วันนี้ (28 มีนาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณหน้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ หลังกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนในนาม CNX4PEACE ซึ่งประกอบด้วยชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และมาเลเซีย รวมกว่า 50 คน ได้จัดกิจกรรมชุมนุมเชิงสัญลักษณ์เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านสงคราม
ภาพรวมของการจัดกิจกรรม ผู้ชุมนุมได้ปักหลักรวมตัวกันบริเวณด้านหน้าสถานกงสุลฯ พร้อมชูป้ายข้อความรณรงค์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่ปิง และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานกงสุลฯ โดยตลอดการทำกิจกรรมเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ปราศจากความรุนแรง
กลุ่มผู้ชุมนุมได้ส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกายุติการใช้กำลังทางทหาร และหันกลับมายึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย โดยทางกลุ่มระบุว่า การเปิดฉากสู้รบกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ขาดความชอบธรรมทางกฎหมาย ไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส และไม่มีการชี้แจงเหตุผลต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใสและชัดเจนเพียงพอ
นอกจากประเด็นด้านความชอบธรรมในการก่อสงคราม กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยระบุว่า หากความขัดแย้งบานปลายและยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวพุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจฉุดรั้งให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย และสร้างความเดือดร้อนต่อปากท้องของประชาชนในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
การเคลื่อนไหวของกลุ่ม CNX4PEACE ที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการนัดหมายทำกิจกรรมพร้อมกันในกว่า 3,000 พื้นที่ทั่วโลก โดยทุกพื้นที่ต่างมุ่งเน้นการส่งสารเดียวกันเพื่อย้ำจุดยืนที่แน่วแน่ว่า เราต้องการสันติภาพ ไม่ใช่สงคราม












