×

หุ้นรับเหมาบวก 7% แกร่งกว่าตลาด โบรกคาดแรลลี่ต่อเนื่องก่อนชิงงบคมนาคม 1.8 แสนล้านบาท

03.04.2024
  • LOADING...
หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันปรับตัวขึ้นเกือบ 7% สวนทางกับตลาดหุ้นไทย (SET) ที่ติดลบราว 2.5% การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างล่าสุดเป็นการฟื้นตัวหลังจากติดลบต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 

 

ปี 2562 ดัชนี -22% 

ปี 2563 ดัชนี -15% 

ปี 2564 ดัชนี +35% 

ปี 2565 ดัชนี -9%

ปี 2566 ดัชนี -29% 

 

ปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างมาจากความคาดหวังต่องบประมาณปี 2567 ซึ่งจะเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของบริษัทรับเหมาก่อสร้างในไทย ร่างงบประมาณปี 2567 ผ่านมติของ สส. และ สว. ด้วยวงเงินรวม 3.48 ล้านล้านบาท บล.คิงส์ฟอร์ด ระบุว่า งานด้านการก่อสร้างงบประมาณหลักจะอยู่ที่กระทรวงคมนาคม โดยได้งบประมาณในครั้งนี้อยู่ที่ 183,635.04 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์การใช้งานลงทุนในโครงการใหญ่ 14 โครงการ ทำให้บริษัทกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเริ่มจะรับรู้รายได้ผ่านการประมูลงานเพื่อเพิ่มมูลค่างานในมือ (Backlog) สำหรับโครงการใหญ่ทั้ง 14 โครงการ วงเงินการลงทุน และบริษัทที่คาดว่าจะเข้าร่วมประมูล บล.คิงส์ฟอร์ดได้รวบรวมไว้ ดังนี้ 

 

 

ทั้งนี้ จากตัวเลขที่บริษัทในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างได้รายงานออกมาก่อนหน้านี้ บมจ.ช.การช่าง (CK) มี Backlog มากที่สุด 1.29 แสนล้านบาท, บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) 9.56 หมื่นล้านบาท, บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) 5.23 หมื่นล้านบาท และ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) 3 หมื่นล้านบาท

 

ภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หุ้นรับเหมาก่อสร้างปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างโดดเด่น แม้จะมีแรงเทขายออกมาในสัปดาห์นี้

 

ช่วงครึ่งปีแรกยังไม่ได้มีงานประมูลมากนัก มีเพียง 2 โครงการหลักคือ รถไฟรางคู่ขอนแก่น-หนองคาย และทางด่วนจตุโชติ-ลำลูกกา รวมมูลค่าทั้ง 2 โครงการอยู่ที่ประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาท 

 

“ส่วนครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีการเบิกจ่ายงบประมาณราว 1.2 แสนล้านบาท ทำให้หุ้นกลุ่มรับเหมาน่าจะถูกไล่ซื้อเพื่อเก็งกำไรขึ้นมาก่อนที่จะมีการเริ่มประมูลเกิดขึ้นจริง”

 

นอกจากนี้ การแข่งขันในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างไทยน่าจะลดความรุนแรงลง หลังจากที่ปริมาณงานออกมามากขึ้น ขณะที่การตัดราคาในอุตสาหกรรมเริ่มน้อยลง ทั้งนี้ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า CK เป็นหุ้นที่น่าสนใจมากที่สุดในกลุ่ม เนื่องจาก Valuation ยังต่ำที่สุดในกลุ่ม และมีความสามารถในการรับงานผ่านบริษัทลูกอย่าง BEM เพิ่มเติม และเป็นบริษัทที่มีงานในมือมากที่สุดในอุตสาหกรรม

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising