×

กูรูมอง รัฐรีดภาษีคริปโตไม่กระทบการเทรดของคนไทย ชี้การคำนวณภาษียังทำได้ยากในทางปฏิบัติ แนะรัฐปรับรูปแบบให้ชัดเจน เข้าใจง่าย

04.01.2022
ภาษีคริปโต

กานต์นิธิ ทองธนากุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน Merkle Capital และผู้ก่อตั้งเพจ Kim DeFi Daddy และ Bitcoin Addict Thailand ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ถึงกรณีที่กรมสรรพากรออกมากำชับให้ผู้ที่มีกำไรจากการเทรดคริปโตจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ของกำไร (Capital Gain) และต้องยื่นแบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี พร้อมระบุว่า ทางกรมมีระบบ Data Analytics ที่สามารถตรวจสอบได้กรณีที่มีการหลบเลี่ยงว่า โดยส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในคริปโตของคนไทย เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ออกมาตั้งแต่ปี 2561 แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาการลงทุนในคริปโตอาจยังไม่แพร่หลายนักในเมืองไทย จึงทำให้กฎหมายตัวนี้ไม่ได้รับความสนใจมากนัก

 

“ผมคิดว่าประเด็นที่ทำให้คนกลับมาสนใจกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลตัวนี้อีกครั้งเป็นเพราะในปี 2564 คนไทยเริ่มเข้ามาลงทุนในคริปโตมากขึ้น พอรู้ว่าอาจต้องเสียภาษีก็เลยเกิดความกังวล ไม่อยากต้องจ่าย โดยส่วนตัวผมรายงานทุกปี กรอกในช่องที่ให้กรอกก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพราะมองว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยที่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว” กานต์นิธิกล่าว

 

อย่างไรก็ดี กานต์นิธิยอมรับว่า การเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% จากการเทรดคริปโตในทางปฏิบัติยังทำได้ยาก โดยปกติ Exchange ต้องมีหน้าที่ช่วยคำนวณให้กับลูกค้า แต่ในทางปฏิบัติก็ยังไม่มีเจ้าใดที่ทำได้ เพราะการคำนวณต้นทุน กำไร ไม่สามารถคำนวณได้แบบทันทีทันใด แต่ต้องเช็กข้อมูลย้อนหลังต่อเนื่องกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการที่กฎหมายระบุเอาไว้เช่นนี้ก็เปรียบเหมือนเป็นการผลักภาระไปให้ลูกค้าเป็นคนทำเอง ซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว จึงอาจต้องติดตามดูว่ากรมสรรพากรจะมีวิธีการบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างไร

 

ด้าน เอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งซิปเม็กซ์ (Zipmex) ประเทศไทย กล่าวว่า การเก็บภาษีคริปโตไม่ใช่เรื่องใหม่และมีหลายประเทศที่ทำอยู่ แต่การที่ไทยกำหนดให้ผู้ที่เทรดคริปโตจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ของกำไร และต้องยื่นแบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี รวมถึงผู้ขายสินค้าและบริการต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยในกรณีที่ใช้คริปโตในการชำระ สะท้อนว่าภาครัฐมองคริปโตเป็นทั้งสินค้าและสินทรัพย์ ซึ่งอาจจะต่างจากคนอื่น

 

“ผมเข้าใจว่าการที่กฎหมายเรากำหนดให้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย เพราะภาครัฐอาจไม่ต้องการให้มีการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้จ่ายหรือเอามาลงทุนเก็งกำไรกันเยอะ เพราะแบงก์ชาติก็ได้ออกมาระบุชัดว่าไม่สนับสนุนให้ใช้คริปโตชำระค่าสินค้าและบริการ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ถือเป็นผลกระทบเชิงลบต่อการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เพราะคงไม่มีใครอยากใช้คริปโตชำระสินค้าถ้าต้องเสียภาษี ต้องมีภาระรายงานการหักภาษี” เอกลาภกล่าว

 

เอกลาภระบุว่า โดยส่วนตัวมองว่าการเก็บภาษีคริปโตและการที่กฎหมายระบุให้มีหน้าที่ต้องรายงานภาษีถือเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ เพราะบางครั้งการเก็บภาษีก็ช่วยพัฒนาวงการได้ แต่ประเด็นที่อยากให้มีความชัดเจนมากขึ้นจากปัจจุบันคือ เวลารายงานจะมีวิธีคำนวณอย่างไร เพราะยังไม่มีความชัดเจน และการออกมาอธิบายจากหน่วยงานรัฐ เช่น กรณีถ้าซื้อ Stable Coin มาแล้วราคาขึ้นตามเงินดอลลาร์ จะถือเป็นกำไรหรือไม่ หรือกรณีถ้าถือข้ามปีจะคิดเป็นกำไรหรือไม่ ถ้าขายแล้วนำเงินไปลงทุนต่อแล้วขาดทุนจะคำนวณอย่างไร

 

“วิธีการและการคำนวณภาษีควรจะมีความกระชับ ชัดเจน และเข้าใจง่าย หลายคนที่ผมรู้จักอยากเสียภาษี แต่ไม่รู้ว่าจะคำนวณอย่างไร ในฐานะผู้ให้บริการ Exchange ตลอดปีที่ผ่านมา Zipmex ก็มีความพยายามพัฒนาระบบที่จะช่วยคำนวณกำไรขาดทุน แต่ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ยากมากๆ กรณีที่กรมสรรพากรบอกว่ามีระบบ Data Analytics ที่สามารถตรวจสอบได้ ถ้ามีอัลกอริทึมที่ล้ำสมัยได้ขนาดนี้จริง ก็จะดีต่อวงการมาก” เอกลาภกล่าว


READ MORE





Latest Stories