×

Europa League Final: บียาร์เรอัล ของ อูไน เอเมรี กับสถิติที่มองข้ามไม่ได้ vs. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก้าวสำคัญไปสู่อนาคตที่ดีกว่า

26.05.2021
  • LOADING...
Europa League Final

HIGHLIGHTS

  • เวลา 02.00 น. วันที่ 27 พฤษภาคมนี้ (ตามเวลาประเทศไทย) จะเป็นการพบกันระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับบียาร์เรอัลในรอบชิงชนะเลิศของยูโรปาลีก 
  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถือเป็นโอกาสคว้าแชมป์แรกและแชมป์เดียวในฤดูกาลนี้ ซึ่งหากพวกเขาทำไม่สำเร็จ พวกเขาจะกลายเป็นทริปเปิลรองแชมป์ 
  • โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือปีศาจแดงกระตุ้นนักเตะให้คว้าแชมป์เพื่อการต่อยอดความสำเร็จไปสู่อนาคต และเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดของ เซอร์แมตต์ บัสบี 
  • บียาร์เรอัลมีสิ่งที่เหนือกว่าอย่างชัดเจนคือสถิติในรายการนี้ของ อูไน เอเมรี กุนซือคนปัจจุบันของทีม ด้วยการคว้าแชมป์รายการนี้ 3 สมัยติดต่อกันจากการเข้าชิง 5 ครั้งที่ผ่านมา

เวลา 02.00 น. วันที่ 27 พฤษภาคมนี้ (ตามเวลาประเทศไทย) จะเป็นการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศถ้วยยูโรปาลีก ซึ่งเป็นการพบกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ กับ บียาร์เรอัล ทีมอันดับที่ 7 ของลาลีกาสเปน 

 

โดยแชมป์รายการนี้เป็นการเดิมพันความสำเร็จของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากภายใต้การคุมทีมของโอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ที่ต้องการแชมป์รายการแรกในฐานะผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่สโมสรไม่ได้แชมป์มาเป็นเวลา 4 ปี เพื่อต่อยอดไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

 

วันที่ 26 พฤษภาคม (ตามเวลาท้องถิ่น) ยังถือเป็นวันเดียวกับวันที่ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ยิงประตูชัยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าทริปเปิลแชมป์ในปี 1999 ในอดีต การคว้าแชมป์ในวันนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในอาชีพผู้จัดการทีมของเขา 

 

ด้าน บียาร์เรอัล สโมสรที่มาจากเมืองที่มีประชากรเพียง 50,577 คน กำลังจะลงสนามพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรที่มีสนามเหย้าที่มีความจุ 74,140 คน แค่ตัวเลขนี้ก็อาจจะสามารถบ่งบอกได้ถึงขนาดของสโมสร ความสำเร็จในอดีต และความคาดหวังต่างๆ ที่อยู่รายรอบนัดชิงเกมนี้ เพราะนี่คือการผ่านเข้ามาสู่รอบชิงฟุตบอลยุโรปครั้งแรกของบียาร์เรอัล

 

และสิ่งที่นำพาพวกเขามาถึงจุดที่ไกลที่สุดในฟุตบอลถ้วยยุโรปคือคนที่คุ้นเคยกับพื้นที่แห่งนี้เป็นอย่างดี นั่นคือ อูไน เอเมรี ผู้ที่เคยนำพาเซบียาเข้าคว้าแชมป์รายการนี้ 3 สมัยติดต่อกันในปี 2014, 2015 และ 2016 รวมถึงผ่านเข้ามาสู่รอบชิงชนะเลิศรายการนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้ว 

 

หลังจากที่ทุกท่านได้ทราบความสำคัญเบื้องต้นสำหรับทั้งสองทีมแล้ว THE STANDARD จะพาไปสำรวจความพร้อมของทั้งสองทีมกัน 

 

แฮร์รี แม็กไกวร์ รอเช็กความฟิต โซลชาร์ย้ำนี่คือก้าวสำคัญของสโมสร

 

Europa League Final

 

แฮร์รี แม็กไกวร์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีรายชื่อใน 26 ผู้เล่นที่เดินทางไปสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในครั้งนี้ แต่ตลอดเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาพลาดลงสนามให้กับทีมมาตลอด 4 นัดจากอาการบาดเจ็บที่เอ็นข้อเท้า ซึ่งโซลชาร์ได้กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าแม็กไกวร์ไม่น่าจะหายทันลงช่วยทีมในเกมรอบชิงนี้ 

