×

บันทึก 203 ชั่วโมง ของวิศวกรไทย จากกลางทะเลอ่าวเปอร์เซีย ถึงบ้าน

03.04.2026
  • LOADING...
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน

ในโลกที่ทุกอย่างหยุดพร้อมกัน เที่ยวบินถูกยกเลิก สนามบินปิด และเฮลิคอปเตอร์หยุดบิน คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ ‘จะเกิดอะไรขึ้น’ แต่คือ ‘คุณยังมีทางเลือกอะไรเหลืออยู่บ้าง

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 
 

3 มีนาคม 2026 | 04:30 น. | วันอพยพ

 
 

โทรศัพท์มือถือสั่นตอนตีสี่ครึ่ง นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ โดยเฉพาะสำหรับคนทำงาน Offshore ที่คุ้นเคยกับความเงียบของทะเลมากกว่าสัญญาณเรียกเข้า ผมคว้ามันขึ้นมาโดยยังลืมตาไม่เต็มที่

 

“Get up now. Pack your bag. Go to the Jetty.”

 

สายถูกตัดไป และจากวินาทีนั้น โลกของผมก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 
 

2 มีนาคม 2026 | 12 ชั่วโมงก่อนอพยพ

 
 

ผมลงทะเบียนกับสถานทูตไทย พร้อมทั้งสมัคร eVisa เข้าซาอุดีอาระเบีย ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะได้ใช้มันหรือไม่

 

403 SAR (3,500 บาท) คือราคาของ “ทางหนีทีไล่”

 

อย่างน้อย จุดเริ่มต้นของ Plan B ก็อยู่ในมือแล้ว

 

กระเป๋าเป้ถูกจัดให้พร้อมสำหรับการเคลื่อนตัวได้ทันที

 

• Passport / บัตรสำคัญทุกใบ
• Power bank / สายชาร์จ
• ยา บิสกิตและน้ำเปล่า

 

อินเทอร์เน็ต 5G บนโทรศัพท์มือถือถูกเติมเครดิตเพิ่มอีก 5 GB พร้อมเปิด eSIM ครอบคลุมประเทศในตะวันออกกลางบน smart watch ไว้เป็นทางสำรอง

 

ในขณะเดียวกัน ผมก็เตือนตัวเองว่า ในสถานการณ์แบบนี้ “เงินสด” อาจเป็นสิ่งจำเป็น มากกว่าที่คิด

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 1
 

(“คลื่นลมมักจะสงบ ก่อนพายุใหญ่จะมา”)

 
 

28 กุมภาพันธ์ 2026 | 3 วันก่อนอพยพ

 
 

“Iran got attacked. Airspace closed.”

 

Joe เพื่อนร่วมงานชาวฟิลิปปินส์ส่งข้อความมาบอก

 

ผมเปิด Al Jazeera ข่าวยืนยันทุกอย่าง และเที่ยวบินจาก Hamad International Airport ถูกยกเลิกทั้งหมด

 

ไม่นานหลังจากนั้น เฮลิคอปเตอร์ เส้นเลือดหลักของการเดินทาง offshore ก็ถูกหยุดเช่นกัน

 
 

3 มีนาคม 2026 | 04:35 น. | 5 นาทีหลังโทรศัพท์สั่งอพยพ

 
 

ผมวิ่งกลับไปที่ห้องทำงาน คว้า Laptop ใส่กระเป๋า และที่นั่น ผมเจอ CA เพื่อนชาวไนจีเรีย

 

“Jetty. Let’s go.”

 

เราไม่ต้องพูดอะไรมากกว่านั้น

 

เสียงไซเรนอพยพดังทั่ว Facility

 

และ “นี่ไม่ใช่การซ้อม”

 

“ไม่มีใครพูดอะไร แต่ทุกคนเดินเร็วขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย”

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 2
 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 3
 

(“ไม่มีใครพูดอะไร แต่ทุกคนเดินเร็วขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย”)

 

บริษัทสั่งหยุดการผลิตน้ำมันทั้งหมดในอ่าวเปอร์เซียตั้งแต่คืนที่ผ่านมา

 

เราสองคนก้าวลงเรือที่แน่นจนแทบไม่มีที่ยืน

 

ผมปีนขึ้นไปบนเตียงชั้นบนในห้องนอนลูกเรือ ล้มตัวลงนอนในทันที สูดลมหายใจลึก

 

ผมส่งข้อความหาที่บ้าน บอกข้อมูลการอพยพเท่าที่รู้ จากนั้นปิดทุกอย่างเพื่อเก็บแบตเตอรี่ไว้ใช้กับความไม่แน่นอนที่รออยู่ข้างหน้า

 

เรือแล่นด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 25 knots

 

ผมกึ่งหลับกึ่งตื่น ได้ยินเสียงอาเจียนดังเป็นระยะ สลับกับเสียงคลื่นกระแทกตัวเรือ

 

07:30 น. | ถึงท่าเรือ

 

เรือลดความเร็วเข้าเทียบฝั่ง

 

ผมปีนลงมาจากเตียง

 

ภาพแรกที่เห็นคือพื้นเต็มไปด้วยอาเจียน และผู้ชายสองคนนั่งหมดแรงอยู่ข้างเตียง

 

นี่คือ “ราคาของความเร่งด่วน”

 

จากนั้น รถบริษัทพาทุกคนออกจากท่าเรือ มุ่งหน้าสู่ Doha

 

10:15 น. | Doha

 

ผมมาถึง Doha เข้าพักในโรงแรม

 

สถานการณ์ในเมืองยังดูปกติ แต่รถน้อยและคนบางตาลง

 

สิ่งแรกที่ทำในห้องพักคือ ติดต่อที่บ้านและสถานทูตไทย

 

ทราบว่ามีการเตรียมแผนอพยพข้ามแดนไปยังซาอุดีอาระเบีย หากสถานการณ์มีการยกระดับขึ้น

 

ผมกดเงินสดเพิ่ม พร้อมซื้อ power bank สำรองอีกหนึ่งลูก

 

CA เพื่อนร่วมงานชาวไนจีเรียโทรมาชวนให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่อพาร์ตเมนต์ ซึ่งห่างออกจากในเมืองไปเล็กน้อย

 

ผมตอบตกลงทันที

 

ในเวลาเช่นนี้ การพาตัวเองออกจากใจกลางเมืองกับเพื่อนสักคน ทำให้รู้สึกอุ่นใจมากกว่า

 

หลังจากนั้น ผมจัดกระเป๋าเดินทางใหม่เป็น 3 ใบ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์

 

• กระเป๋าลากใบใหญ่ ใส่ชุดทำงานและอุปกรณ์ทั้งหมด ฝากไว้ที่โรงแรม
• กระเป๋าสะพาย ใส่เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว
• กระเป๋าเป้ ใส่เอกสาร ยา ขนม น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นทั้งหมด ที่ต้องติดตัวในกรณีฉุกเฉิน

 

ผมรู้ดีว่า ถ้าเวลานั้นมาถึง จะเหลือเป้บนหลังใบเดียว

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 4
 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 5
 

(“บางครั้งการเตรียมตัว คือสิ่งเดียวที่ควบคุมได้”)

 
 

6 มีนาคม 2026 | 3 วันหลังอพยพ

 
 

ผมเริ่มคุ้นเคยกับเสียงระเบิดจากการยิงสกัด (interception) ซึ่งเกิดขึ้นในทุก ๆ วัน

 

แปลกที่ความกลัวไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่กลับเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของวันธรรมดา

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 6
 

(“สิ่งที่เห็นในข่าวดูน่ากลัว แต่เทคโนโลยีการยิงสกัดของรัฐบาลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา”)

 

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่เทคโนโลยียิงสกัดขีปนาวุธ Patriot

 

แต่คือระบบเตือนภัยของประเทศนี้ ที่เร็ว แม่นยำ และทำให้คนหลบอยู่ในที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 7
 

 

( “ข้อความแรกบอกให้อยู่กับที่ ข้อความที่สองบอกว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้ว แต่ผมรู้ดีว่าสิ่งที่ดีที่สุดตอนนี้คือกลับบ้าน”)

 

แม้สถานการณ์โดยรวมยัง “ควบคุมได้”

 

แต่ผมเริ่มรู้สึกว่า การกลับบ้านในเวลาที่ยัง “ทำได้”

 

อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินไปจนถึงจุดที่ “เลือกอะไรไม่ได้อีก”

 

