×

สวรส. ชูเทคโนโลยี ‘จดจำใบหู’ ระบุตัวตนเด็กข้ามชาติชายแดนแม่สอด อุดช่องโหว่การเข้าถึงวัคซีน ยกระดับบริการสุขภาพไทย-เมียนมา

โดย THE STANDARD TEAM
20.08.2026
  • LOADING...
ภาพเด็กกำลังรับการสแกนใบหูด้วยเทคโนโลยีจดจำใบหูเพื่อระบุตัวตน

ปัญหาการระบุตัวตนของประชากรต่างชาติ ถือเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งมีกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจำนวนมากที่ขาดเอกสารยืนยันตัวตน ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพพื้นฐาน เช่น การรับวัคซีน และการดูแลก่อน-หลังคลอดได้อย่างต่อเนื่อง การขาดตอนของการรักษานี้ได้สร้างความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคที่สามารถป้องกันได้ เช่น โรคหัด และโปลิโอ

 

วันนี้ (20 สิงหาคม) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ได้เดินหน้าแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการสนับสนุนทุนวิจัยให้แก่ทีมวิจัยชายแดนแม่สอด เพื่อพัฒนารูปแบบการระบุตัวตนเด็กแรกเกิดถึง 5 ขวบ สำหรับประชากรต่างชาติในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีจดจำใบหู (Ear Recognition) ซึ่งถือเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดของเทคโนโลยีชีวมิติ (Biometrics) แบบเดิม

 

ที่ผ่านมา เทคโนโลยีการระบุตัวตน เช่น การสแกนลายนิ้วมือ ม่านตา หรือใบหน้า มักใช้งานได้ดีกับผู้ที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป แต่สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โครงสร้างร่างกายที่ยังเติบโตไม่เต็มที่และพฤติกรรมที่ไม่อยู่นิ่ง ทำให้เครื่องมือเหล่านี้ขาดความแม่นยำ คณะผู้วิจัยจึงได้ประยุกต์ใช้ ชีวมิติใบหู (Ear Biometrics) ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีลักษณะเฉพาะตัวสูงมาใช้เป็นทางออก

 

จากการทดสอบเครื่องมือต้นแบบในกลุ่มเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี จำนวน 960 คน พบว่านวัตกรรมดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูง โดยมี ‘ความไว’ ในการยืนยันเด็กคนเดิมถึงร้อยละ 92.40 และมี ‘ความจำเพาะ’ ในการจำแนกเด็กต่างบุคคลได้ถึงร้อยละ 93.54

 

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยระบุว่าการสแกนใบหูจะไม่ถูกใช้เป็นข้อมูลยืนยันตัวตนแบบเดี่ยวๆ แต่จะใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบข้อมูลหลายองค์ประกอบ (Multi-component System) โดยนำไปเชื่อมโยงร่วมกับประวัติผู้ปกครอง ข้อมูลเด็ก และประวัติการรับบริการ เพื่อให้หน่วยบริการสามารถติดตามข้อมูลวัคซีน พัฒนาการ และการรักษาพยาบาลของเด็กแต่ละรายได้อย่างแม่นยำสูงสุด

 

จากงานวิจัยสู่นโยบายที่ใช้ได้จริง การนำเสนอผลการวิจัยครั้งนี้ จัดขึ้น ณ โรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก โดยมี นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารด้านสาธารณสุขจังหวัดตากและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วม

 

นพ.ศุภกิจ เน้นย้ำว่า สวรส. ให้ความสำคัญกับงานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาของระบบบริการสุขภาพอย่างแท้จริง โดยเป้าหมายสำคัญของโครงการนี้ คือการไม่หยุดอยู่แค่การเป็นเทคโนโลยีต้นแบบบนหิ้ง แต่ต้องสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ให้ชัดเจนว่า นวัตกรรมนี้มีความเหมาะสม ปลอดภัย และใช้งานได้จริง ก่อนจะนำร่องใช้และผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติต่อไป

 

ทั้งนี้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เสนอแนะเพิ่มเติมว่า ก่อนนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้จริงในวงกว้าง อุปกรณ์จะต้องถูกพัฒนาให้มีความคล่องตัวสูง รองรับการทำงานแบบออฟไลน์ในพื้นที่ห่างไกลได้ และต้องคำนึงถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) สิทธิเด็ก รวมถึงบริบททางวัฒนธรรมในพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้การยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพบริเวณแนวชายแดนเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising