วันนี้ (2 มีนาคม) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการแถลงข่าวการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ ตึกภักดีบดินทร์ทำเนียบรัฐบาล โดยระบุว่า หากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางดำเนินต่อไปราว 1 เดือน รัฐบาลสามารถดูแลและรับมือ ‘ได้สบาย’ แต่หากเกิน 1 เดือน รัฐบาลก็ได้มีการสั่งการให้ไปศึกษาเพื่อเตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว
นอกจากนี้ ดร.เอกนิติยังเผยว่า รัฐบาลเตรียมวางแผนพลิกวิกฤตความขัดแย้งนี้ให้เป็นโอกาสสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยว การเดินทาง และการส่งออก โดยจะมีการหารือร่วมกับภาคเอกชนต่อไปในเรื่องนี้
สำหรับประเด็นเรื่องราคาน้ำมันและค่าครองชีพ ดร.เอกนิติเชื่อประเทศไทยไม่เจอปัญหาเงินเฟ้อจากวิกฤตรอบนี้ เนื่องจากปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อของไทยยังติดลบหลายเดือนติด พร้อมทั้งมองว่า ผลกระทบต่อราคาน้ำมันในระยะสั้นคาดว่า ไม่รุนแรง เนื่องจากปริมาณน้ำมันในตลาดโลกยังล้นตลาด (Oversupply) ราคาน้ำมันจึงไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากนัก โดยวันนี้ปรับลดลงมาเหลือบวกเพียง 4-5% จากวันแรกที่พุ่งไป 12%
ดร.เอกนิติยังยืนยันว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีเม็ดเงินเพียงพอที่จะใช้เป็นกลไกหลักในการอุดหนุน (Subsidize) และรองรับความผันผวนของราคาน้ำมัน โดยไม่ต้องใช้กลไกภาษีสรรพสามิต เนื่องจากมีกองทุนน้ำมันฯ สถานะเป็นบวกแล้ว
ส่วนด้านความผันผวนตลาดหุ้นไทย ดร.เอกนิติกล่าวว่า “น่าจะเอาอยู่” เนื่องจากก่อนหน้านี้ช่วงหลังเลือกตั้งตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 17% แม้วันนี้จะมีการปรับตัวลดลงมาประมาณ 2% หรือราว 40 จุดนั้น ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับทั่วโลก

