วันนี้ (7 ตุลาคม) พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการเก็บขยะชิ้นใหญ่และการฟื้นฟูพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ภายหลังระดับน้ำเริ่มลดลง โดยกรุงเทพมหานครบูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมราชทัณฑ์ กระทรวงมหาดไทย และกองทัพ เพื่อเร่งจัดการขยะตกค้างและฟื้นฟูพื้นที่ พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าดำเนินการให้ได้มากที่สุด
พรพรหมกล่าวว่า วันนี้ได้รับการสนับสนุนกำลังคนจากผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำพิเศษมีนบุรี รวมถึงกำลังพลจากทหาร เข้ามาช่วยสนับสนุนภารกิจเก็บและขนย้ายขยะในพื้นที่ เนื่องจากหลังระดับน้ำลดลง ประชาชนเริ่มทยอยทำความสะอาดบ้านเรือนและนำสิ่งของที่ได้รับความเสียหายออกมาทิ้ง ส่งผลให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน
สำหรับการบริหารจัดการขนย้ายขยะ กทม. ได้ปรับแผนด้วยการจัดตั้งจุดพักขยะให้ใกล้กับพื้นที่ชุมชนมากที่สุด เพื่อลดระยะทางและเวลาที่รถขยะต้องเดินทางไปยังจุดพักส่วนกลาง โดยแนวทางดังกล่าวจะช่วยให้รถเก็บขยะของ กทม. สามารถทำรอบจัดเก็บได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และตั้งเป้านำรูปแบบดังกล่าวไปปรับใช้กับพื้นที่อื่นๆ ทุกเขต เพื่อไม่ให้รถขยะต้องเสียเวลาเดินทางระยะไกลในการนำขยะไปทิ้ง
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญของพื้นที่เขตลาดกระบังคือข้อจำกัดด้านกายภาพ เนื่องจากมีซอยแคบ จำนวนมาก ทำให้รถบรรทุกขยะและเครื่องจักรขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ด้านในได้ รถขยะจึงต้องจอดรออยู่บริเวณถนนสายหลัก และต้องใช้กำลังคนในการลากหรือขนขยะจากภายในซอยออกมายังปากซอย
กทม. จึงจำเป็นต้องปรับแผนการทำงานตามสภาพพื้นที่อยู่ตลอดเวลา โดยขณะนี้ได้กำลังจากเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เข้ามาช่วยขนและดึงขยะออกจากซอยมายังถนนหลัก ซึ่ง กทม. ประเมินว่าหากสามารถเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ได้มากขึ้น จะช่วยให้การจัดการขยะในซอยย่อยเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากปัจจุบันอุปสรรคสำคัญคือกำลังคนยังไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะจำนวนมหาศาลที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน
พรพรหมระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกกี่วันในการจัดการขยะทั้งหมด เนื่องจากพื้นที่อยู่ในระยะฟื้นฟู และประชาชนกำลังทยอยทำความสะอาดบ้านเรือนและนำสิ่งของออกมาทิ้ง ทำให้ปริมาณขยะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ภารกิจเร่งด่วนของ กทม. ในเวลานี้คือการเคลียร์ขยะบริเวณถนนสายหลักให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ขยะกลายเป็นภาระเพิ่มเติมของประชาชน
พร้อมกันนี้ กทม. ขอความร่วมมือประชาชน หากครัวเรือนใดมีกำลังเพียงพอ ขอให้นำขยะออกมายังจุดที่ กทม. กำหนดไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดเก็บและขนย้ายได้สะดวก แต่หากครัวเรือนใดไม่มีกำลัง กทม. จะเร่งจัดส่งเจ้าหน้าที่และบริหารรถขยะเข้าไปดำเนินการให้เร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน กทม. ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนระลอกใหม่ที่อาจส่งผลให้มีน้ำเติมเข้าพื้นที่อีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการจัดการขยะตกค้างและการฟื้นฟูพื้นที่ โดยยืนยันว่าจะเร่งปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังในช่วงเวลานี้
ภายหลังการให้สัมภาษณ์ พรพรหมลงพื้นที่บริเวณซอยเคหะร่มเกล้า 28 เพื่อติดตามปัญหาขยะชิ้นใหญ่ที่กองสะสมจนปิดกั้นทางเข้าออกบ้านเรือนประชาชน โดยระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวมีปัญหาหนักกว่าหลายซอย เนื่องจากขยะไม่ได้กองรวมอยู่เพียงบริเวณปากซอย แต่ขยายเข้าไปตามแนวถนนภายในซอย ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนไม่สามารถเปิดประตูรั้วและเข้าออกบ้านได้ตามปกติ
สำหรับแผนการจัดการพื้นที่ซอยเคหะร่มเกล้า 28 เบื้องต้น กทม. จะเร่งเคลียร์ขยะบริเวณหน้าปากซอยออกก่อน โดยใช้เจ้าหน้าที่ร่วมกับรถตักดินขนขยะขึ้นรถดัมป์ จากนั้นเมื่อสามารถเปิดพื้นที่บริเวณด้านหน้าได้แล้ว จะนำรถสไลด์เข้ามายกรถที่จอดเสียและกีดขวางเส้นทางออก เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่และเครื่องจักรสามารถเข้าไปจัดเก็บขยะด้านในซอยได้สะดวกมากขึ้น
พรพรหมระบุด้วยว่า ขยะที่เก็บออกจากพื้นที่จะนำไปทิ้งในจุดที่อยู่ไม่ไกลจากพื้นที่ดังกล่าว เพื่อลดระยะทางการวิ่งของรถขยะและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำรอบ เพราะสิ่งสำคัญในขณะนี้คือการนำขยะจากซอยย่อยออกมายังจุดทิ้งขยะกลางให้ได้โดยเร็วที่สุด
ด้านลัลน์ปวีณ์ เจ้าของบ้านในซอยเคหะร่มเกล้า 28 ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นบนพื้นที่ประมาณ 80 ตารางวา พาทีมข่าวเข้าไปสำรวจภายในบ้าน โดยต้องปีนข้ามกองขยะที่สะสมอยู่บริเวณทางเข้า หลังจากก่อนหน้านี้ได้ทำความสะอาดบ้านไปแล้วหนึ่งครั้ง ก่อนพาขึ้นไปบริเวณชั้น 2 และดาดฟ้า ซึ่งสามารถมองเห็นกองขยะขนาดใหญ่ทอดยาวตั้งแต่ปากซอยเข้าไปในซอยเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร
ลัลน์ปวีณ์ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถเปิดประตูรั้วบ้านได้ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ คุณพ่อจึงต้องเข้ามาช่วยเคลื่อนย้ายที่นอนซึ่งเป็นขยะชิ้นใหญ่ออกจากบริเวณประตูรั้ว เพื่อให้สามารถเปิดประตูเข้าออกบ้านได้
เธอเล่าว่า ขยะชิ้นใหญ่จำนวนมากเริ่มเข้ามากองสะสมบริเวณซอยและหน้าบ้านตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม หลังระดับน้ำเริ่มลดลง ชาวบ้านจำนวนหนึ่งนำขยะออกมากองบริเวณปากซอยเพื่อเตรียมทำความสะอาดบ้าน แต่เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 6 ตุลาคมกลับพบว่ากองขยะดังกล่าวเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างมาก โดยไม่ทราบแน่ชัดว่าขยะส่วนหนึ่งถูกนำมาจากบริเวณใด
เจ้าของบ้านรายนี้มองว่า ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับลักษณะทางกายภาพของชุมชน ซึ่งมีทั้งบ้านเดี่ยวและบ้าน 2 ชั้น โดยเฉพาะบ้านชั้นเดียวที่ถูกน้ำท่วมสูงจนเฟอร์นิเจอร์และสิ่งของภายในบ้านได้รับความเสียหายจำนวนมาก เมื่อระดับน้ำลดลง ประชาชนจึงจำเป็นต้องนำสิ่งของเหล่านั้นออกมาทิ้ง แต่หากให้ประชาชนทุกหลังขนขยะออกมากองรวมกันที่ปากซอยทั้งหมด ก็อาจทำให้ขยะเต็มพื้นที่ถนนและยิ่งกีดขวางการสัญจร
เคหะร่มเกล้าได้รับความเดือดร้อนกันอย่างทั่วถึง โดยเธอระบุว่าเข้าใจข้อจำกัดของการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่เห็นว่าควรพิจารณาลำดับความเร่งด่วนของแต่ละพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด พร้อมขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งเข้ามาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว
ต่อมา พรพรหมกลับลงพื้นที่บริเวณซอยเคหะร่มเกล้า 28 อีกครั้ง พร้อมเร่งจัดการปัญหาขยะที่กีดขวางทางเข้าออกบ้านเรือนประชาชนให้ได้ภายในวันนี้ โดยอธิบายว่า เมื่อประชาชนนำขยะจากบ้านออกมากองไว้บริเวณหน้าบ้าน ปริมาณขยะจะขยายตัวและล้นเข้ามาถึงบริเวณถนนกลางซอย ทำให้พื้นที่ในการสัญจรลดลง และท้ายที่สุดขยะกลายเป็นสิ่งกีดขวางทางเข้าบ้านของประชาชนหลายหลัง
กทม. จึงประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เพื่อสนับสนุนรถหนีบขยะเข้ามาดำเนินการ โดยจะเริ่มจากบริเวณปากซอยแล้วค่อยขยับเข้าไปด้านใน อย่างไรก็ตาม รถหนีบขยะและรถบรรทุกมีข้อจำกัดในการเข้าพื้นที่ซอยขนาดเล็กและคับแคบ จึงต้องอาศัยกำลังคนในการขนย้ายขยะจากภายในซอยออกมายังบริเวณถนนสายหลัก
พรพรหมกล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะซอยเคหะร่มเกล้า 28 แต่ยังมีซอยย่อยอีกจำนวนมากในพื้นที่เคหะร่มเกล้าที่ประสบปัญหาขยะสะสมและกีดขวางเส้นทาง จึงจำเป็นต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่และแรงงานคนเข้าช่วยขนย้ายขยะออกมาบริเวณปากซอย ก่อนนำเครื่องจักรเข้าดำเนินการต่อ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่เขตลาดกระบังได้นำเครื่องจักรเข้ามาช่วยขนย้ายขยะออกจากบริเวณซอยเคหะร่มเกล้า 28 แล้ว เพื่อเร่งเปิดเส้นทางและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่โดยเร็วที่สุด