ผมเริ่มกลับมาคิดถึง Plan B ที่เตรียมไว้ และพยายามหาทางออกจากภูมิภาคนี้ให้เร็วที่สุด

 
 

7 มีนาคม 2026 | 11:20 น. | 4 วันหลังอพยพ

 
 

ผมรู้ดีว่า เที่ยวบินจาก Doha ไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป

 

จำเป็นต้องมองหาตัวเลือกอื่น

 

ตั๋วเครื่องบินของ Saudi Airline เส้นทางที่สั้นที่สุด ราคาพุ่งขึ้นไปถึงขาละ 3,500 SAR (ประมาณ 30,000 บาท)

 

ตัวเลือกอีกตัวในการบินไปยังเมือง Sharjah, UAE ก็มีความเสี่ยงเที่ยวบินยกเลิก

 

ตัวเลือกสุดท้ายจาก Riyadh ไปหลายเมืองในอินเดีย แล้วค่อยกลับไทย ตั๋วยังพอมี แต่ราคาก็ขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ

 

การตัดสินใจสำคัญไม่ใช่แค่ “ซื้อตั๋ว”

 

แต่ต้องลดความเสี่ยงที่เที่ยวบินจะโดนยกเลิกระหว่างทาง

 

ผมนั่งมองหน้าจอ ไล่ดูแผนที่อินเดียลงมาทางใต้

 

หยุดที่กลางมหาสมุทรอินเดีย

 

ความคิดบางอย่างเกิดขึ้น

 

ผมเคาะแป้นพิมพ์เป็นตัวอักษรสี่ตัว

 

M – A – L – E

 

เมืองหลวงของมัลดีฟส์ ที่คนไทยสามารถเข้าได้โดยไม่ต้องมี Visa

 

หลังจากกด Enter

 

นาฬิกาทรายปรากฏบนจอ

 

แล้วแสดงเที่ยวบิน

 

Riyadh – Jeddah – Male วันที่ 9 มีนาคม ราคา 1,910 SAR (16,000 บาท)

 

ในวินาทีนั้น ผมรู้เลยว่านี่คือ “ทางออก”

 

ปัญหาเดียวที่เหลืออยู่

 

คือการพาตัวเองจาก Doha ไปให้ถึง Riyadh

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 8
 

(“ทุกเส้นทางดูเป็นไปได้ แต่มีเพียงเส้นเดียวที่จะพากลับบ้าน”)

 
 

12:45 น. | สายเรียกเข้าจากสถานทูต

 
 

“สวัสดีค่ะคุณวรเทพ ดิฉันโทรจากสถานทูตไทยนะคะ”

 

“สวัสดีครับ”

 

“เรามีรถจะออกเช้าวันพรุ่งนี้ ข้ามไปยัง Riyadh…”

 

“ผมไปครับ”

 

ผมตอบก่อนเจ้าหน้าที่จะพูดจบ

 

เจ้าหน้าที่อธิบายเพิ่มเติมว่า มีเจ้าหน้าที่สถานทูตที่ต้องกลับไปประจำการที่คูเวต

 

และจะมีรถไปส่งที่ Riyadh

 

โดยอนุญาตให้คนไทยที่ลงทะเบียนเดินทางไปด้วยได้

 

แต่ต้องรับผิดชอบค่า eVisa และตั๋วเครื่องบินด้วยตัวเอง

 

ผมใช้เวลาสิบนาที เพื่อซื้อตั๋ว Riyadh – Jeddah – Male

 

และส่งให้สถานทูตทันที

 

22:50 น. | Goodbye

 

“See you again bro.”

 

CA พูดก่อนที่เราจะเข้านอน

 

ผมพยักหน้า

 

กล่าวขอบคุณสำหรับน้ำใจที่มีให้

 

ในสถานการณ์แบบนี้

 

เราไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมงาน

 

แต่เป็นคนที่แบ่งปันทั้ง “ความกังวล” และ “เสียงหัวเราะ” ร่วมกัน

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 9
 

 

(“ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน สิ่งที่ชัดเจนที่สุด คือความเป็นมนุษย์ของกันและกัน”)

 
 

8 มีนาคม 2026 | 07:00 น. | 5 วันหลังอพยพ

 
 

เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยส่งถุงกระดาษที่บรรจุข้าวเหนียวไก่ย่างให้

 

ก่อนที่รถตู้จะออกตัว

 

กลิ่นข้าวเหนียวไก่ย่างในตอนเช้า

 

ให้ความรู้สึกว่าผมกำลังจะกลับบ้านจริง ๆ

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 10
 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 11
 

(“ในวันที่ทุกอย่างไม่แน่นอน ความช่วยเหลือเล็ก ๆ กลับมีความหมายมากที่สุด”)

 

09:30 น. | Abu Samra

 

รถตู้พาเรามาถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง

 

Abu Samra (Qatar) — Salwa (Saudi Arabia)

 

ผู้โดยสารเริ่มลงจากรถทีละคน

 

กระบวนการฝั่ง Qatar ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

เหมือนทุกอย่างถูกตระเตรียมไว้แล้ว

 

แต่ฝั่ง Saudi Arabia ใช้เวลานานกว่า

 

ทุกคนต้องลงจากรถ พร้อมสัมภาระทั้งหมด

 

และรอ

 

โดยไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า จะใช้เวลาอีกนานแค่ไหน

 

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 12
 

(“ด่าน Abu Samra บางครั้งเส้นแบ่งบนแผนที่ มีความหมายมากกว่าที่เราเคยคิด”)

 
 

16:00 น. | Riyadh

 
 

ผมมาถึง Riyadh เร็วกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย

 

เจ้าหน้าที่จากสถานทูตไทยเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี

 

ผมกล่าวขอบคุณ และแยกกับเพื่อนร่วมทาง

 

ซึ่งมีปลายทางที่แตกต่างกัน

 

ในมือมีกระดาษแผ่นบาง ๆ สองใบ

 

หนึ่งในนั้นคือไฟลต์ SV-1059 ไป Jeddah

 

ซึ่งยังไม่ cancel และไม่ delay

 

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 13
 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 14
 

(“กระดาษธรรมดาสองใบ แต่ในเวลานั้น มันคือโลกทั้งใบของผม”)

 
 

ความไม่แน่นอนยังไม่จบ

 
 

Boarding time ถูกเลื่อน

 

23:20 → 01:00 → 01:30 → 02:30

 

ความกังวลเพิ่มขึ้นตามเวลา

 

โอกาสที่จะตกเครื่องต่อไป Male เริ่มชัดขึ้น

 

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 15
 

(“ผู้คนมากมาย หลากหลายจุดหมาย แต่เป้าหมายเดียวกันคือบ้าน”)

 

จนกระทั่ง

 

เจ้าหน้าที่ประกาศเรียกผู้โดยสารไฟลต์ SV-1059

 

ผมเดินไปที่ Gate

 

แต่ความกังวลยังไม่หาย

 

และมันจะหายไป

 

ก็ต่อเมื่อเครื่องบินลำนี้ยกตัวขึ้น

 

 

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 16
 

(“เส้นบาง ๆ ระหว่างความไม่แน่นอน กับโอกาสที่จะกลับบ้าน”)

 
 

9 มีนาคม 2026 | 05:10 น. | สนามบิน Jeddah

 
 

เครื่องลงจอด

 

เวลาเหลือน้อยกว่าที่คิด ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

 

ผมก้าวออกจากเครื่อง

 

แล้วเริ่ม “วิ่ง”

 

สนามบิน Jeddah ใหญ่กว่าที่จินตนาการไว้มาก

 

ผมต้องนั่งรถไฟภายในสนามบิน

 

ไปยัง international terminal

 

แล้ววิ่งต่อ

 

ผ่านด่านตรวจ

 

ผ่านทุกอย่าง

 

จนถึง Gate A47

 

ผมหยุด

 

หายใจ

 

มองป้ายตรงหน้า

 

หัวใจยังเต้นแรง

 

แต่ครั้งนี้

 

มันไม่ใช่ความกลัว

 

มันคือ “ความโล่งใจ”

 

ผมมาทัน

 
 

14:30 น. | สนามบิน Velana, Male

 
 

SV-838 ค่อย ๆ ลดระดับลง

 

นอกหน้าต่างคือทะเลสีฟ้า

 

ทอดยาวสุดสายตา

 

ทันทีที่ล้อแตะรันเวย์

 

เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกันทั้งลำ

 

 

