‘พลังงาน’ เปิดผังน้ำมันต้นทาง-ปลายทาง ยันน้ำมันเพียงพอ ไม่พบลักลอบส่งออก ขีดเส้นโรงกลั่น ผู้ค้า ปั๊มน้ำมัน รายงานข้อมูลการขนส่งและกระจายน้ำมันย้อนหลัง คาดสรุปชัดใน 2 สัปดาห์
วันที่ 26 มี.ค. สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า ห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน เริ่มต้นจากการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกไกล 11% ตะวันออกกลาง 53% ผลิตได้เองในประเทศ 9% อื่นๆ จากสหรัฐอเมริกาแล้วก็เวสต์แอฟริกา รวมถึง ลาตินอเมริกา รวมทั้งสิ้น 27%
โดยน้ำมันดิบเข้ามาก็จะเป็นนำเข้าสู่โรงกลั่น แล้วกลั่นน้ำมันดีเซลพื้นฐานได้อยู่ที่ 78.286 ล้านลิตร เป็นดีเซลฐานที่ยังไม่ได้ผสมไบโอดีเซล (B0) จากน้ำมันดีเซลพื้นฐาน (B0) จะถูกจัดส่งมาที่เรียกว่าเป็นสต็อกถังเก็บฐานของในโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งปัจจุบันนี้ในสต็อกถังเก็บน้ำมันดีเซลพื้นฐานรวมกันทั้งสิ้น 854 ล้านลิตร ณ วันที่ 24 มี.ค. จากถังที่เก็บน้ำมันดีเซลพื้นฐาน จะมี 3 ส่วนด้วยกัน

- ส่วนที่ 1 จำหน่ายไปยัง ประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว และเมียนมา อยู่ที่ประมาณ 5.85 ล้านลิตร
- ส่วนที่ 2 จำหน่ายให้กับผู้ค้ามาตรา 7 เพื่อไปจำหน่ายให้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ไฟฟ้า ก่อสร้างเป็นการจำหน่ายน้ำมัน BO หรือน้ำมันดีเซลพื้นฐาน
- ส่วนที่ 3 ก็จะเป็นตามลูกศรที่ชี้มาทางด้านขวา จะต้องไปผสมกับน้ำมันไบโอดีเซลหรือที่เรียกว่า B100 เพื่อผลิตเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา หรือที่เราเรียกกันว่าน้ำมันดีเซล B7 แล้วก็จะมาอยู่ในถังที่เรียกว่าถังเก็บน้ำมันผสม หรือถังน้ำมัน B7
ในวันที่ 24 ที่ผ่านมา ผลิตน้ำมันดีเซลหมุนเร็วในประเทศรวมทั้งสิ้น 90.29 ล้านลิตร มีสต็อกของน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว อยู่ในถังรวมทั้งสิ้น 43 ล้านลิตร จากถังเก็บน้ำมันผสม หรือน้ำมัน B7 ที่พร้อมที่จะจำหน่ายให้กับประชาชน โดยจะกระจายไปใน 3 ส่วน
ส่วนที่ 1 เป็นขายตรงจากโรงกลั่น หรือผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ไปยังสถานีบริการ ภาคอุตสาหกรรม ราชการและรัฐวิสาหกิจ ขนส่ง
ส่วนที่ 2 จัดส่งโดยรถไฟ เรือ และรถบรรทุก ไปยังคลังภูมิภาค ของผู้ค้าหลัก (ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7) ส่งต่อไปยังภาคส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะสถานีบริการเช่นเดียวกันกับส่วนที่ 1
ส่วนที่ 3 การจำหน่ายให้กับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 (Jobber) ปริมาณ 6.337 ล้านลิตร ซึ่งเมื่อรวม กับปริมาณที่จำหน่ายข้างต้น อยู่ที่ 79.42 ล้านลิตร เป็นปริมาณน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายในประเทศ รวมทั้งสิ้น 85.757 ล้านลิตร (ณ 24 มีนาคม 2569)

โดยที่ผ่านมา ธพ. ได้ดำเนินการออกตรวจการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีบริการทั้งสิ้น 2,649 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน และสำนักงานพลังงานจังหวัด พบว่า มีการปิดบริการ
เนื่องจากขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 247 แห่ง คิดเป็น 9.1% เปิดให้บริการแต่น้ำมันบางชนิดหมด หรือใกล้หมด 1,912 แห่ง คิดเป็น 72.2% และเปิดให้บริการมีน้ำมันเพียงพอจำหน่าย 496 แห่ง คิดเป็น 18.7% ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจากความต้องการน้ำมันสูงขึ้น 45.7% ผู้ค้าน้ำมันจัดสรรให้ลดลง 40% รถขนส่งน้ำมันไม่เพียงพอ 7.496 และคลังน้ำมันไม่มีสินค้า 6.8%
อยู่ระหว่างขอข้อมูลย้อนหลัง
สราวุธ ย้ำว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างติดตาม ตรวจสอบข้อมูลการขนส่งและกระจายน้ำมัน เพื่อรวบรวมแดชบอร์ด พร้อมบริหารจัดการเร่งกระจายน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงทั้งประเทศ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์
“กรมอยู่ระหว่างขอข้อมูลย้อนหลังไปยังโรงกลั่น ผู้ค้ามาตรา 7 (ปั๊มน้ำมัน) และมาตรา 10 (จ็อบเบอร์) ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อตรวจสอบข้อมูลว่าปริมาณน้ำมันในตลาดหายหรือรั่วไหลไปอยู่จุดใดบ้าง ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง”
ในส่วนของรถบรรทุกน้ำมัน ที่รับน้ำมันจากจ็อบเบอร์ไปส่งยังโรงงานอุตสาหกรรม ปั๊มน้ำมัน และปั๊มน้ำมัน อิสระ หรือปั๊มหลอด โครงการงานก่อสร้าง กรมก็จะไปไล่ดูว่าต้นทางการขนส่งน้ำมันไปยังจุดส่งมอบปลายทางเหล่านี้ว่ามีการรั่วไหลอย่างไร เพื่อตรวจสอบหาความผิดปกติ
“ยอมรับว่าสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน รอบนี้ ที่นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ เป็นวิกฤตรุนแรงแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สำหรับการขนถ่ายน้ำมันจากแหล่งพลังงาน แม้ว่ากระทรวงจะมีการซ้อมแผนรับมือวิกฤตพลังงานเป็นประจำทุกปี แต่วิกฤตครั้งนี้รุนแรง”

