×

รู้จัก Starlink ของ ‘อีลอน มัสก์’ โครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่ถูกยกให้แข็งแกร่งที่สุด จะสามารถกอบกู้ระบบโทรคมนาคมในยูเครนได้หรือไม่?

28.02.2022
  • LOADING...
รู้จัก Starlink ของ ‘อีลอน มัสก์’ โครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่ถูกยกให้แข็งแกร่งที่สุด จะสามารถกอบกู้ระบบโทรคมนาคมในยูเครนได้หรือไม่?

จากความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซีย ซึ่งยูเครนถูกเข้าโจมตีในหลากหลายทาง ทั้งการเข้าโจมตีสถานที่ การโจมตีทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างระบบโทรคมนาคม 

 

ดังนั้น มิคาอิล เฟโดรอฟ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงปฏิรูปดิจิทัลยูเครน จึงได้ออกทวีตขอความช่วยเหลือจากมหาเศรษฐีอย่าง ‘อีลอน มัสก์’ โดยการขอให้มัสก์ส่ง Starlink มาช่วยยูเครน ซึ่งมัสก์ก็ไม่รีรอที่จะตอบตกลงช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

 

Starlink คืออะไร? ทำไมถึงจะเข้ามาช่วยกู้ระบบโทรคมนาคมในยูเครนได้ THE STANDARD WEALTH จึงอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกัน 

 

Starlink คืออะไร?

Starlink คืออีกหน่วยธุรกิจ (Business Unit) ของ SpaceX บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง (เพื่อประหยัดต้นทุนการเดินทางสู่อวกาศ) ที่ อีลอน มัสก์ ตั้งขึ้นมา โดยใช้ศักยภาพของ SpaceX ในการติดตั้งดาวเทียมทั้งหมดของ Starlink ซึ่งเป็นดาวเทียมที่ใช้ส่งสัญญาณลงมายังโลก 

 

มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้ที่ติดตั้งจานรับสัญญาณสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งต่างจากอินเทอร์เน็ตแบบดั้งเดิมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันอย่างการเดินสายไฟเบอร์ออปติก ที่มีข้อจำกัดคือติดตั้งได้ยาก โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่ค่อยมีโครงสร้างพื้นฐาน และข้อจำกัดอีกข้อคือการเดินสายสื่อสารจากเสาไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อเข้ามาในบ้านหรืออาคาร หากมีจุดใดจุดหนึ่งระหว่างทางชำรุดหรือเสียหาย ก็จะไม่สามารถได้งานอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งอาจเป็นปัญหาที่ยูเครนกำลังประสบอยู่

 

โดยเป้าหมายของ Starlink คือต้องการให้ทุกคนบนโลกสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม (ยกเว้นขั้วโลกเหนือและใต้) นอกจากนั้นยังกำลังพัฒนาบริการเพื่อให้ผู้โดยสารบนเครื่องบินสามารถเชื่อมต่อ WiFi เพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย 

 

เราจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบ้านจากดาวเทียม Starlink ได้อย่างไร? และราคาเท่าไร? การติดตั้งเพื่อใช้บริการอินเทอร์เน็ตจาก Starlink ง่ายนิดเดียว เพียงแค่ติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียมเล็กๆ เพื่อรับสัญญาณจากดาวเทียมและส่งต่อเข้าไปในเราเตอร์ที่อยู่ในบ้าน โดยการติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียมสามารถติดตั้งได้บนหลังคา สนามหญ้า และพื้นที่อื่นๆ ภายนอกตัวบ้าน 

 

โดยแนะนำให้ผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการหันหน้าจานในทิศทางที่จะมีวัตถุหรือสิ่งของใดๆ มาบังสัญญาณ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับคุณภาพการเชื่อมต่อได้ ตัวอย่างเช่น หากบริเวณหน้าจานดาวเทียมถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาแน่น มีฝนตกหนัก หรือเจอพายุลมแรง ก็อาจจะทำให้ความเร็วดาวน์โหลดลดลง ไปจนถึงไม่สามารถเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ 

 

ค่าบริการรายเดือนของ Starlink อยู่ที่ 99 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน บวกค่าใช้จ่ายของจานรับสัญญาณและเราเตอร์อีก 499 ดอลลาร์ หรือประมาณ 16,000 บาท

 

อินเทอร์เน็ตจาก Starlink เร็วขนาดไหน? เร็วกว่าอินเทอร์เน็ตแบบดั้งเดิมหรือไม่?

ความเร็วอินเทอร์เน็ต Starlink จะอยู่ที่ 50-150 Mbps เท่านั้น และมีความหน่วงหรือ Latency อยู่ที่ 20-40 มิลลิวินาที ในขณะที่อินเทอร์เน็ตแบบดั้งเดิม หรือแบบเดินสายไฟเบอร์ออปติกมีความเร็วสูงสุดถึงระดับ 1,000 Mbps หรือเร็วกว่า Starlink เกือบ 7 เท่า 

 

แต่ในปี 2022 Starlink มีแผนที่จะเปิดให้บริการ Premium Tier ซึ่งจะมีความเร็วดาวน์โหลดอยู่ที่ 150-500 Mbps เลยทีเดียว ถือว่าเทียบเคียงอินเทอร์เน็ตแบบเดินสายไฟเบอร์ออปติกได้ แต่มีราคาค่าบริการสูงถึง 500 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือประมาณ 16,000 บาทต่อเดือน และค่าอุปกรณ์อีก 2,500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 81,000 บาท 

 

การที่ Starlink ยังไม่สามารถทำความเร็วอินเทอร์เน็ตได้สูง เนื่องจาก Starlink เป็นการส่งสัญญาณจากดาวเทียม ซึ่งสัญญาณต้องใช้ระยะการเดินทางลงสู่จานรับสัญญาณที่ตั้งอยู่บนโลกในระยะทางที่ไกล ซึ่ง Starlink กำลังเดินหน้าพัฒนาดาวเทียมที่มีวงโคจรต่ำที่มีระยะทางใกล้กับโลก เพื่อให้สามารถส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วมากขึ้นได้ โดยในปัจจุบันดาวเทียม Starlink ถือว่าเป็นดาวเทียมที่วงโคจรต่ำกว่าดาวเทียมทั่วๆ ไปอยู่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าดาวเทียมทั่วไปถึง 60 เท่าเลยทีเดียว

 

ทั้งนี้เป้าหมายหลักของ Starlink คือการที่ให้คนในทุกพื้นที่ส่วนใหญ่ทั่วโลกสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งทำให้ Starlink มีข้อได้เปรียบในด้านการเข้าถึงผู้ใช้งานได้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากกว่าการเดินสายไฟเบอร์ออปติก 

 

รวมถึงมัสก์ยังกล่าวในปี 2016 ว่า “หากมนุษย์หลายล้านคนไปตั้งรกรากบนดาวอังคารแล้ว พวกเขาคงไม่อยากใช้วิทยุสื่อสารสมัยเก่าแบบเชยๆ กัน พวกเขาคงอยากใช้ iPhone หรือ Android มากกว่า” วิสัยทัศน์นี้ของมัสก์แสดงถึงเป้าหมายสูงสุดที่แท้จริงของ Starlink คือการเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการสื่อสารบนดาวอังคาร 

 

Starlink ครอบคลุมพื้นที่ไหนแล้วบ้างในปัจจุบัน?

แน่นอนว่ายังครอบคลุมไม่ถึงดาวอังคาร โดยในปัจจุบัน Starlink มีสัญญาณครอบคลุมในพื้นที่ 14 ประเทศ อันได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก โปรตุเกส ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

 

นี่จึงถือว่ายังอีกยาวไกลกว่าที่อินเทอร์เน็ตของ Starlink จะครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งต้องใช้ดาวเทียมมากถึง 10,000 ดวง แต่ตอนนี้ Starlink มีเพียงแค่เกือบๆ 2,000 ดวง หรือ 20% เท่านั้น โดยก่อนหน้านี้ SpaceX ตั้งเป้าไว้มากถึง 42,000 ดวง โดยจะมุ่งโฟกัสในพื้นที่สัญญาณครอบคลุมที่ระหว่างละติจูด 45-53 องศาเหนือ 

 

ย้อนกลับไปในปี 2020 Starlink มีการให้บริการชาวอเมริกาเพียงแค่ 0.08% เท่านั้น โดยมีความเร็วดาวน์โหลดอยู่ 100 Mbps และอัปโหลด 10 Mbps แต่ในปัจจุบัน Starlink จำหน่ายจานรับสัญญาณไปแล้วกว่า 100,000 จานใน 14 ประเทศทั่วโลก และจะเติบโตไปอีกอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่า Starlink มีการเติบโตและมีสัญญาณครอบคลุมในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว

 

อินเทอร์เน็ตของ Starlink เสถียรแค่ไหน?

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Downdetector.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ติดตามและบันทึกประวัติการล่มหรือการติดขัดของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตรายต่างๆ โดยในปี 2021 เครือข่ายอินเทอร์ของ Starlink ล่มอยู่ 4 ครั้ง คือ ในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ เมษายน และพฤษภาคม 

 

ในขณะที่คู่แข่งอย่าง HughesNet ไม่เกิดการล่มเลย และอีกเจ้าอย่าง Viasat ล่ม 1 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้การล่มของ Starlink ที่ผ่านมา ผู้ใช้บริการจะสามารถกลับมาเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อีกครั้งในไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเท่านั้น

 

ผลกระทบด้านอื่นๆ ของ Starlink 

มีความกังวลมากมายเกี่ยวกับดาวเทียมเอกชนในอวกาศที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีการโต้เถียงในแวดวงดาราศาสตร์เกี่ยวกับผลกระทบของดาวเทียมโคจรต่ำที่มีต่อท้องฟ้าในยามค่ำคืน โดยในปี 2019 ไม่นานหลังจากการติดตั้งดาวเทียมบรอดแบนด์ชุดแรกของ Starlink สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบของดาวเทียมวงโคจรต่ำอย่าง Starlink ที่กระทบต่อการดูดาวและการปกป้องสัตว์ป่ากลางคืน 

 

ตั้งแต่นั้นมา Starlink จึงเริ่มทดสอบและออกแบบดาวเทียมแบบใหม่ เพื่อลดความสว่างและการมองเห็นของดาวเทียม โดยเมื่อต้นปี 2020 บริษัทได้ทดสอบดาวเทียม DarkSat ที่มีการเคลือบด้วยวัสดุแบบไม่สะท้อนแสงแบบพิเศษ 

 

และต่อมาในเดือนมิถุนายน 2020 Starlink ได้เปิดตัวดาวเทียม VisorSat ที่มีแผ่นบังแดดแบบพิเศษ เพื่อบังแสงอาทิตย์ไม่ให้แสงกระทบดาวเทียมสะท้อนไปยังโลก ในเดือนสิงหาคม Starlink ได้เปิดตัวดาวเทียมอีกชุดหนึ่ง ซึ่งคราวนี้ดาวเทียมทั้งหมดติดตั้งแผ่นบังแสงอาทิตย์

 

“เราต้องการให้แน่ใจว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆ สามารถดูดาวผ่านกล้องโทรทรรศน์ของพวกเขาได้” เกวน ช็อตเวลล์ ประธานของ SpaceX กล่าว “มันเจ๋งนะที่เด็กๆ ส่องแล้วเห็น Starlink แต่มันจะดีมากกว่าหากพวกเขามองไปที่ดาวเสาร์ ที่ดวงจันทร์ โดยที่ไม่ถูกขัดจังหวะ

 

“ทีม Starlink ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับนักดาราศาสตร์ชั้นนำทั่วโลก เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ เพื่อให้เราสามารถแก้ไขและพัฒนาดาวเทียมของเราให้มีความสว่างของดาวเทียมลดลง เพื่อให้ส่งผลกระทบได้น้อยที่สุด” เว็บไซต์ของบริษัทระบุ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 

ภาพ: Paul Hennessy/SOPA Images/LightRocket via Getty Images 

อ้างอิง: 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

X
Close Advertising