คณะลูกขุนในศาลรัฐบาลกลางเมืองซานฟรานซิสโกได้มีคำตัดสินว่า อีลอน มัสก์ มีความผิดฐานฉ้อโกงนักลงทุนของ Twitter Inc. (ปัจจุบันคือ X) หลังจากที่เขาพยายามดิสเครดิตแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแห่งนี้ในปี 2022 เพื่อหวังจะกดราคาซื้อขายให้ต่ำกว่าข้อเสนอเดิมที่ 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.44 ล้านล้านบาท)
รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า คณะลูกขุนพบว่ามัสก์จงใจทำให้ผู้ถือหุ้นเข้าใจผิดผ่านการทวีตข้อความอ้างว่า Twitter มีบัญชีปลอมจำนวนมาก และพยายามจะถอนตัวจากข้อตกลงซื้อขาย อย่างไรก็ตาม คณะลูกขุนได้ยกฟ้องข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงไป 2 จาก 4 ข้อหา และทีมทนายความของมัสก์ก็ประกาศเตรียมยื่นอุทธรณ์ทันที
ทางด้านคณะกรรมการทั้ง 8 คนได้คำนวณว่าคำพูดของมัสก์ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงไปมากเพียงใดในแต่ละวันที่มีการซื้อขายตลอดช่วงเวลาประมาณ 5 เดือน โดยจำนวนเงินค่าเสียหายที่เขาต้องจ่ายให้กับนักลงทุนรายย่อย ซึ่งอาจสูงถึงหลายร้อยล้านหรือทะลุพันล้านดอลลาร์สหรัฐ จะถูกกำหนดอีกครั้งในภายหลังเมื่อผู้ถือหุ้นยื่นเรื่องเรียกร้องค่าเสียหายเข้ามา
คำตัดสินซึ่งใช้เวลาพิจารณาถึง 3 วันในครั้งนี้ ถือเป็นความพ่ายแพ้ในศาลที่หาดูได้ยากสำหรับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ผู้ซึ่งได้รับฉายาว่า ‘Teflon Elon’ จากสถิติการเอาชนะคดีความเดิมพันสูงที่หลายคนคาดว่าเขาจะแพ้มาแล้วนักต่อนัก
รายงานจาก CNBC ระบุเพิ่มเติมว่า โจเซฟ คอตเชตต์ ทนายความของกลุ่มนักลงทุน Twitter ประเมินว่ามูลค่าความเสียหายรวมอาจพุ่งสูงถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.52 หมื่นล้านบาท) พร้อมกล่าวว่าคดีนี้เป็นกรณีศึกษาที่ดีเยี่ยมว่าคุณไม่สามารถทำอะไรแบบนี้กับนักลงทุนทั่วไปที่มีบัญชีออมทรัพย์เพื่อการเกษียณ มีลูก มีกองทุนบำนาญ อย่างเช่น ครู พนักงานดับเพลิง และพยาบาลได้
หลังมัสก์ยื่นข้อเสนอซื้อ Twitter ในเดือนเมษายน 2022 ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อเขาเริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับจำนวนบัญชีปลอม บอต และสแปมบนแพลตฟอร์ม ในเดือนถัดมาเขาก็ทวีตข้อความว่าข้อตกลงซื้อขายถูก ‘ระงับไว้ชั่วคราว’ จนกว่าซีอีโอของ Twitter จะพิสูจน์ได้ว่าจำนวนบัญชีปลอมมีสัดส่วนราว 5% ตามที่รายงานไว้กับหน่วยงานกำกับดูแล
ทวีตและความคิดเห็นเพิ่มเติมของมัสก์ส่งผลให้หุ้นของ Twitter ดิ่งลงเกือบ 10% ในการซื้อขายเพียงรอบเดียว คณะลูกขุนใช้เวลาหารือกัน 4 วันก่อนจะมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ทวีตของมัสก์ในวันที่ 13 และ 17 พฤษภาคม ถือเป็นข้อความที่เป็นเท็จหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างมีนัยสำคัญ
อดีตผู้ถือหุ้น Twitter แย้งว่าคำพูดของมัสก์เป็นแผนการเพื่อกดดันให้คณะกรรมการของบริษัทต้องยอมขายกิจการในราคาที่ต่ำกว่าข้อเสนอเดิม โดยอ้างว่าเขามีแรงจูงใจมาจากราคาหุ้นของ Tesla ที่ลดลง ซึ่งจะทำให้เขาต้องขายหุ้นในบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่าที่ตั้งใจไว้เพื่อนำเงินมาเป็นทุนในการซื้อกิจการ Twitter
รายงานจาก CNN ระบุว่า มาร์ก โมลัมฟี ทนายความของโจทก์ กล่าวด้วยความยินดีว่าคำตัดสินในวันนี้ถือเป็นคำตัดสินของคณะลูกขุนในคดีหลักทรัพย์ที่ ‘มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา’ และเป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
แม้คณะลูกขุนจะพบว่ามัสก์มีความผิดจากทวีตเจ้าปัญหาทั้ง 2 ข้อความ แต่มัสก์ก็พยายามแก้ต่างระหว่างการให้การในศาลว่า “ถ้าคดีนี้เป็นเรื่องของการพิจารณาว่าผมทวีตข้อความโง่ๆ หรือเปล่า ผมก็คงต้องยอมรับผิด” แต่เขาก็ยืนยันว่าไม่ได้คิดว่าโพสต์เหล่านั้นจะก่อให้เกิดผลกระทบที่ ‘เป็นสาระสำคัญ’ แต่อย่างใด
ผู้ถือหุ้น Twitter ที่อยู่เบื้องหลังการฟ้องร้องแบบกลุ่มไม่ใช่กลุ่มเดียวที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของมัสก์ในช่วงที่มีการเข้าซื้อกิจการ เพราะเมื่อเดือนมกราคม 2025 คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ก็ได้ยื่นฟ้องมัสก์ในข้อหาล้มเหลวในการเปิดเผยสัดส่วนการถือหุ้นใน Twitter อย่างเหมาะสม ซึ่งทำให้เขาสามารถกว้านซื้อหุ้นของแพลตฟอร์มได้ในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง
แม้ว่าคำตัดสินในครั้งนี้จะถือเป็นการตำหนิสำหรับมัสก์ แต่ผลกระทบทางการเงินที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของเขา ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 6.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 21.3 ล้านล้านบาท) ตามการประเมินของ Bloomberg
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.79 บาท ณ วันที่ 21 มีนาคม 2569
ภาพ : illustration by Chesnot/Getty Images
อ้างอิง:
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-20/elon-musk-misled-twitter-investors-before-2022-buyout-jury-says
- https://edition.cnn.com/2026/03/20/business/elon-musk-jury-twitter-fraud
- https://www.cnbc.com/2026/03/20/elon-musk-determined-to-be-liable-for-misleading-twitter-investors.html

