พรรคประชาธิปัตย์จัดงาน ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีของการก่อตั้งพรรค ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองที่มีประวัติศาสตร์และมีอายุยาวนานที่สุดในประเทศไทย โดยรูปแบบงานเป็นคืนสู่เหย้าเพื่อพบปะกันของอดีตสมาชิกพรรค
บรรยากาศภายในงานมีอดีตแกนนำพรรคและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่ง บุคคลสำคัญทางการเมืองที่มาร่วมงาน อาทิ สุเทพ เทือกสุบรรณ, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยก้าวใหม่, วันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรค, จาตุรนต์ ฉายแสง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, พนิต วิกิตเศรษฐ์ อดีต สส. กทม. และอดีตรองผู้ว่าฯ กทม., เทพไท เสนพงศ์, ชุมพล จุลใส, ถาวร เสนเนียม, ชินวรณ์ บุณยเกียรติ, สาวิตต์ โพธิวิหค, ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา และ คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์
นอกจากนี้ ยังมีอดีตสมาชิกพรรคที่ปัจจุบันย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นเดินทางมาร่วมงานด้วย เช่น ยุพราช บัวอินทร์ สส. เพชรบูรณ์ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าพรรคภูมิใจไทยสั่งห้ามไม่ให้มาร่วมงาน โดยระบุว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โทรศัพท์มาเชิญชวนด้วยตนเอง และคาดว่าจะมีอดีต สส. ของพรรคทยอยมาร่วมงานเพิ่มเติม
ภายในงานมีการจัดนิทรรศการบอกเล่าประวัติศาสตร์การเมืองในแต่ละช่วงเวลา และเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานเขียนข้อความรำลึกความหลัง โดย อภิสิทธิ์ ได้เขียนข้อความระบุว่า ‘เคียงข้างประชาชน เคียงข้างประชาธิปไตย ในวัย 100’ ขณะที่ ชวน หลีกภัย สส. แบบบัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เขียนข้อความสั้นๆ ว่า ‘การเมืองสุจริต’
จากนั้น ชวน หลีกภัย ได้ขึ้นกล่าวทักทายผู้ร่วมงาน โดยระบุว่า ระยะเวลา 80 ปีถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน พร้อมรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 50 ปีก่อน ในวันที่ 8 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตนต้องอยู่ในภาวะยากลำบาก ต้องย้ายที่อยู่ไปมา และสมาชิกพรรคเดิมหลายคนก็กระจัดกระจายไปอยู่พรรคใหม่
ชวนเน้นย้ำว่า อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์พิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคอยู่ได้ด้วยความจริง แม้บ้านเมืองและผู้คนจะเปลี่ยนไป แต่แนวทางการบริหารงานและอุดมการณ์ของพรรคไม่เคยเปลี่ยนแปลง พรรคการเมืองที่แท้จริงต้องมีความพร้อมในการทำหน้าที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยเฉพาะการเป็นฝ่ายค้าน หากพรรคไม่มีความสุจริตเป็นที่ตั้ง ก็ไม่สามารถไปตรวจสอบการทุจริตหรืออภิปรายบุคคลอื่นได้ เพราะจะถูกย้อนแย้งกลับมา
“นี่คือจุดแข็งที่พรรคสะสมมาตลอด 80 ปี และเป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจที่สุด ผมเชื่อเรื่องความสุจริต ต่อให้ชนะเพียง 1 คะแนน แต่หากได้มาด้วยการโกง ผมก็ไม่เอา” ชวนกล่าว
อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังยกตัวอย่างถึงจุดยืนในอดีตว่า พรรคยึดมั่นในหลักการที่ว่าพรรคการเมืองที่รวบรวมเสียงได้เป็นอันดับหนึ่งควรได้เป็นรัฐบาลและเป็นนายกรัฐมนตรี ดังเช่นในอดีตที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ให้กับพรรคความหวังใหม่ แม้ในขณะนั้นจะสามารถรวบรวมเสียงได้มากกว่า แต่ก็ยอมรับให้ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามความชอบธรรม
ในช่วงท้าย ชวนกล่าวต้อนรับผู้ร่วมงานทุกคนกลับสู่บ้านเดิม โดยระบุว่าแม้หลายคนจะแยกย้ายไปสังกัดพรรคใหม่หรือบางคนยังคงอยู่ที่เดิม แต่ความเป็นลูกบ้านเดียวกันก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
