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 17
 

(“ทะเลตรงหน้า สงบนิ่งกว่าความคิดในหลายวันที่ผ่านมา”)

 
 

11 มีนาคม 2026 | 8 วันหลังอพยพ | บนเครื่อง FD-176

 
 

เครื่องบินกำลังมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ

 

ผมนึกย้อนถึงทุกอย่าง

 

เพื่อนร่วมงาน
เพื่อนร่วมทาง
และทุกความช่วยเหลือ

 

ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด

 
 

7 บทเรียนจาก 203 ชั่วโมง

 
 

บทเรียนที่ 1: สร้าง Plan B ก่อนจะต้องการมัน

 

ศึกษาเส้นทางไปยังสนามบินที่ใกล้ที่สุด พร้อมทำ eVisa ประเทศเพื่อนบ้านในเส้นทางที่วางแผนไว้ล่วงหน้า ราคาไม่มากแต่ประเมินค่าไม่ได้ในยามฉุกเฉิน

 

บทเรียนที่ 2: Travel Light จัดกระเป๋าให้พร้อมเคลื่อนตัวได้ทันที

 

จินตนาการว่าถ้าต้องสละของแลกกับการเคลื่อนตัว คุณจะเหลืออะไรติดตัว ทุกสิ่งที่จำเป็นต้องอยู่ในกระเป๋าใบเดียว ได้แก่ passport เอกสารสำคัญ ยา น้ำเปล่า power bank และสายชาร์จ จัดให้พร้อมอยู่เสมอ

 

บทเรียนที่ 3: บริหารความเสี่ยงและตัดสินใจ

 

หลักง่ายๆ คือประเมินโอกาสที่เหตุการณ์จะเลวร้าย ร่วมกับผลลัพธ์ที่จะตามมา แล้วตัดสินใจจากจุดนั้น การตัดสินใจที่ดีไม่จำเป็นต้องรอข้อมูลครบ ผลของการตัดสินใจอาจจะถูกหรือผิด แต่กระบวนการตัดสินใจที่ดีถูกต้องเสมอ

 

บทเรียนที่ 4: ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์

 

eSIM เปิดใช้งานได้ด้วยตัวเองและเลือกประเทศที่ต้องการได้โดยทันที / Wearable device (Smart Watch) แบบรองรับ eSim อาจดูเกินความจำเป็นในยามปกติ หากแต่เป็นช่องทางติดต่อสำรองในเวลาฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี / ดาวน์โหลด offline map ของประเทศที่จะไปไว้เสมอ / มี Chat application ที่คนส่วนใหญ่ในภูมิภาคนั้นใช้เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร เช่น Whatsapp

 

บทเรียนที่ 5: ลงทะเบียนกับสถานทูตคือสิ่งที่ “ต้องทำ”

 

การลงทะเบียนกับสถานทูตคือการแสดงตัวตน การมีอยู่ในประเทศนั้นของคุณ และถ้ามีการอพยพเกิดขึ้น คุณจะมีโอกาสได้รับแจ้งและได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว / หมั่นตรวจสอบข้อมูลจากช่องทาง social media ที่เป็นทางการของสถานทูต

 

บทเรียนที่ 6: เส้นทางที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่เส้นทางที่เร็วที่สุด

 

เลือกเส้นทางการบินให้ห่างจากพื้นที่เสี่ยง จะช่วยลดความเสี่ยงของไฟล์ทยกเลิกและล่าช้า / ถ้าเลือกได้ เลือกไฟล์ทที่มีเวลาต่อเครื่องให้มากกว่าปกติ เผื่อความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง

 

บทเรียนที่ 7: Network ที่คุณสร้าง อาจช่วยคุณในวันที่คาดไม่ถึง

 

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนต่างชาติหรือคนท้องถิ่น ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและช่องทางที่หาไม่ได้ใน social media ความสัมพันธ์ที่ดีสร้างได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ได้ขึ้นกับเวลา หากแต่คือความจริงใจ

 

คำพูดของ CA ยังก้องอยู่ในหัว

 

“Till we meet again, stay safe and see you Doha.”

 

เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
การได้กลับบ้าน ไม่ใช่เรื่องธรรมดาอีกต่อไป
แต่มันคือ “การเอาชนะ” ที่เงียบที่สุด และมีค่าที่สุดในชีวิต

 

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising