วันนี้ (3 พฤศจิกายน) เวลา 08.28 น. ที่มณฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงบรรยากาศงานเลี้ยงอาหารค่ำร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (2 พ.ย.) ภายหลังการลงพื้นที่ว่า เป็นการไปรับประทานอาหารร่วมกันในช่วงเวลาพักผ่อน เนื่องจาก ครม. ทุกคนทำงานหนัก เมื่อมีโอกาสมาพบปะกันนอกสถานที่ จึงได้ร่วมรับประทานอาหารและร้องเพลงกันเล็กน้อย โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความกลมเกลียว เพราะเราเป็นรัฐบาลร่วมกัน
ตลอดระยะเวลาเกือบครึ่งปีที่ทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเข้าขาและการขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่พรรคการเมืองที่เพิ่งมาพบหน้าหรือทำความรู้จักกัน แต่เรารู้จักกันมาอย่างยาวนานอยู่แล้ว วันนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์ที่ยืนยันว่า ทั้ง 2 พรรคเป็นพรรคหลักในการขับเคลื่อนรัฐบาลร่วมกัน และมีความสามัคคีกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีร้องเพลง ‘ใช่เลย’ เมื่อวานนี้ โดยมีท่อนหนึ่งระบุว่า “70 กำลังดี” สื่อถึงการไม่จำเป็นต้องมีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่นั้น จุลพันธ์กล่าวว่า ไม่อยากตีความลึกซึ้งเกินไป แต่ขณะนี้เสถียรภาพของรัฐบาลก็มีเพียงพออยู่แล้ว ส่วนจะมีการตัดสินใจเกี่ยวกับพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ถือเป็นสิทธิขาดของนายกรัฐมนตรีว่าจะพิจารณาอย่างไร ในฐานะที่ทำงานร่วมกัน เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจซึ่งกันและกัน
“รัฐธรรมนูญกำหนดชัด การรวบรวมเสียง การขับเคลื่อนรัฐเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี” จุลพันธ์กล่าว
เมื่อถามว่า ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล หากพรรคแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาลจะดึงพรรคการเมืองใดเข้ามาร่วมรัฐบาล จำเป็นต้องแจ้งให้พรรคร่วมรัฐบาลทราบก่อนหรือไม่ จุลพันธ์กล่าวว่า แน่นอน เป็นเรื่องปกติที่จะต้องพูดคุยกันอยู่แล้ว แต่ขอยืนยันว่า ณ ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณหรือการพูดคุยในเรื่องดังกล่าว โดยที่ผ่านมาไม่เคยมีการหารือถึงองค์ประกอบของการร่วมรัฐบาล แต่พูดคุยกันในเรื่องปัญหาของประชาชนและการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาเป็นหลัก
ส่วนที่ระบุว่าทำงานร่วมกันได้อย่างเข้าขา แสดงว่าเสียงของพรรคเพื่อไทยมีเอกภาพใช่หรือไม่นั้น จุลพันธ์ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยมีเอกภาพอยู่แล้ว และไม่มีปัญหาเรื่องการแตกแถว โดยหลักการทำงานเราต้องรับฟังการอภิปราย ซึ่งตนเข้าร่วมประชุม ครม. ทุกครั้ง จึงรับทราบการหารือและการตัดสินใจเพื่อขับเคลื่อนนโยบายมาโดยตลอด
ดังนั้น เชื่อมั่นว่า การแก้ไขปัญหาให้ประชาชนและการทำงานของนายกรัฐมนตรี รวมถึงคณะรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ทุกคนสามารถชี้แจงได้ ส่วนการลงมติถือเป็นเรื่องมารยาททางการเมืองที่เรารับทราบกันอยู่แล้ว ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เราพร้อมให้การสนับสนุน โดยยึดเป้าหมายหลักคือการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนเป็นสำคัญ
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีจะมั่นใจในเสียงสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ จุลพันธ์กล่าวว่า คิดว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้สงสัยในเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว และน่าจะมีความมั่นใจมาตั้งแต่แรก
ส่วนบางประเด็นที่ไม่ได้นำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. แต่เป็นเรื่องที่เกิดจากการตรวจสอบของสังคม พรรคเพื่อไทยจะนำมาพิจารณาก่อนลงมติสนับสนุนนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น จุลพันธ์กล่าวว่า คงต้องรับฟังการอภิปรายก่อน แต่หากถามถึงความเชื่อมั่นในขณะนี้ เรายังคงมีความเชื่อมั่นเต็มร้อยว่าคณะรัฐมนตรีสามารถชี้แจงได้
เมื่อถามว่า การลงมติของพรรคเพื่อไทยต่อคณะรัฐมนตรีทั้ง 18 คน จะมีคะแนนเสียงเท่ากันทุกครั้งหรือไม่ จุลพันธ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่สามารถตอบได้ เพราะเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีวินัยทางการเมือง

