบกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่มาจากการเร่งตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์เริ่มลดลง หลังทางการได้ออกมาตรการชะลอความร้อนแรง

แม้ความไม่แน่นอนในการออกกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในประเด็น Education/Fintech/Antitrust ของทางการยังคงมีอยู่ แต่ตลาดได้ซึมซับความเสี่ยงดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว สะท้อนจากการลดลงของดัชนีฯ และ Valuation ของหุ้นที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ผ่านมา

 

กองทุนแนะนำ

 

 

  • SCB China A-Shares Fund หรือ SCBCHA

กองทุน SCBCHA เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นจีน A-Shares โดยลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี CSI 300 ซึ่งประกอบด้วยหุ้นของบริษัทที่มีการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดจำนวน 300 บริษัท คาดหวังผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนโดยรวมของหุ้นจีน A-Shares

 

 

ตลาดหุ้นไทย 

ความน่าสนใจระดับ: 3 

 

ความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยเริ่มลดลง จากความกังวลการแพร่ระบาดรอบใหม่ในประเทศที่ยังคงมีอยู่ และดัชนีฯ ยังมีแนวโน้มไม่ตอบสนองต่อมาตรการเยียวยาของภาครัฐในระยะสั้น

อย่างไรก็ดี นักลงทุนคาดหวังต่อการทยอยเปิดเศรษฐกิจ และเร่งฉีดวัคซีนภายในประเทศ ทั้งนี้ ผลประกอบการ บจ. ไทยในไตรมาสแรก ปี 2021 ยังมีแนวโน้มออกมาดี

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีสัดส่วนหุ้นกลุ่ม Value และ Cyclical ค่อนข้างสูง ทำให้ดัชนีฯ ได้รับอานิสงส์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ รวมทั้งราคาน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวต่อ

 

  • ไม่มีกองทุนแนะนำ

 

การลงทุนทางเลือก

 



ทองคำ

ความน่าสนใจระดับ: 3



ราคาทองคำอาจถูกกดดันจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้น ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กลับมาใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวเร็วกว่าที่คาด และจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น 

  • ไม่มีกองทุนแนะนำ

 

 

น้ำมัน

ความน่าสนใจระดับ: 4


ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้น หลังการฉีดวัคซีนมีความคืบหน้า โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรปที่เริ่มคลายล็อกดาวน์ ทำให้กิจกรรมการเดินทางทยอยฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ

รวมทั้งมติการประชุม OPEC+ ที่จะปรับเพิ่มกำลังการผลิตอย่างค่อยเป็นค่อยไป และ OPEC+ คาดการณ์ว่าความต้องการน้ำมันจะเพิ่มขึ้นอีก 6 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันอาจปรับเพิ่มขึ้นจำกัด จากความกังวลการแพร่ระบาดในอินเดีย และบริษัทน้ำมันรายใหญ่ยังถูกกระแสกดดันให้มีมาตรการในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่านี้

 

กองทุนแนะนำ

 

 

  • SCB Oil Fund หรือ SCBOIL

กองทุน SCBOIL ลงทุนในกองทุน Invesco DB Oil Fund ซึ่งลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) โดยมุ่งหวังผลตอบแทนจากการลงทุนให้ใกล้เคียงกับการลงทุนในน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI)

 

 

REITs และ Infrastructure Fund

ความน่าสนใจระดับ: 4

 

ผลประกอบการของ REITs เริ่มมีสัญญาณบวกมากขึ้นจากการที่ประเทศต่างๆ เริ่มทยอยกลับมาเปิดประเทศ สำหรับ REITs ไทยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว Valuation ยังไม่แพงหากพิจารณาจาก Dividend Yield Gap ราคาปัจจุบันยัง Laggard REITs ต่างประเทศและหุ้นไทยอยู่มาก 

 

นอกจากนี้ Dividend Yield ยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หากไม่เกิด Hard Lockdown ที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อและความล่าช้าในการฉีดวัคซีน ยังเป็นปัจจัยกดดันราคาในระยะสั้น

 

กองทุนแนะนำ

 

 

  • SCB Property and Infrastructure Flexible Fund หรือ SCBPINA

กองทุน SCBPINA เป็นกองทุนที่คัดเลือกลงทุนใน Property Fund REITs และ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานทั้งของไทยและสิงคโปร์ โดยคัดเลือกกองทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) ที่มีโอกาสเติบโต มีสภาพคล่อง และคาดว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ 

 

  • SCB Global Property Fund หรือ SCBGPROP 

กองทุน SCBGPROP ลงทุนในกองทุน BGF World Real Estate Securities  ซึ่งลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือ REITs ทั่วโลก เน้นลงทุนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น เป็นต้น 

 

หมายเหตุ: ความน่าสนใจการลงทุน

ระดับ 1: น้อยมาก

ระดับ 2: น้อย

ระดับ 3: ปานกลาง

ระดับ 4: มาก

ระดับ 5: มากที่สุด 

 


 

ผู้เขียน

 

ศรชัย สุเนต์ตา, CFA 

กรรมการผู้จัดการ Chief Investment Office, SCBS

 

สุกิจ อุดมศิริกุล

กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย

นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

 

ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

ผู้อำนวยการอาวุโส

นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

 

สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

ผู้อำนวยการอาวุโส

นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

 

ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล

ผู้อำนวยการอาวุโส

นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

 

เรวัฒิ เจริญเชื้อ

ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ฝ่ายวิจัยการลงทุน

 

รุ่งโรจน์ เสกสรรค์วิริยะ, CFA 

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ Chief Investment Office, SCBS

 

เกษรี อายุตตะกะ CFP®

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ Chief Investment office, SCBS

 

ดร.ธนพล ศรีธัญพงศ์ AFPTTM

ผู้อำนวยการอาวุโส Chief Investment office, SCBS

 

จตุรภัทร ทนาบุตร 

ผู้จัดการ Chief Investment office, SCBS

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories