พลังงานย้ำ DSI เรียก 6 โรงกลั่น ไม่ใช่ข้อหากักตุน แต่กรอก 8 ข้อไม่ครบ จ่อส่งออกน้ำมันเครื่องบินเดือนหน้า ลดปัญหาน้ำมันล้นคลัง ย้ำเบนซิน-ดีเซล ยังห้ามส่งออก หลังปริมาณความต้องการใช้เพิ่ม “บี20” ทางรอดวิกฤตพลังงาน พลังงานชี้ถูกกว่าดีเซลลิตรละ 7 บาท
สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมออกหมายเรียก 6 โรงกลั่นเข้าพบคาดว่า ภายในสัปดาห์หน้าว่า การเรียกพบครั้งนี้ ไม่ใช่ความผิดฐานกักตุนน้ำมัน แต่เป็นความผิดเกี่ยวกับการกรอกข้อมูลในเอกสารกำกับการขนส่งน้ำมันไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
โดยเอกสารดังกล่าวถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ภาครัฐใช้ตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมัน โดยเฉพาะในกรณีที่พบปัญหาน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน หรือมีการปลอมปน ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะใช้ข้อมูลจากใบกำกับการขนส่งในการสืบย้อนกลับไปยังต้นทางของปัญหา
สำหรับการกรอกข้อมูลจะให้กรอกทั้ง 8 รายการอยู่แล้ว ไม่ใช่กฎหมายใหม่ และมีการบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจพบการกรอกข้อมูลไม่ครบในหลายกรณี กระทั่งเมื่อมีการบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงทำให้เห็นว่า เอกสารเหล่านี้สามารถใช้เป็นจุดตั้งต้นในการขยายผลสืบสวนไปยังประเด็นอื่นได้
“เมื่อพบว่ามีการกระทำผิด ภาครัฐก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะเป็นกติกาที่กำหนดไว้อยู่แล้ว สำหรับบทลงโทษนั้น หากเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 10 มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดตามมาตรา 7 มีโทษหนักขึ้น คือปรับไม่เกิน 200,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 2 ปี”
ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางอนุญาตส่งออกน้ำมันอากาศยาน (Jet A1 ) เพื่อบริหารปริมาณน้ำมันส่วนเกินในประเทศ
โดยจะพิจารณาจากปริมาณสำรองขั้นต่ำที่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศก่อน หากมีปริมาณเกินกว่าระดับที่กำหนด จึงจะสามารถพิจารณาส่งออกได้
“เบื้องต้นประเทศที่มีความต้องการนำเข้าน้ำมันเครื่องบินจากไทย ได้แก่ สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งบางประเทศได้มีหนังสือแสดงความสนใจมายังไทยอย่างเป็นทางการแล้ว คาดว่า ภายในเดือนหน้าอาจเริ่มส่งออกน้ำมันเครื่องบินได้”
โดยปัจจุบันประเทศมีความต้องใช้ดีเซล และน้ำมันอากาศยาน (Jet A1) อยู่ที่ 70 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ประเทศต้องมีปริมาณสำรองน้ำมันรวม 300 ล้านลิตร หรือประมาณ 17-20 วัน ถึงจะปลอดภัย เพราะฉะนั้นกำลังผลิตน้ำมันเจท เอ 1 มีส่วนที่เกินจากปริมาณสำรอง จะอนุญาตให้ส่งออกได้ เช่น เดิมมีการส่งออกลาว เมียนมา และล่าสุด เวียดนาม กับฟิลิปปินส์ ได้ทำหนังสือมาขอซื้อก็พิจารณาในส่วนนี้เพิ่มเติมด้วย
“หากสามารถระบายน้ำมันเครื่องบิน ออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ ก็จะช่วยชะลอปัญหาน้ำมันดีเซลล้นระบบ และทำให้โรงกลั่นสามารถเดินเครื่องผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งยืนยันว่า หากมีการเริ่มส่งออกน้ำมัน จะเป็นน้ำมันเครื่องบินที่ผลิตเหลือเท่านั้น ยังไม่มีนโยบายส่งออกน้ำมันดีเซล และกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ เนื่องจากมีความต้องการใช้เพิ่มเติมแล้ว จากที่ผ่านมาเริ่มใช้ลดลง”
สราวุธ กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในการจัดหาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
การส่งเสริมการเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่สามารถผลิตได้จากพืชผลทางการเกษตรภายในประเทศ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลบี 20 ซึ่งมีสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลสูงถึง 20% จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศ
โดยช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และเนื่องจากไบโอดีเซลเป็นพลังงานเผาไหม้สะอาด การส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลบี 20 จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยลดการปล่อยฝุ่นละออง ซึ่งรวมถึงฝุ่น PM 2.5 อันเป็นปัญหามลพิษทางอากาศที่สำคัญประการหนึ่งของประเทศไทย
“น้ำมันดีเซลบี 20 มีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลธรรมดาถึงลิตรละ 7 บาท ดังนั้น การใช้น้ำมันดีเซลบี 20 จึงไม่เพียงแต่จะช่วยประเทศชาติ ในการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ยังเป็นการช่วยลดภาระต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของประชาชนในช่วงภาวะวิกฤตได้อีกด้วย” สราวุธ กล่าว

