×

ประชาชนแจ้งความอิทธิพรพร้อมคณะ กกต. ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ฯ กรณีส่งเรื่องหุ้นสื่อ ‘พิธา’ ร้องศาลรัฐธรรมนูญ

โดย THE STANDARD TEAM
14.07.2023
อิทธิพร บุญประคอง

วานนี้ (13 กรกฎาคม) ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ง ธนพล จิวจินดา ในฐานะประชาชน เข้าพบ พ.ต.ต. ประธาน สีหาพล สารวัตรสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมกับพวก

 

โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ระบุว่า เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

 

โดยรายละเอียดการแจ้งความระบุว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 และพิธาถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2566 ปรากฏว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีความเห็นว่าสมาชิกภาพของพิธามีเหตุสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) และให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป รายละเอียดปรากฏตามข่าวสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ข่าวประชาสัมพันธ์ เลขที่ข่าว 269/2566 วันที่เผยแพร่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา 

 

ธนพลกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม – 12 กรกฎาคม ได้ปรากฏข้อเท็จจริงข้อกฎหมายคำสั่งศาลฎีกา คำพิพากษาศาลปกครอง ที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) สถานะลักษณะธุรกิจรายได้ประจำปี 2565 ของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) และคลิปบันทึกภาพและเสียงการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เผยแพร่ต่อสาธารณะเรื่อยมา 

 

ซึ่ง กกต. ทราบถึงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ขณะกระทำการพิจารณาความเห็นดังกล่าวข้างต้น แต่กลับยังมีความเห็นว่าสมาชิกภาพของพิธามีเหตุสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) และให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป 

 

ธนพลกล่าวต่อว่า การกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าวจึงอาจเป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.​ 2561 มาตรา 172 จึงขอให้พนักงานสอบสวนแสวงหาข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐานและส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ และหากพบว่ากระทำความผิดจริง ขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินคดีกับ กกต. จนถึงที่สุด 

 

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้รับคำแจ้งความไว้ตามระเบียบ ซึ่งสถานที่เกิดเหตุอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เหตุเกิดในท้องที่ สน.ทุ่งสองห้อง


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising