×

เมืองไทยในความทรงจำของ 5 หนุ่ม DVICIO

19.07.2017

     เมื่อปีที่แล้ว 5 หนุ่มวง DVICIO ที่แจ้งเกิดจากคลิปร้องเพลงบนรถจนทำให้สาวๆ ตื่นเต้นกันอยู่พักใหญ่ ได้เก็บกระเป๋าบินตรงจากสเปนมาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทย และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น จนต้องกลับมาเปิดคอนเสิร์ตอีกครั้งพร้อมอัลบั้มใหม่ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา และยังมีแผนถ่ายมิวสิกวิดีโอที่เมืองไทยในเร็วๆ นี้

     เหมือนว่าพวกเขาจะติดใจเมืองไทยอยู่ไม่น้อย วันนี้ The Standard เลยพักเรื่องเพลงและความน่ารักของพวกเขา มาชวนคุยถึงความทรงจำหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในเมืองไทย  

 

           

หลังจากคอนเสิร์ตที่เมืองไทยปีที่แล้ว พวกคุณคิดถึงอะไรเกี่ยวกับเมืองไทยที่สุด

นาโช่: พอจบคอนเสิร์ต พวกเราชอบเปิดดูคลิปคอนเสิร์ตที่เมืองไทยมาก แฟนเพลงที่นี่ต้อนรับเราดีมาก คือประเทศอื่นก็ดีเหมือนกัน แต่ที่เมืองไทยพิเศษมาก โดยเฉพาะตอนที่เขาให้เราหันไปดูหน้าจอด้านหลัง แล้วพอหันกลับมา แฟนเพลงทุกคนชูป้ายที่เขียนว่า ‘Te a mamos DVICIO’ (พวกเรารักเดวิซิโอ) กันทุกคน พวกเราน้ำตาไหลเลยนะ ความรู้สึกตอนนั้นพิเศษมาก

 

คิดว่ารู้จักเมืองไทยมากขนาดไหนแล้ว

ลูอิส: ยังไม่มากเท่าไหร่ เพราะครั้งที่แล้วมาแค่ 4 วัน แล้วต้องแถลงข่าว ออกสื่อตลอด พอคอนเสิร์ตจบก็บินกลับเลย แต่คราวนี้มีเวลามากขึ้น ตั้งใจกันไว้ว่าจะถ่ายมิวสิกวิดีโอที่สักเกาะหนึ่งในภาคใต้ คงจะมีโอกาสทำความรู้จักมากขึ้น

มาร์ติน: ผมอยากทำความรู้จักกับกรุงเทพฯ ให้มากกว่านี้ เพราะคิดว่าเป็นเมืองที่น่าสนใจ อยากไปวัดพระแก้วกับอีกหลายๆ วัด เพราะสถาปัตยกรรมที่นี่ไม่เหมือนที่สเปนเลย

นาโช่: อีกอย่างที่อยากไปทำมากๆ คือ ไปดูเขาต่อยมวยไทย เคยเห็นแต่ในคลิปวิดีโอกับมีคนพูดให้ฟังเยอะว่าสนุกมาก เลยอยากลองไปเล่นของจริงที่สนามมวยให้ได้

 

เท่าที่เห็นคิดว่าสเปนกับไทยมีอะไรเหมือนกันมากที่สุด

อันเดรส: หลายอย่างนะ อย่างแรกคือเพลงของไทยกับสเปนมีลักษณะคล้ายกัน อย่างเพลงของ สิงโต นำโชค, โต๋ (ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร) และ ป้าง (นครินทร์ กิ่งศักดิ์) ถ้าเปลี่ยนเป็นภาษาสเปนสามารถเอาไปเปิดในคลื่นวิทยุได้เลย แล้วน่าจะประสบความสำเร็จด้วย เพราะเทสต์การฟังเพลงของคนสเปนก็ชอบแนวนี้เหมือนกัน

 

 

คิดว่าลักษณะเด่นของศิลปินไทยคืออะไร

อันเดรส: พวกเราเคยคุยกับโต๋คนเดียว เพราะได้มาทำเพลงด้วยกัน เรื่องฝีมือไม่ต้องพูดถึงเลยนะ โต๋เก่งมาก ร้องเพลงก็เพราะ เรนจ์เสียงน่าสนใจ เล่นเปียโนเก่งมาก แต่ที่ประทับใจที่สุดคือโต๋เป็นศิลปินที่เป็นกันเองมาก เรียบร้อย ไม่ถือตัวเลย ทำงานด้วยกันแล้วสบายใจมาก

อัลเบร์โต: อาหารก็เหมือนกันนะ รสชาติจัดจ้านเหมือนกัน

กอนซาเลส: แล้วก็มอเตอร์ไซค์ที่บาร์เซโลนากับเมืองไทยมีรถมอเตอร์ไซค์เยอะเหมือนกันเลย

 

เคยขึ้นมอเตอร์ไซค์ไทยหรือยัง อีกหนึ่งความท้าทายของนักท่องเที่ยวที่อยากให้ลองเลยนะ

นาโช่: ยังเลย เคยแต่นั่งตุ๊กตุ๊ก ได้ยินมาบ้างว่ามอเตอร์ไซค์ที่เมืองไทยค่อนข้างน่ากลัว (หัวเราะ) มอเตอร์ไซค์ที่สเปนค่อนข้างปลอดภัย ทุกคนถูกบังคับให้ใส่หมวก แล้วรถหนึ่งคันนั่งได้เต็มที่แค่ 2 คน แต่ที่เมืองไทยรู้สึกว่าน่าจะนั่งได้เยอะกว่านั้นหรือเปล่า อยากลองนะครับ น่าจะสนุกดี

 

 

คิดว่าน่าจะมีคนแนะนำอาหารไทยให้พวกคุณมาเยอะแล้ว อยากให้ลองแนะนำอาหารสเปนให้คนไทยรู้จักบ้าง

อันเดรส: ไข่เจียวสเปนแล้วกัน คล้ายๆ ของเมืองไทย แต่เราจะใส่วัตดุดิบแค่ 3 อย่าง คือไข่ หัวหอม กับมันฝรั่ง ที่เมืองไทยไม่ใส่มันฝรั่งกันใช่ไหม อยากให้ลองใส่กันดูนะ แล้วทอดให้หนาๆ นุ่มๆ

 

เรื่องหรือนิสัยอะไรของคนไทยที่พวกคุณไม่เข้าใจมากที่สุด

อัลเบร์โต: จะเรียกว่าสงสัยดีกว่าครับ คือคนไทยเป็นคนนอบน้อมมาก มีมารยาทสุดๆ แทบไม่เคยเห็นคนไทยตวาดหรือพูดเสียงดังเลย พูดกันเสียงเบามาก บางครั้งเบาเกินไปนะ (หัวเราะ)

อันเดรส: แต่ยกเว้นเวลาร้องเพลงนะ ท่อนไหนที่ร้องได้ แฟนเพลงจะร้องกันเสียงดังมาก ตรงนี้ดีมากเลย

 

ถ้าเปรียบเทียบเมืองไทยเป็นเพลง เมืองไทยคือเพลงสไตล์ไหน

นาโช่: เรกเก้ ชัดเจนมากเลย เพราะเรกเก้คือดนตรีแห่งความสนุก และเมืองไทยเป็นเมืองที่สนุกแบบนั้น

อันเดรส: ผมคิดถึงเพลง Enamorate ของพวกเรา เป็นเพลงฟังสนุกๆ โยกหัวไปกับจังหวะเพลงได้ คิดว่าเหมาะกับเมืองไทย แล้วเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเราได้มาประเทศไทยด้วย

FYI
  • เพลง ‘No Te Vas’ (โน เต บาส) อัลบั้มล่าสุดของพวกเขา ‘Que Tienes Tu’ (เก เตียเนส-ตู) คือเพลงที่ได้ร่วมงานกับโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เป็นครั้งแรก
  • ‘Enamorate’ (เอ็นนาโมราเต้) เพลงที่พวกเขาทำคลิปร้องเพลงบนรถ คือเพลงแจ้งเกิดของพวกเขา ปัจจุบันมียอดวิวทางยูทูบมากกว่า 24 ล้านครั้ง ในขณะที่ Official Video มียอดวิวแค่ 10 ล้าน

สมาชิก นาโช่ โกโตร์ (กีตาร์), มาร์ติน เซบาโยส (เบส), ลูอิส กอนซัลโบ (กลอง),

อันเดรส เซบาโยส (ร้องนำ) และ มิสซิส อัลเบร์โต กอนซาเลซ (กีตาร์)


READ MORE





Latest Stories