เอเลียด คิปโชเก ตำนานนักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา วัย 41 ปี กลับมาคว้าชัยชนะในการแข่งขันมาราธอนได้อีกครั้ง หลังเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ในรายการ เมลเบิร์น มาราธอน 2026 ที่ประเทศออสเตรเลีย พร้อมทำลายสถิติการแข่งขันด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 9 นาที 10 วินาที
อดีตเจ้าของสถิติโลก และ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย โชว์ฟอร์มสมราคาตัวเต็ง โดยเริ่มเร่งความเร็วหนีคู่แข่งในช่วง 10 กิโลเมตรสุดท้าย ก่อนรักษาตำแหน่งผู้นำจนเข้าสู่เส้นชัยภายในสนาม เมลเบิร์น คริกเก็ต กราวด์ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟนกีฬาหลายพันคน
เวลาของคิปโชเกทำลายสถิติเดิมของรายการลงได้ 2 วินาที แม้ในช่วงครึ่งรอบสุดท้ายภายในสนาม เจ้าตัวจะใช้เวลาโบกมือทักทายแฟนๆ ระหว่างวิ่งเข้าเส้นชัยก็ตาม
สำหรับอันดับ 2 เป็นของ โธมัส โด คันโต นักวิ่งชาวออสเตรเลีย ที่ทำเวลา 2 ชั่วโมง 10 นาที 35 วินาที ขณะที่ รีซ เอ็ดเวิร์ดส์ เพื่อนร่วมชาติ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3 ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 15 นาที 57 วินาที
ส่วนการแข่งขันประเภทหญิง คามิลล์ เฟรนช์ จากนิวซีแลนด์ คว้าแชมป์ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 28 นาที 25 วินาที ตามด้วย ซิเนด ไดเวอร์ จากออสเตรเลีย ที่เข้าเส้นชัยช้ากว่า 23 วินาที และ นิโคลา เชอริแดน จากไอร์แลนด์ ในอันดับ 3
การแข่งขัน เมลเบิร์น มาราธอน มีเส้นทางผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่งของเมือง ทั้งถนน เซนต์ คิลดา สถานี ฟลินเดอร์ สตรีต และทะเลสาบ อัลเบิร์ต ปาร์ก ก่อนเข้าเส้นชัยภายในสนาม เมลเบิร์น คริกเก็ต กราวด์ ซึ่งเคยเป็นสถานที่ออกสตาร์ตและเข้าเส้นชัยของการแข่งขันมาราธอนในโอลิมปิกเกมส์ 1956
หลังจบการแข่งขัน คิปโชเกเปิดเผยว่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้วิ่งเข้าเส้นชัยในสนามประวัติศาสตร์แห่งนี้ โดยเฉพาะในวาระครบรอบ 70 ปีของการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ที่เมลเบิร์น พร้อมระบุว่าต้องการใช้โอกาสนี้ร่วมเฉลิมฉลองกับผู้คนในเมืองผ่านการวิ่ง
ชัยชนะครั้งนี้ยังถือเป็นแชมป์มาราธอนรายการแรกของคิปโชเกนับตั้งแต่ปี 2023 และเป็นการลงแข่งขัน เมลเบิร์น มาราธอนครั้งแรกของเจ้าตัว รวมถึงเป็นเพียงการเดินทางมาออสเตรเลียครั้งที่ 2
ทั้งนี้ การแข่งขันที่เมลเบิร์นยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิ่งมาราธอนรอบโลกของคิปโชเก ซึ่งตั้งเป้าลงแข่งขันให้ครบทั้ง 7 ทวีป รวมถึงทวีปแอนตาร์กติกา เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจในการวิ่งให้กับผู้คนทั่วโลก
ภาพ: Quinn Rooney / Getty Images