 

แต่การพาแม็กไกวร์มาร่วมทีมในครั้งนี้ โซลชาร์เชื่อว่าเขาจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือทีมในด้านของสภาพจิตใจ รวมถึงเขาจะรอจนกว่าจะถึงวันแข่งที่จะตัดสินใจว่ากองหลังวัย 28 ปีพร้อมหรือไม่สำหรับเกมนี้ 

 

Europa League Final

 

เช่นเดียวกับ อองโตนี มาร์กซิยาล และ ฟิล โจนส์ ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บที่จะไม่สามารถลงช่วยทีมในเกมนี้ได้ 

 

ในเกมรุกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา การประสานงานที่ลงตัวมากขึ้นทุกเกมของ บรูโน แฟร์นันด์ส และ พอล ป็อกบา ในแดนกลาง และ เอดินสัน คาวานี ที่เพิ่งต่อสัญญากับสโมสรออกไปเป็นเวลา 1 ปีเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม จะเป็นปัจจัยสำคัญเอาชนะบียาเรอัลในค่ำคืนนี้ 

 

สำหรับการแข่งขันในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของทีม เมื่อพวกเขาเคยคว้าทริปเปิลแชมป์มาแล้วในวันเดียวกันเมื่อปี 1999 ซึ่งโซลชาร์เป็นผู้ยิงประตูชัยในรอบชิงยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก พาทีมเอาชนะบาเยิร์น มิวนิกไปได้สำเร็จ 

 

โดยผู้จัดการทีมในปีนั้นอย่างเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้เดินทางมาร่วมชมการแข่งขันเกมนี้ที่โปแลนด์ บวกกับวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ยังเป็นวันเกิดของ เซอร์แมตต์ บัสบี ตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งโซลชาร์ยังได้กระตุ้นลูกทีมให้คว้าแชมป์ยูโรปา ลีกให้ได้เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จให้กับตำนานของสโมสร 

 

“เราคว้าแชมป์ยุโรปมาแล้ว 5 สมัย เราแพ้ 2 ครั้งให้กับบาร์เซโลนา” โซลชาร์กล่าวก่อนเกม 

 

“ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่สำคัญสำหรับพวกเรา มันจะเป็นก้าวสำคัญไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม เพราะทีมนี้เต็มไปด้วยนักเตะเยาวชน

 

“นี่คือทีมที่เราสร้างตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นเราหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ดีขึ้น 

 

“แน่นอนเซอร์อเล็กซ์จะอยู่ที่สนามกับเรา เรารู้ว่า 26 พฤษภาคมคือวันเกิดของเซอร์ แมตต์ บัสบี แต่นักเตะเมื่อเขาเข้าร่วมกับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขามาเพื่อคว้าแชมป์ 

 

“พวกเขาพร้อมรับความท้าทายในการเป็นทีมที่ดีที่สุด เพราะนี่คือสโมสรที่ดีที่สุดในโลก ดังนั้นมันจึงเป็นความรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับแรงกดดันในการเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 

 

“นั่นคือสิ่งที่เราพร้อมอยู่แล้ว เพราะพวกเขาจะไม่มาร่วมกับเราถ้าพวกเขาไม่ใช่นักเตะที่ดีที่สุด” 

 

อูไน เอเมรี ประสบการณ์ในรายการนี้ที่มีโอกาสนำพาบียาร์เรอัลสู่แชมป์ยุโรปสมัยแรก

 

Europa League Final

 

สถิติของเอเมรีในยูโรปาลีกเป็นสิ่งที่ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนมองข้ามไม่ได้ ด้วยแชมป์ 3 สมัยจากการเข้าชิง 5 ครั้ง อูไนคือหนึ่งในกุนซือที่มีประสบการณ์ระดับสูงในรายการนี้มากที่สุดคนหนึ่ง

 

ซึ่งหากเขาสามารถคว้าแชมป์ในปีนี้ได้ เขาจะกลายเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่สามารถคว้าแชมป์ยุโรปได้ 4 สมัยต่อจาก โชเซ มูรินโญ, บ๊อบ เพรสลีย์ และ โจวานนี ตราปัตโตนี

 

คีย์แมนคนสำคัญของทีมอยู่ที่ เคร์ราร์ด โมเรโน ศูนย์หน้าที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยผลงาน 29 ประตูในทุกรายการ

 

Europa League Final

 

ซึ่งหากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่สามารถส่งแฮร์รี แม็กไกวร์ลงสนามในเกมนี้ได้ โมเรโนจะเป็นคนที่สร้างปัญหาในเกมรับให้กับปีศาจแดงได้เป็นอย่างมาก 

 

ด้านเอเมรีที่มีสถิติเป็นตัวยืนยันว่าทีมของเขาในรอบชิงเป็นฝั่งที่มองข้ามไม่ได้ ก็ยอมรับว่ารอบชิงชนะเลิศในทุกๆ เกมแตกต่างกันออกไป แม้ว่าเขามักจะถูกยกเป็นเต็งแชมป์รายการนี้

 

“ทุกรอบชิงแตกต่างกัน รอบชิง 4 จาก 5 ครั้งที่ผ่านมา ในบางครั้งผมถูกยกให้เป็นเต็งแชมป์ บางครั้งผมก็ถูกมองข้าม 

 

“การเป็นเต็งแชมป์มักจะเป็นคำพูดเพียงก่อนเกมเท่านั้นไม่ใช่เหรอ? ดังนั้นคุณต้องลงไปเล่นให้ครบ 90 นาทีถึงจะสามารถมีสถานการณ์ที่ดีกับฝั่งคุณได้ เกมรุกและเกมรับนั่นคือสิ่งที่ต้องทำ สปิริติที่คุณสามารถสร้างได้สำหรับทีม 

 

“ในวันพรุ่งนี้ผมมองว่าเรามีความหวัง เรามีคำตอบจากทีมถึงความสำคัญของเกมนี้ต่อฤดูกาลนี้ ดังนั้นเรารู้แล้วว่าเราเป็นทีมที่แข็งแกร่ง 

 

“แน่นอนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอาจอยู่ในจุดที่ดีกว่า หากพวกเขาเล่นได้ดี พวกเขาจะสามารถเอาชนะใครก็ได้ แต่เราต้องพยายามหาทางตอบโต้ทีมใหญ่แบบนี้ 

 

สุดท้ายเอเมรียืนยันว่าแชมป์ครั้งนี้จะไม่ใช่เพื่อเป็นการล้างแค้นทีมจากอังกฤษที่เขาเคยหลุดจากตำแหน่งผู้จัดการทีมอาร์เซนอล แต่จะเป็นความภูมิใจที่เขาในร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้ และการได้ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศ 

 

สถิติที่น่าสนใจก่อนเกม: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงเวลาที่พวกเขาจะล้มทีมสเปนในรอบชิงได้? 

 

  • บียาร์เรอัลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะพบกันเป็นครั้งที่ 5 โดยก่อนหน้านี้เป็นการเสมอกันไป 0-0 ทั้ง 4 ครั้งในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ระหว่างปี 2005-06 ถึง 2008-09 
  • นี่จะเป็นรอบชิงชนะเลิศในฟุตบอลยุโรปสมัยที่ 8 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากที่สุดในสโมสรจากอังกฤษ​ โดยเป็นรองเพียงแค่ลิเวอร์พูลที่เข้าชิงมาแล้ว 14 ครั้ง
  • พวกเขาคว้าแชมป์ไป 5 สมัยจาก 7 ครั้งที่เข้าชิง โดย 2 ครั้งที่แพ้เป็นการพ่ายให้กับบาร์เซโลนาในปี 2008-09 และ 2010-11
  • บียาร์เรอัลผ่านเข้ามาชิงแชมป์ยุโรปเป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์ และกลายเป็นสโมสรที่ 11 จากสเปนที่ผ่านเข้ามาชิงได้ 
  • โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พาทีมเข้าชิงเป็นครั้งที่ 2 ในอาชีพผู้จัดการทีม หลังจากที่เขาเคยพาโมลด์คว้าแชมป์นอร์วีเจียนคัพเมื่อปี 2013 

 

สำหรับการแข่งขันยูโรปาลีก รอบชิงชนะเลิศฤดูกาล 2020-21 จะแข่งขันกันที่สนามอารีนา กดันสก์ ประเทศโปแลนด์ เวลา 02.00 น. ของวันที่ 27 พฤษภาคม ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดผ่านทาง UEFA.tv  

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า 

อ้างอิง: 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising