จากสถานการณ์ความตึงเครียด ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากความตึงเครียดปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นเลือดพลังงานของโลกและไทย
ผลักดันให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง กระทรวงพลังงาน ต้องงัดกลไกมาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วันถึงสุดท้าย พรุ่งนี้ 17 มี.ค. 69
มติ กบน. อุ้มดีเซลเพิ่มเป็น 20.36 บาท/ลิตร จาก 18.31 บาท/ลิตร สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาหน้าปั๊มยังคงเดิมที่ 29.94 บาท ก่อนสิ้นสุด 17 มี.ค.
ล่าสุดเย็นวันนี้ (16 มี.ค.) กระทรวงพลังงานออกประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ฉบับที่ 22 พ.ศ. 2569 เรื่อง การกําหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนสําหรับน้ำมันเชื้อเพลิง
โดยมีการเพิ่มเงินอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลเป็น 20.36 บาทต่อลิตร ถือเป็นการอุดหนุนที่ “สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์” จากเดิมที่อุดหนุนอยู่ที่ 18.31 บาทต่อลิตร เพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร
ส่วนการอุดหนุนกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ล่าสุด ประกอบด้วย
- เบนซิน 95 อัตราเงินคืนกองทุนราคาลิตรละ 0.10 บาท คงที่
- แก๊สโซฮอล์ 95 อุดหนุนราคาลิตรละ 9.73 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้นจากเดิมซึ่งอุดหนุนที่ 8.37 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ 91 อุดหนุนราคาลิตรละ 9.73 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้นจากเดิมซึ่งอุดหนุนที่ 8.37 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ อี 20 อุดหนุนราคาลิตรละ 11.06 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้นจากเดิมซึ่งอุดหนุนที่ 9.11 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ อี 85 อุดหนุนราคาลิตรละ 2.28 บาท คงที่
โดยสรุป สถานะกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุด ติดลบแล้ว 12,605 ล้านบาท แบ่งเป็น
- น้ำมันบวก 25,016 ล้านบาท
- LPG ติดลบ 37,621 ล้านบาท
ทั้งนี้ แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน ระบุว่า หากสิ้นสุดมาตรการ มีความเป็นไปได้ที่จะขยับราคาดีเซลแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” เนื่องจากแผนกู้อาจติดข้อกฎหมาย และรัฐบาลรักษาการ ไม่มีอำนาจในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน
ขณะเดียวกัน อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างหารือกลุ่มผู้ค้าน้ำมันและผู้แทนจากโรงกลั่นน้ำมันเข้าร่วมการประชุมด่วน เพื่อประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด
รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริกรสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ระบุว่า การที่รัฐบาลประกาศตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน และใกล้เวลาครบกำหนด ทำให้ผู้ค้าน้ำมันและประชาชนต่างเข้าใจว่าหลังหมดมาตรการ ราคาน้ำมันจะต้องปรับขึ้น เพียงแต่ยังไม่รู้ราคาที่แน่ชัด จึงเกิดพฤติกรรมกักตุน
โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมันบางแห่งที่ชะลอการขายหรือปิดปั๊ม เพื่อรอขายในช่วงที่ราคาปรับขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนจำนวนมากรีบนำแกลลอนและถังมาเข้าแถวหน้าปั๊มน้ำมัน เพราะไม่มั่นใจว่าราคาน้ำมันในวันถัดไปจะปรับขึ้นมากเพียงใด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- วิเคราะห์ ‘ลดราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้า’ นโยบายว้าวุ่นที่เกาไม่เคยถูกที่คัน?
- ทำไมสงครามตะวันออกกลางรอบนี้ เศรษฐกิจไทยเสี่ยงหดตัวสูง 1.1% นักเศรษฐศาสตร์มอง 3 ฉากทัศน์
- ถอดสูตรบราซิล กู้วิกฤตพลังงาน? 3 สมาคมน้ำตาลชงรัฐดัน “E20” ลดนำเข้าน้ำมันปีละพันล้านลิตร
อย่างไรก็ตาม รสนา ระบุว่า “ประเทศไทยยังไม่ได้เผชิญภาวะน้ำมันขาดแคลน เนื่องจากรัฐบาลเองเคยยืนยันว่าประเทศมีน้ำมันสำรองใช้ได้ประมาณ 90 วัน และยังมีน้ำมันสต็อกเก่าอย่างน้อย 60 วัน ซึ่งไม่ควรปรับขึ้นราคาตามราคาน้ำมันดิบในปัจจุบัน”
แนะถกโรงกลั่นกำกับราคา – ชงลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราว
รสนา กล่าวว่า การปล่อยให้เกิดการ “อั้นน้ำมัน” หรือปิดปั๊ม โดยเฉพาะในต่างจังหวัด อาจทำให้เกิดความโกลาหลและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เช่น การขนส่งสินค้าอาจสะดุด
สินค้าเกษตรเสี่ยงเสียหาย เกษตรกรอาจไม่มีน้ำมันสำหรับเครื่องสูบน้ำหรือรถเกี่ยวข้าวนาปรัง ปัญหาเหล่านี้อาจลุกลามไปกระทบเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน
“รัฐบาลควรเข้าใจจิตวิทยามวลชนและเข้ามา แก้วิกฤตน้ำมัน ไม่ใช่ปล่อยสถานการณ์ให้ดำเนินไปเอง ราวกับประเทศไม่มีรัฐบาล” รสนากล่าว
สำหรับมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้วิกฤตราคาน้ำมัน ที่รัฐบาลควรทำคือการกำกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ ไม่ให้ปรับราคาน้ำมันที่เป็น “สต็อกเก่า”
หากไม่สามารถดำเนินการได้ทันที รัฐบาลควรประกาศ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงเท่ากับราคาที่จะปรับขึ้น เพื่อป้องกันการกักตุนและสกัดไม่ให้ผู้ค้าน้ำมันฉวยโอกาสขึ้นราคาหน้าปั๊ม
“ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 6.92 บาทต่อลิตร รัฐบาลสามารถทยอยลดภาษีดังกล่าวลงเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันจะคลี่คลาย”
ทั้งนี้ ช่วงวิกฤตราคาน้ำมันปี 2556 สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รัฐบาลเคยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.99 บาทต่อลิตร โดยลดการเก็บภาษีสรรพสามิตลงเหลือเพียง ลิตรละ 1 สตางค์ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้
นอกจากนี้ รัฐบาลควรกำกับบริษัท ปตท. ซึ่งมีหุ้นในโรงกลั่นน้ำมัน 4 จาก 6 โรงกลั่นในประเทศ ให้ร่วมมือในการกระจายน้ำมันไปยังต่างจังหวัดอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกของประชาชน ทั้งในเรื่องความกลัวน้ำมันขาดแคลน และความกังวลว่าราคาจะสูงจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้
“หากรัฐบาลดำเนินมาตรการเช่นนี้ จึงจะสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนก่อน ตามที่มักกล่าวว่า ‘ประชาชนต้องมาก่อน’ และต้องได้รับการดูแลก่อน” รสนากล่าว
ขยายเพดานตรึงดีเซลจาก 30 บาท เป็น 35 บาทต่อลิตร แนะใช้กลไกภาษีสรรพสามิต
สอดคล้อง ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เสนอให้รัฐบาลใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และภาษีสรรพสามิต ในการตรึงราคาน้ำมัน โดยอาจจำเป็นต้องขยายเพดานการตรึงราคาน้ำมันดีเซลจาก 30 บาท เป็น 35 บาทต่อลิตร เพื่อลดภาระการอุดหนุนของรัฐและป้องกันภาวะช็อกทางเศรษฐกิจ
“รัฐควรบริหารราคาพลังงานอย่างยืดหยุ่น แม้กองทุนน้ำมันจะเริ่มติดลบอีกครั้ง แต่รัฐควรพิจารณาใช้ ภาษีสรรพสามิตเข้ามาชดเชย และอาจจำเป็นต้องขยับเพดานการตรึงราคาน้ำมันดีเซลจาก 30 บาท เป็น 32-35 บาท แบบเป็นขั้นบันไดเพื่อไม่ให้เกิดสภาวะ “ช็อก” ต่อต้นทุนการผลิต”
เช่นเดียวกับ ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย (สขบท.) พร้อมภาคีเครือข่าย 13 สมาคม กล่าวว่า เสนอรัฐบาลเดินหน้าแนวทางเร่งด่วน 4 เพื่อบรรเทาผลกระทบ ได้แก่
- ตรึงราคาน้ำมันดีเซลอย่างน้อย 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.2569 โดยใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง คงราคาที่ 29.94 บาท/ลิตร
- ยกเลิกหรือระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปทุกชนิดชั่วคราว เพื่อสำรองน้ำมันไว้ใช้ในประเทศ
- เร่งหาแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่น เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งเดิม
- พิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงอย่างน้อย 3 บาท/ลิตร ในช่วงวิกฤตสงครามและพลังงาน

