×

บิ๊กพลังงานชงรัฐ ‘เปิดเสรีไฟฟ้า’ ดันพลังงานสะอาด-AI เตือนอย่าปล่อยไทยเป็น ‘Data Center ศูนย์เหรียญ’

16.05.2026
  • LOADING...
การประชุมผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

ในช่วงเย็น (15 พฤษภาคม) เวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพจัดงาน ‘ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง’

 

โดยเชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนและตัวแทนภาคธุรกิจ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญกว่า 34 คน เข้าร่วมเสนอความคิดเห็นต่อรัฐบาล ถือเป็นครั้งแรกของรัฐบาลอนุทินในการเปิดเวทีลักษณะนี้อย่างเป็นทางการ

 

นายกรัฐมนตรีเปิดเวที ย้ำชัดว่า ‘วันนี้ไม่มีหัวโต๊ะ ทุกคนคือหัวโต๊ะ’ พร้อมประกาศรัฐบาลพร้อมรับฟังทุกเสียง เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

อีกทั้งรัฐบาลเตรียมเดินหน้าปลดล็อกกฎระเบียบ ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน แก้ปัญหาแรงงาน และผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทย

 

ชงรัฐบาล ‘เปิดเสรีไฟฟ้า’

 

แหล่งข่าววงการพลังงาน กล่าวภายหลังการประชุม กับ THE STANDARD ว่า ได้เสนอรัฐบาลถึงสถานการณ์พลังงาน โดยขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยตรง

 

ที่ผ่านมา ไทยพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศค่อนข้างมาก เนื่องจากในอดีตต้นทุนพลังงานหมุนเวียนยังสูง แต่ปัจจุบันแม้ต้นทุนพลังงานสะอาดจะลดลงมากแล้ว

 

ทว่าความมั่นคงทางพลังงานยังเป็นโจทย์สำคัญ เพราะพลังงานแสงอาทิตย์สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน ส่วนระบบกักเก็บพลังงานอย่างแบตเตอรี่ แม้จะช่วยให้ใช้ไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ต้นทุนยังสูงอยู่มาก

 

อย่างไรก็ตาม หากประเทศไทยสามารถส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลมได้มากขึ้น ก็จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากต่างประเทศ

 

“ปัจจุบันถือเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ของประเทศ การลดการนำเข้าพลังงานจะช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ลดการไหลออกของเงินตราต่างประเทศ และอาจส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนลงในระดับที่เอื้อต่อการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวมากขึ้น”

 

อีกประเด็นสำคัญคือ การเปิดเสรีภาคไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนหรือภาคธุรกิจสามารถซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงจากผู้ผลิตได้ เหมือนที่หลายประเทศพัฒนาแล้วดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

 

“ตัวอย่างเช่น ในสหราชอาณาจักร ผู้ใช้สามารถซื้อไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ เลือกช่วงเวลาชาร์จรถ EV ในราคาที่ถูกที่สุด หรือกำหนดปริมาณการใช้ไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของระบบพลังงานสมัยใหม่ หากประเทศไทยยังคงยึดติดกับระบบรวมศูนย์แบบเดิม การพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานก็อาจเป็นไปได้อย่างล่าช้า”

 

ในภาพรวม เศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง และขาดอุตสาหกรรมใหม่ที่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในยุค Digital Economy ซึ่งทั่วโลกกำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้น

 

ปัจจุบันไทยเริ่มมีการลงทุนด้าน Data Center เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล และเป็นฐานรองรับการพัฒนา AI และเทคโนโลยีขั้นสูงในอนาคต

 

เตือนรัฐ อย่าปล่อยให้ไทยเป็น Data Center ศูนย์เหรียญ

 

อย่างไรก็ตาม “การดึงดูดการลงทุนด้าน Data Center ไม่ควรเป็นเพียงการเปิดพื้นที่ให้ต่างชาติเข้ามาตั้งศูนย์ข้อมูลโดยที่ประเทศไม่ได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจอย่างแท้จริง กลายเป็น ‘Data Center ศูนย์เหรียญ’ ไม่ต่างจากทัวร์ศูนย์เหรียญ”

 

ภาครัฐจึงควรกำหนดเงื่อนไขให้การลงทุนเหล่านี้สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ประเทศ เช่น การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในประเทศ การพัฒนาทักษะแรงงาน หรือการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

 

ขณะเดียวกัน แม้รัฐบาลจะเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ ถนน หรือท่าเรือ แต่เมื่อเทียบกับหลายประเทศ ไทยยังถือว่าตามหลังอยู่พอสมควร อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานเดิมจำนวนมากกำลังเข้าสู่ภาวะเสื่อมสภาพ จึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงควบคู่ไปกับการลงทุนใหม่

 

นอกจากนี้ ภาคเอกชนไทยจำนวนมากเริ่มขยายการลงทุนไปต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งสามารถสร้างรายได้กลับเข้าสู่ประเทศได้ในระยะยาว แต่ปัจจุบันยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน

 

โดยเฉพาะเรื่องภาษีและกฎระเบียบทางการเงิน หลายบริษัทจำเป็นต้องไปจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งในสิงคโปร์ เนื่องจากไทยยังมีข้อจำกัดด้านสัญญาภาษีซ้อนและภาระภาษีที่ไม่เอื้อต่อการลงทุนข้ามประเทศ

 

รวมถึงข้อจำกัดในการกู้เงินเพื่อขยายธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งเกิดจากกฎเกณฑ์ทางการเงินและข้อจำกัดด้านการนับภาระหนี้ ทำให้บริษัทไทยเสียเปรียบคู่แข่งต่างชาติในการเข้าถึงแหล่งทุน ส่งผลให้การแข่งขันในเวทีโลกทำได้ยากขึ้น

 

ดังนั้น สิ่งที่อยากฝากถึงภาครัฐ คือ การเร่งปฏิรูปทั้งด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจดิจิทัล และกฎระเบียบด้านภาษีและการเงิน เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ทันสมัย มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และสามารถพาประเทศไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตได้อย่างแท้จริง

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories