×

เปิดทดลองใช้หัวรถจักรพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่คันแรกของไทย

โดย THE STANDARD TEAM
11.01.2023
Electric Vehicle

วันนี้ (11 มกราคม) ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีทดสอบการใช้งานหัวรถจักรพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ รถต้นแบบคันแรกในการพัฒนารถไฟระบบ EV on Train ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) 

 

ศักดิ์สยามกล่าวว่า การใช้งานยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) เพื่อให้ประเทศไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกลงได้ร้อยละ 20-25 ภายในปี 2573 และมุ่งเน้นการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในระบบขนส่งของประเทศ รวมถึงผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive) ซึ่งเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลให้การส่งเสริม เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ทั้งการแข่งขันทางการค้า การรักษาสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษ ปริมาณฝุ่น PM2.5 การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

กระทรวงคมนาคมได้มีนโยบายสนับสนุนให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมอบหมายให้ รฟท. ดำเนินการศึกษาการใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสำหรับการขนส่งสาธารณะ กรณีรถไฟขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (EV on Train) โดยการประกอบหัวรถจักรที่ติดตั้งระบบแบตเตอรี่ และสามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้เอง 

 

ตามนโยบาย Thai First จนเกิดเป็นหัวรถจักร EV ต้นแบบคันแรกของประเทศไทย ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อปี 2565 และพร้อมสำหรับการทดสอบการใช้งานในการลากจูงขบวนรถโดยสารขึ้นมาบนสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ในวันนี้ และภายในปี 2566 จะดำเนินการประกอบหัวรถจักรเพิ่มเติมอีกจำนวน 3 คัน รวมหัวรถจักรทั้งสิ้น 4 คัน 

 

โดยหัวรถจักรดังกล่าวหากชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้ง จะมีสมรรถนะในการลากจูงขบวนรถโดยสารได้ในระยะทาง 150-200 กิโลเมตร และประหยัดต้นทุนพลังงานร้อยละ 40 เมื่อเปรียบเทียบกับหัวรถจักรดีเซลทั่วไป 

 

นอกจากนี้ รฟท. ได้ดำเนินโครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า (Diesel Electric Locomotive) จำนวน 50 คัน โดยดำเนินการส่งมอบรถจักรแล้วจำนวน 20 คัน เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2565 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบเพื่อตรวจรับขบวนรถ และจะมีการส่งมอบในส่วนที่เหลืออีกจำนวน 30 คัน ภายในปี 2566 ต่อไป

 


READ MORE






Latest Stories