×

วงจรคอร์รัปชัน ‘ซื้อเสียง-ถอนทุนคืน’ ในช่วงเลือกตั้ง กระทบเศรษฐกิจ ปากท้องคนไทยอย่างไร?

12.02.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบวงจรคอร์รัปชัน การซื้อเสียง การถอนทุนคืน และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

นักเศรษฐศาสตร์อธิบายว่า ‘การคอร์รัปชั่น’ สามารถกระทบเศรษฐกิจไทยได้หลายช่องทาง โดยสามารถขัดขวางการขยายตัวของภาคธุรกิจไทย และการลงทุนจากต่างประเทศได้ นอกจากนี้วงจร ‘ซื้อเสียง-ถอนทุนคืน’ ในช่วงเลือกตั้งยังอาจซ้ำเติมปัญหารายได้กระจุกตัวและความเหลื่อมล้ำอีกด้วย

 

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) ในสัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH โดยระบุว่า ‘การทุจริต’ (Corruption) สามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยได้หลายช่องทาง ได้แก่ อาจขัดขวางการลงทุนจากต่างประเทศและการขยายตัวของภาคธุรกิจไทย โดยผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กในไทยอาจเป็นผู้ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

 

ดร.อมรเทพอธิบายต่อว่า นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญกับประเด็นคอร์รัปชันค่อนข้างมาก โดยในยุโรปและหลายประเทศก็มีกฎหมายว่า ห้ามจ่ายเงินที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน ดังนั้นการที่ไทยมีชื่อเสียงในด้านนี้จึงอาจทำให้นักลงทุนเลือกไปลงทุนในประเทศอื่นที่มีความสะอาดและความโปร่งใสมากกว่าแทน

 

นอกจากนี้ ขณะเดียวกัน การคอร์รัปชันก็สามารถกระทบ ‘นักลงทุนชาวหรือผู้ประกอบการชาวไทย’ ได้ ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการที่ต้องการขยายกิจการหรือลงทุนก่อสร้างเพิ่มเติมที่ต้องขอใบอนุญาต อาจจะรู้สึกไม่อยากลงทุน โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจไทยก็โตต่ำทำให้การผลักภาระต้นทุนให้ผู้บริโภคของธุรกิจไทยทำได้ยาก

 

“ถ้าเศรษฐกิจไทยดี ผู้ประกอบการก็สามารถผลักต้นทุน เช่น สามารถขึ้นราคาได้ ผู้บริโภคยังพร้อมจ่าย แต่วันนี้เศรษฐกิจไทยเแน่นิ่งมาเป็นเวลานาน การขึ้นราคาสินค้า แต่ละครั้งจึงทำแทบไม่ได้”

 

ดร.อมรเทพยังระบุต่อว่า สำหรับภาคธุรกิจที่อาจได้รับผลกระทบจากการคอร์รัปชันหนักที่สุดคือ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก เนื่องจากไม่สามารถจะขึ้นราคาได้ใน ขณะเดียวกันต้นทุนก็เพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่อง

 

การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากคะแนนของประเทศไทยในดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption perceptions Index: CPI) ลดลงต่อเนื่องเหลือ 33 คะแนนจาก 100 คะแนน สอดคล้องกับอันดับของประเทศไทยในดัชนีดังกล่าวลดลงมาอยู่ที่อันดับ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก

 

ชี้วงจร ‘ซื้อเสียง-ถอนทุนคืน’ ฉุดเศรษฐกิจไทยย่ำอยู่กับที่

 

ดร.อมรเทพ ยังอธิบายต่อว่า การซื้อเสียง หากเกิดขึ้นจริง สามารถฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้ เนื่องจาก ‘การซื้อเสียง’ จะนำไปสู่ ‘การถอนทุนคืน’ ของนักการเมือง โดยอาจทำได้ผ่านโครงการรัฐต่างๆ ตัวอย่างเช่น กลไกเงินทอนและการลดสเปกงานลง

 

นอกจากนี้ ดร.อมรเทพยังมองว่า นักการเมืองที่เข้ามาด้วยวิธีซื้อเสียงอาจไม่ได้หวังผลที่จะพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว แต่จะมองเพียงแค่การถอนทุนในระยะสั้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในรอบต่อไป วนเป็น ‘วงจรซื้อเสียง-ถอนทุนคืน’ ต่อไปเรื่อยๆ

 

โดยวงจรเช่นนี้ยังทำให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปไหนไม่ได้ โดยกลุ่มคนที่ได้ผลประโยชน์จะอยู่เพียงแค่พวกพ้องเท่านั้น ทำให้การกระจายตัวของรายได้ไทย ‘กระจุก’ ส่งผลให้ดัชนีจีนี (Gini Coefficient) ที่ใช้ประเมินความเหลื่อมล้ำทางรายได้ไทยไม่ค่อยดี

 

ภาพประกอบวงจรคอร์รัปชัน การซื้อเสียง การถอนทุนคืน และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย 1

 

แนะวิธีแก้ไข-ป้องกันปัญหาคอร์รัปชันในไทย

 

ดร.อมรเทพยังกล่าวว่า เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาคอร์รัปชันในไทย สามารถทำได้ผ่าน 3 กลไก ได้แก่ องค์กรอิสระ ภาคประชาชน และภาคเอกชน

 

โดยภาคองค์กรอิสระ เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือหน่วยงานอื่นๆ ควรเพิ่มการตรวจสอบที่เข้มข้น และต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

 

ส่วนประชาชนต้องให้ความร่วมมือและให้ความสนใจ รวมถึงต้องมีการตรวจสอบร่วมด้วย กล่าวคือ การส่วนร่วมทางการเมืองไม่ใช่จบแค่ในคูหา ตั้งแต่จะต้องตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับภาคเอกชนต้องร่วมมือกัน ‘ไม่จ่าย’ เพื่อไม่ทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน เนื่องจากผลักดันจากเอกชนถือเป็นส่วนสำคัญในการหยุดปัญหาคอร์รัปชันได้

 

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising