×
401791

ค้นหาจุดเริ่มต้นของ ‘ผิวสุขภาพดี สีไหนก็สวย’ นิยามผิวสวยของแบรนด์ edible Thailand [Advertorial]

โดย THE STANDARD TEAM
30.09.2020
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • ผิวสวยที่แท้จริงคือ ผิวแข็งแรง ไม่แพ้ง่าย และเรียบเนียน จุดเริ่มต้นของการมี ‘ผิวสุขภาพดี สีไหนก็สวย’ 
  • edible Thailand เริ่มต้นจากความตั้งใจดีที่อยากจะเห็นผู้หญิงผิวสวยจากภายใน ด้วยผลิตภัณฑ์อาหารเสริม CERACARE ที่มีส่วนผสมของเซราไมด์จากประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะขยายไลน์มอบผิวดีต่อเนื่องผ่านสกินแคร์ CERACARE Cleansing Balm และ Facial Moisturizer 
  • แม้ edible Thailand จะเป็นแบรนด์น้องใหม่ แต่ก็สามารถนั่งในใจผู้บริโภคได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ดีและความจริงใจที่มีต่อผู้บริโภคเสมอมา 

“ผิวสุขภาพดี สีไหนก็สวย” นี่คือสิ่งที่เราอยากบอกทุกคน “ผิวสุขภาพดีต่างหากที่จะบอกว่าคุณสวยหรือไม่ การที่คุณแฮปปี้กับการเป็นตัวเอง ไม่ว่าจะผิวสีไหน นั่นคือความสวยที่แท้จริง”  

 

 

จุดเริ่มต้นของ DNA แบรนด์ edible ‘ผิวสุขภาพดี สีไหนก็สวย’
หงส์-ภารดี ลัทธ์พิทยา เจ้าของแบรนด์ edible หญิงสาวที่มีความชื่นชอบและหลงใหลเรื่องของสกินแคร์เป็นทุนเดิม จึงศึกษาและค้นหาส่วนผสมที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของตัวเอง หรือกลุ่มของอาหารเสริมที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง เมื่อศึกษาเยอะก็เห็นช่องว่างในตลาดอาหารเสริมของไทยว่ายังขาด ‘อาหารเสริมผิว’ ที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยต่อผู้บริโภคจริงๆ เห็นก็แต่กลุ่มอาหารเสริมสำหรับร่างกาย หรือถ้าต้องการอาหารเสริมสำหรับผิวอย่างแท้จริงก็ต้องลงทุนซื้อแบรนด์ต่างประเทศในราคาสูง 

 

“จริงๆ ช่วงนั้นมีข่าวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่กินแล้วขาว แต่ก็มีผลข้างเคียงต่อผู้บริโภค เรายิ่งรู้สึกว่ามันควรจะมีอาหารเสริมที่บำรุงผิวจากข้างใน ซึ่งเรามองไปที่กลุ่มคนที่สนใจเรื่องผิวแบบลงลึก อยากบำรุงผิวให้ดีจากข้างใน แต่ไม่ได้โฟกัสว่าจะต้องผิวสีไหน”

  

หงส์-ภารดี ลัทธ์พิทยา เจ้าของแบรนด์ edible

 

3 คีย์เวิร์ดผิวสวย ‘แข็งแรง ไม่แพ้ง่าย เรียบเนียน’   

“คำว่าผิวสวยคืออะไร เราเริ่มคิดจากโจทย์ข้อนี้ ตั้งแต่เด็กแม่จะบอกเสมอว่า ให้ทาครีมนะ ผิวจะได้เนียน จะได้ไม่แพ้ง่าย นั่นเป็นจุดที่ทำให้เราคลิกเลยว่า ผิวสวยจริงๆ คือผิวเรียบเนียน แข็งแรง ไม่แพ้ง่าย พอเราโฟกัสไปที่ 3 จุดนี้ ก็ต้องมาศึกษาอีกว่าแล้วอะไรจะตอบโจทย์ เพราะมันมีหลายปัจจัยมากที่จะให้ผลแบบเสกนิ้ว แต่ไม่มีอะไรในโลกที่กินแล้วสวยจบเลย จนกระทั่งได้มาเจอเซราไมด์จากประเทศญี่ปุ่น ที่สกัดจมูกข้าวด้วยเทคนิคพิเศษมีความบริสุทธ์สูงและมีปริมาณ Glucosylceramide สูงถึง 6% เมื่อเทียบกับเซราไมด์จากแหล่งอื่นๆ รวมถึงไม่พบสารปนเปื้อนที่จะทำให้เซราไมด์ที่สกัดมาเสื่อมสภาพ นี่คือส่วนผสมหลักใน CERACARE ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตัวแรกของแบรนด์ edible

