วันนี้ (30 ตุลาคม) กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวและมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินบริจาคและการก่อสร้างอาคารของ ‘มูลนิธิองค์กรทำดี’ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคม โดยระบุว่า ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจกำกับดูแลการดำเนินกิจการของมูลนิธิ มีแนวทางดำเนินการตามกฎหมาย 2 กรณีสำคัญ
กรณีแรก กรรมการมูลนิธิกระทำผิดต่อมูลนิธิ หากพบว่ากรรมการหรือคณะกรรมการมูลนิธิดำเนินกิจการผิดพลาดจนเสื่อมเสียต่อมูลนิธิ ฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับของมูลนิธิ หรือมีฐานะหรือความประพฤติไม่เหมาะสมต่อการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสีย สามารถร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งถอดถอนกรรมการหรือคณะกรรมการมูลนิธิได้ ตามมาตรา 129 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
กรณีที่สอง มูลนิธิดำเนินกิจการขัดต่อกฎหมาย หากพบว่ามูลนิธิมีวัตถุประสงค์หรือดำเนินกิจการขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อาจเป็นอันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ รวมถึงไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ หรือหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสีย สามารถร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเลิกมูลนิธิได้ ตามมาตรา 131 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
กรมการปกครองยืนยันว่า การพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับมูลนิธิใด ๆ ต้องอาศัยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากการตรวจสอบอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ การปรากฏเป็นข่าวหรือมีข้อกล่าวหา ยังไม่อาจถือเป็นข้อยุติว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น หากตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่ามีการดำเนินกิจการเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย หน่วยงานที่มีอำนาจจะพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่ต่อไป
นอกจากนี้ กรมการปกครองยังเน้นย้ำว่า การดำเนินกิจการของมูลนิธิต้องยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สินของมูลนิธิ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ รักษาความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้บริจาค รวมถึงป้องกันไม่ให้มีการนำมูลนิธิไปใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

