‘เอกนิติ’ เผยกำลังทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง พร้อมวางแผนเสนอครม. ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ย้ำพร้อมปรับเปลี่ยนมาตรการภาษีต่างๆ ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ปัจจุบัน ลุ้น GDP ไตรมาส 3 ที่จะเปิดเผยในกลางเดือนนี้ หลังดัชนีต่างๆ ส่งสัญญาณดีขึ้น
วันนี้ (4 พฤศจิกายน) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงาน THE STANDARD Economic Forum 2026 ว่ากระทรวงการคลังกำลังทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง (Medium-Term Fiscal Framework: MTFF) หลังตัวเลขต่างๆ ออกมาดีกว่าที่คาด พร้อมคาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ภายในเดือนเดียวกัน
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ดร.เอกนิติเคยเปิดเผยว่า การขาดดุลประมาณไทยอยู่ที่ 3.4% ของ GDP ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 ซึ่ง ‘ต่ำกว่า’ ที่ประมาณการไว้ในแผนการคลังระยะปานกลางที่ 4.4% ของ GDP
ดร.เอกนิติกล่าวอีกว่า การปรับปรุง MTFF รอบนี้ จะประเมินตามภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยแวดล้อมในแต่ละช่วงเวลาด้วย และพร้อมปรับเปลี่ยนมาตรการภาษีต่างๆ ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ปัจจุบัน
“ต้องดูจังหวะ อย่างเช่นภาษีเดินทางออกนอกประเทศ พอเกิดสงคราม ราคาต่างๆ แพงขึ้น เราก็ถอยลงเอาภาษีตัวอื่นมาแทน อย่างภาษีสรรพสามิตรถ EV นำเข้า ก็เป็นตัวใหม่มาแทน” ดร.เอกนิติกล่าว
ดร.เอกนิติยังกล่าวถึง ตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 3 ที่จะเปิดเผยในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ว่า “ต้องรอดูตัวเลขจากสภาพัฒน์ฯ แต่ตอนนี้ เครื่องชี้ต่างๆ ส่งสัญญาณว่าดีขึ้น“
ปีงบฯ 2569 คลังจัดเก็บรายได้ ‘ดีกว่าคาด’
โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังรายงานผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิปี งบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – กันยายน2569) พบว่า รัฐบาลจัดเก็บรายได้ (Gross) สูงกว่าประมาณการ 89,440 ล้านบาท หรือ 2.6% และสูงกว่าปี ก่อนหน้า 193,215 ล้านบาท หรือ 5.7 %
โดยภาษีที่จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการเป็นสำคัญ ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งจากการบริโภคในประเทศและจากการนำเข้า ภาษีเงินได้นิติบุคคล และการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ สอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากการบริโภคในประเทศที่ขยายตัวได้ดี ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และผลประกอบการของผู้ประกอบการกลุ่มโรงกลั่นและกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าที่ขยายตัวได้ดี
อย่างไรก็ดีรายการหักบางรายการสูงกว่าประมาณการ เนื่องจากกระทรวงการคลังมีนโยบายปรับปรุงกระบวนการคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ ประกอบกับการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสูงกว่าประมาณการซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม
ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน 2,948,097 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 27,497 ล้านบาท หรือ 0.9% และสูงกว่าปี ก่อนหน้า 122,344 ล้านบาท หรือ 4.3%