“จริงๆ แล้วในผิวคนเรามีเซราไมด์อยู่แล้ว แต่มันจะถดถอยเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ลองนึกภาพนะคะ ผิวเราเป็นเหมือนอิฐ และเซราไมด์จะเป็นปูนที่เชื่อมให้ผิวแข็งแรง ไม่มีอะไรเข้าไปกระทบผิวได้ง่ายและไม่ให้น้ำใต้ผิวระเหยออกไป เหมือนเป็นเกราะป้องกันผิวเรา จึงทำให้ผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น เมื่อผิวชุ่มชื้นก็ส่งผลให้ผิวเรียบเนียน และจะชะลอทุกปัญหาผิว

 

“และใน CERACARE ยังมี HACP Collagen ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่ใช้นวัตกรรมการผลิตที่ดีที่สุด นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผิวอิ่มน้ำ เปล่งปลั่ง เรียบลื่นจนสังเกตได้ ช่วยบรรเทาอาการแพ้ ระคายเคือง ทั้งยังช่วยเสริมเกราะป้องกันให้ผิว และลดการสูญเสียคอลลาเจน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะผิวสีไหน ผิวสองสี คล้ำ ขาวเหลือง หรือขาวอมชมพู คุณก็มีผิวที่เรียบลื่นและแข็งแรงได้”

 

CERACARE

 

เจาะกลุ่มผู้หญิงที่รัก (สีผิว) ตัวเอง
“ทำไมเราต้องตัดสินตัวเองจากคำพูดของคนอื่นที่บอกว่า ผิวสวยคือผิวขาว เราอยากบอกผู้หญิงทุกคนให้ภูมิใจในตัวเอง เราแค่รู้ว่าต้องทำอย่างไรให้สิ่งที่เรามีนั้นดีที่สุด การทำผลิตภัณฑ์สำหรับเราก็เหมือนเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงที่จะส่งไปถึงผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด ให้เขาภูมิใจในตัวเอง เราสามารถเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้นได้ ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร

 

“ยอมรับว่าตอนแรกที่ทำตลาดก็ค่อนข้างยาก แต่ไม่ว่าอย่างไรเราจะต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง จดทะเบียนบริษัทให้ถูกต้อง ขอ อย. ผ่านการตรวจสอบ ส่งเข้าแล็บ และทำ Internal Test กับบริษัทที่ผลิตให้ แต่ละคนผิวก่อนใช้เป็นอย่างไรและหลังใช้เป็นอย่างไร ถ่ายภาพใต้ผิวจริงๆ จากนั้นก็มาเรียบเรียงเลยว่าส่วนผสมทั้งหมดที่เราใช้ช่วยเรื่องอะไรบ้าง เรากับพาร์ตเนอร์คุยกันเลยว่าเราจะบอกความจริงทุกอย่างกับผู้บริโภค จากนั้นก็เริ่มทำคอนเทนต์ผ่านทาง Instagram และ Facebook ซึ่งคอนเทนต์ของเราง่ายมากก็คือ บอกเรื่องจริงทั้งหมด ไม่ต้องกังวลว่าแอดมินแต่ละคนตอบไม่เหมือนกัน เพราะข้อมูลทุกอย่างคือ Fact เราเขียนข้อมูลทุกอย่าง เพื่อเป็นการบอกผู้บริโภคว่าคุณต้องอ่านสิ่งนี้ ต้องรู้นะว่าสิ่งที่คุณจะกินเข้าไปมันคืออะไร

 

“ใน LINE Official ช่วงแรกๆ ที่คนทักเข้ามาจะเจอคำถามว่า “กินแล้วขาวไหม? กี่วันเห็นผล?” เราเหมือนถูกเซตมาตรฐานเอาไว้จากคำโฆษณาว่า 7 วัน เห็นผล 14 วัน เห็นผล เราก็บอกไปตรงๆ เลยว่า “อันนี้ไม่ขาวนะคะ แต่จะช่วยเรื่องอะไรบ้าง…” เราจะถามลูกค้าก่อนว่าเขากังวลเรื่องอะไร มีปัญหาผิวแบบไหน และจะถามว่าหวังผลอะไรจากผลิตภัณฑ์นี้ ถ้าเขาหวังผลว่าขาวก็บอกตรงๆ ไปเลยว่า ของเรากินแล้วไม่ขาวนะคะ แต่ผิวจะแข็งแรงขึ้นและฟื้นตัวได้เร็ว และขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน นโยบายของเราคือจะต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องเท่ากันทุกคน”  

 

 


‘ใช้ดีบอกต่อ’ การตลาดปากต่อปากที่ได้ผลดีกับผลิตภัณฑ์ที่ดีจริง
“เราทำตลาดไปได้สักพัก กลายเป็นว่าเรามีลูกค้าที่ได้จากการแนะนำของคนที่เคยใช้เยอะมากๆ ทั้งจากลูกค้าที่ลองใช้จริงและกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่เขารีวิวให้ ซึ่งเราจะมีเกณฑ์ว่า เราให้ลองใช้ ไม่ต้องพูดถึงก็ได้ถ้าเขาใช้แล้วไม่เห็นผล แค่เอาไปลองแล้วฟีดแบ็กเราหน่อย แต่ทุกคนที่ฟีดแบ็กเขาก็จะลงให้ เราก็ขอบคุณมากจริงๆ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เพื่อนบอกต่อๆ กันเยอะมาก กลายเป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ เราดีใจที่หลังๆ มาเริ่มไม่มีคำถามว่า กินแล้วขาวไหม แม้จะเป็นลูกค้าใหม่ก็ไม่ถามว่ากินแล้วขาวหรือเปล่า

“เริ่มเห็นกลุ่มลูกค้าของแบรนด์ชัดเจน เป็นกลุ่มที่ภูมิใจในตัวเอง อยากสวยในเวอร์ชันที่ดีกว่านี้ แต่ไม่ได้อยากเปลี่ยนเป็นคนอื่น และเป็นกลุ่มที่หาข้อมูลก่อนใช้สินค้า และเปิดใจใช้แบรนด์ไทย” 

 

แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ เจาะกลุ่มลูกค้าที่อยากบำรุงผิวให้สวยพลัส
“เราออกสินค้าปีละตัว เพราะอย่างที่บอกคือ เราใช้เวลาค่อนข้างเยอะกับแต่ละตัว ต้องดีจริงๆ กับแนวคิดของเรา ต้องได้ อย. ก่อน ผ่านการ Internal Test แล้ว รวมไปถึงทุกอย่างต้องพร้อมที่จะเปิดตัวจริงๆ ทั้งแพ็กเกจจิ้งหรือภาพสินค้าที่เราจะโปรโมต และพอเราเป็นแบรนด์ที่ยังเริ่มต้น จึงค่อยๆ ทำไปที่ละสเตป

“และที่เราเลือกแตกไลน์จากอาหารเสริมมาเป็นสกินแคร์ เพราะระหว่างทาง เราเจอลูกค้าอีกกลุ่มคือกลุ่มคุณแม่ ทั้งคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่ที่ให้นมลูก ที่ต้องการการดูแลผิวเหมือนกัน ซึ่งเราไม่เคยได้ยอดขายจากกลุ่มนี้เลย เพราะเราจะยังไม่แนะนำให้กลุ่มนี้กิน แม้ว่าส่วนผสมของเราจะปลอดภัยก็ตาม แต่เราอยากลดทุกความเสี่ยง เราถ่ายส่วนผสมข้างกล่องและส่งให้คุณแม่ไปปรึกษาคุณหมอว่ากินได้หรือเปล่า บางคนก็เลือกที่จะรอ บางคนคุยกันตั้งแต่ตั้งครรภ์จนลูกหย่านมเพิ่งจะได้เป็นลูกค้ากัน

 

“ซึ่ง CERACARE Cleansing Balm และ Facial Moisturizer เริ่มจากตัวเองด้วยค่ะ เราเป็นคนผิวค่อนข้างแห้ง จะใช้สกินแคร์เยอะมาก แล้วทำไมเราไม่ทำสกินแคร์ดูบ้าง ประกอบกับเราเจอกลุ่มที่เขาไม่ชอบกินอาหารเสริมและกลุ่มคุณแม่ที่ยังกินไม่ได้ โดยทั้งสองตัวจะไปในทิศทางเดียวกันคือ สร้างเกราะป้องกันให้ผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และใช้ได้กับทุกสภาพผิว  

 

CERACARE Cleansing Balm

 

“อย่างตัว CERACARE Cleansing Balm เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวเนื้อบาล์ม มีส่วนผสมของ Micro Silver Porous ฆ่าเชื้อแบคทีเรียสิว ลดอาการแพ้ระคายเคือง, ฟื้นฟูผิว, Almond Oil ช่วยผลิตคอลลาเจนและเยียวยาผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด, Lipex Omega 3/6 ช่วยในการคืนความชุ่มชื้นให้ผิว รักษาสมดุลระหว่างน้ำกับน้ำมันในผิว พร้อมทั้งช่วยต้านอนุมูลอิสระ, COCO Caprylate/Caprate ให้ความเรียบเนียนกับผิว ซ่อมแซมชั้นผิวพร้อมสู้กับมลภาวะ, Ceramide 2 คงความชุ่มชื้นและเพิ่มความสมบูรณ์ของเกราะป้องกันผิว เก็บกักน้ำ และ Squalane ใกล้เคียงกับน้ำมันในผิว เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ตัวนี้ใช้ล้างเครื่องสำอางพร้อมฆ่าแบคทีเรียสิวและลดการระคายเคืองจากมลภาวะ ล้างได้แม้เครื่องสำอางกันน้ำรอบดวงตา ไม่ทิ้งความแห้งตึง เหมาะจะใช้ตอนเย็นหลังเจอฝุ่นและมลภาวะมาทั้งวัน 

 

Facial Moisturizer

 

“อีกตัวคือ Facial Moisturizer มีส่วนผสมของ Tea Tree ที่ได้จาก Essential Oil ช่วยเรื่องลดการอักเสบ และมีส่วนผสมของ Natural HG ช่วยปลอบประโลมและให้ความชุ่มชื้น, Ceramide 3, NG และ Oryza Ceramide เพิ่มความชุ่มชื้น เรียบเนียน และสร้างเกราะป้องกันผิว, Patch H2O ลดการระเหยของน้ำในผิว, Phospholipid ชะลอการแก่ตัวของผิวหนัง ปกป้องให้ผิวแข็งแรง, Trehalose ปกป้องผิว และ Squalane เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ด้วยน้ำมันที่ใกล้เคียงกับผิวมนุษย์มากที่สุด เวลาใช้ควรวอร์มเนื้อครีมที่มือก่อน เนื้อครีมจะเกลี่ยง่าย ซึมเร็ว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลงแป้งแล้วติดทน”


แพ็กเกจแบรนด์ไทยก็ดูดีได้ 
“เราเห็นแบรนด์ไทยหลายแบรนด์ที่สินค้าดีแต่ยังขาดเรื่องแพ็กเกจจิ้งหรือเรื่อง Photo Shoot ในขณะที่แบรนด์ต่างประเทศหลายแบรนด์ที่ถ่าย Pack shot สวยๆ ก็ใช้ช่างภาพไทย แล้วทำไมแบรนด์ไทยจะทำไม่ได้ เลยเป็นที่มาของการดีไซน์และถ่ายภาพให้ดีที่สุด เราเลือกทีมฟรีแลนซ์คนรุ่นใหม่ เพราะรู้สึกว่าเขามีมุมมองที่ดี แปลกใหม่ บางทีเราโยนโจทย์ไป เขาก็ครีเอตงานได้ดีมาก เราก็ทำโปรดักชันทุกอย่างเอง เวลาชิ้นงานออกมาเราจึงภูมิใจกับมันว่านี่เป็นแบรนด์ไทยที่เราทำเอง อย่างแพ็กเกจจิ้ง ลวดลาย ตัวหนังสือ ฟอนต์ หรือช่างภาพ ช่างแต่งหน้า เป็นผลงานเด็กรุ่นใหม่ทั้งหมด” 


ให้ความจริงใจกับลูกค้า วิธีสร้าง Brand Loyalty ที่จริงใจที่สุด
“เรามีลูกค้าที่เหนียวแน่น ส่วนหนึ่งเพราะเรามั่นใจว่าเราทำผลิตภัณฑ์ที่ดีจริงๆ อีกเรื่องคือ ความจริงใจ เราไม่ยัดเยียดขายสินค้า เรายินดีให้ลูกค้าถามจนกว่าจะมั่นใจ เรารู้สึกดีด้วยซ้ำที่เขาถามข้อมูลเยอะๆ เพราะเมื่อไรที่เขาตัดสินใจซื้อสินค้าของเราแปลว่าเขามั่นใจจริงๆ ว่าเขาจะปลอดภัยและยังได้ความรู้ด้วย นอกจากจะให้ข้อมูลอย่างจริงใจ ถ้ามีอะไรผิดพลาดเราจะไม่ผลักภาระให้ลูกค้า เช่น ทีมงานส่งของผิด เราจะส่งของให้ใหม่เลย ลูกค้าไม่ต้องส่งของที่เราส่งผิดกลับมา เพราะนั่นถือเป็นต้นทุนของบริษัทที่บริษัทต้องรับผิดชอบเอง”  


คงจะดีมาก ถ้าต่อไปนี้เราจะไม่ทักกันเรื่องสีผิว
“คงภูมิใจมากๆ ถ้าแบรนด์เราจะเป็นทางเลือกให้กับผู้หญิงได้หันมารักและภูมิใจในตัวเอง และมีภาพลักษณ์ของผิวสุขภาพดีคือ ผิวที่แข็งแรง ไม่แพ้ง่าย และเรียบเนียน และเลิกทักกันว่า ดำขึ้นหรือเปล่า ขาวขึ้นหรือเปล่า เพราะเราไม่สามารถตัดสินคนจากสิ่งที่เขาเลือกเองไม่ได้ นั่นคือเป้าหมายของแบรนด์ที่เราอยากไปให้ถึง ณ ตอนนี้เรายังเป็นแบรนด์เล็กๆ ก็คงพูดได้ในมุมของเรา แต่ทิศทางของโลกมันก็มาในทิศทางที่แบรนด์เราเลือกจะเดินไป”      


และในทิศทางเดียวกันนั้น แบรนด์ edible Thailand ก็ยืนหยัดอุดมการณ์สู่การเป็นแบรนด์ที่นำเสนอแต่สิ่งดีๆ ให้แก่ผู้บริโภค หงส์ ภารดี บอกว่า ตอนนี้กำลังพัฒนาอาหารเสริมและสกินแคร์ ไม่ว่าจะเป็นเซรั่ม หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย เพื่อให้ครอบคลุมขั้นตอนการดูแลสุขภาพผิวทั้งภายในและภายนอกอย่างสมบูรณ์ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่อยากมีผิวสุขภาพดี แข็งแรง ไม่แพ้ง่าย และเรียบเนียน

 

ถ้าอยากรู้ว่าผิวสุขภาพดีจากภายในเป็นเช่นไร ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ediblethailand.com หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Facebook: EDIBLETHAILAND และ LINE @edible.th (มีแอด)

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories